นายกฯ เลื่อนแถลงผลงานทุกกระทรวง อ้างสื่อสนใจแต่ “ยิ่งลักษณ์”

นายกฯ เผย เลื่อนแถลงผลงานทุกกระทรวง ชี้ รัฐบาลมีงานต้องทำหลายอย่าง อ้างสื่อสนใจแต่ “ยิ่งลักษณ์”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. กล่าวถึงกรณีการเลื่อนแถลงผลงานด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหมแบบไม่มีกำหนด ว่า จากเดิมมีการแถลงในวันที่ 30 ส.ค. 2560 ทั้งนี้ ยอมรับว่ามีการเลื่อนจริง ซึ่งเป็นการเลื่อนในทุกๆ หน่วยงาน เพราะขณะนี้รัฐบาลมีงานต้องทำหลายอย่าง

อีกทั้งต้องเคลียร์ปัญหาอื่นๆ ด้วย หากแถลงข่าวช่วงนี้ประชาชนก็จะไม่สนใจ เพราะวันนี้สนใจอยู่เรื่องเดียว โดยส่วนตัวมองว่าแถลงอะไรไปทุกคนก็ไม่ฟัง และยังมาถามแต่เรื่องเดิมๆ จึงต้องเลื่อนออกไปก่อน ซึ่งหลายอย่างอาจจะไม่เกิดผลในตอนนี้ อาจจะเกิดในอีก 3 เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ต้องเกิดภายในปีนี้ หากมีการแถลงเรื่องดีๆ ในช่วงนี้ก็จะหายไปหมด สื่อจะถามแต่เรื่องของคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

เด้ง พันตำรวจโท พงศ์พร พ้น ผอ.สำนักพุทธฯ

ครม. มีมติสั่งย้าย ผอ.สำนักพุทธฯ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (29 ส.ค. 60) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติสั่งย้าย พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

โดย สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เสนอขอรับโอน พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการและทดแทนตำแหน่งที่ว่าง

คุมตัว ‘สรยุทธ’ และพวกไปเรือนจำ หลังศาลค้านประกันตัว

ศาลฎีกายกคำร้องไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว ‘สรยุทธ’ และพวก เนื่องจากอัตราโทษสูง ก่อนคุมตัวไปฝากขังเรือนจำ

ภายหลังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พิพากษาคำสั่งศาลอุทธรณ์ จำคุก นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา อดีตพิธีกรชื่อดัง น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่บริษัทไร่ส้ม จำกัด คนละ 13ปี 4 เดือน และนางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) 20 ปี ในคดีโกงค่าโฆษณาบริษัทอสมท. จำนวน 138 ล้านบาท โดยนายมนต์อนันต์ เรืองจรัส ทนายจำเลยได้ยื่นขอประกันตัว เพื่อสู้คดีในชั้นศาลฎีกาด้วยหลักทรัพย์เงินสด และบัญชีเงินฝากคนละ 4 ล้านบาท ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยร่วมทั้งหมดแล้ว เห็นควรส่งคำร้องให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาสั่งประกัน

ทั้งนี้ศาลฎีกาพิจารณาแล้วได้มีคำสั่ง ยกคำร้องไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราว นายสรยุทธและพวก เนื่องจากอัตราโทษสูง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงนำรถควบคุมผู้ต้องขัง มารับตัวนายสรยุทธและพวก ตามที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้ออกหมายขัง โดยจำเลยทั้งหมด ไม่ได้ปรากฏตัวกับสื่อมวลชน เนื่องจากเจ้าหน้านำรถไปจอดที่ใต้ถุนศาลฯ ซึ่งไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม สำหรับการยื่นคำร้องประกันตัวใหม่นั้น จำเลยทั้ง 3 สามารถยื่นได้ในเวลาต่อไปจนกว่าคดีจะมีคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีหลักออกมา เพียงแต่การยื่นคำร้องใหม่นั้นจำเลยจะต้องระบุเหตุและข้อเท็จจริงใหม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมของศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลชั้นสูงสุด