ออมสิน วอนหยุดแชร์ ข้อความอ้างแจกเงินให้คนมีเลขบัตรปชช. 8 และ 28

ธนาคารออมสิน ชี้แจง ยันไม่มีจริง นโยบายแจกเงินให้ผู้มีเลขบัตรประชาชนลงท้ายด้วยเลข 8 และ 28 วอนหยุดแชร์สร้างความเข้าใจผิด 

วันนี้ (8 ส.ค. 60) ธนาคารออมสิน ได้ประกาศแจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ ชี้แจงถึงกรณีที่มีเอกสารส่งต่อผ่านโลกออนไลน์ว่า ธนาคารจะมีการแจกจ่ายเงินให้กับผู้มีเลขที่บัตรประชาชนที่ลงท้ายด้วยเลข 8 และ 28 แบบฟรีๆ นั้นว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะธนาคารไม่มีนโยบายดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการเข้าใจผิด และเสียงผิด ม.112 ขอให้หยุดแชร์ภาพและข้อความ

โดยมีข้อความระบุว่า  ออมสินชี้แจงข่าว กรณี ‘เลข 8และ 28’ ไม่เกี่ยวข้องกับธนาคาร

ตามที่ได้มีข้อความเผยแพร่ทางสื่อ Social Line  อ้างชื่อธนาคารออมสินและกล่าวถึงสถาบันเกี่ยวกับเลข 8 และ เลข 28 ในบัตรประจำตัวประชาชน ถ้าใครมี 2 เลขดังกล่าวให้ไปรับเงินได้ฟรีที่ธนาคารออมสินนั้น

ธนาคารออมสินขอชี้แจงว่า ข้อความและการกระทำดังกล่าวไม่ได้เผยแพร่ออกจากธนาคารออมสิน และธนาคารออมสินไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น โดยขอย้ำว่าข้อความ หรือข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขอให้ประชาชนอย่าได้หลงเชื่อ และขอให้หยุดแชร์ส่งต่อข้อความดังกล่าวทันที เนื่องจากส่วนหนึ่งของข้อความมีการอ้างสถาบัน ทำให้ผู้กระทำและผู้เผยแพร่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีกทั้งยังทำให้ธนาคารออมสินเสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย

ทั้งนี้หากผู้ใดทราบเบาะแสที่มาของข้อความดังกล่าว โปรดแจ้งให้ธนาคารออมสินทราบได้ ทางศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1115 เพื่อที่ธนาคารจะได้ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำการดังกล่าวต่อไป

หมู่บ้านน้อยหน่า ที่พะเยา ปลูกขายแทบทุกครัวเรือน สร้างรายได้งาม

ชาวบ้าน ต.ดงเจน อ.ภูกามยาว จ.พะเยา ปลูกน้อยหน่าขายแทบทุกครัวเรือน เพื่อจำหน่าย สร้างรายได้ให้ครอบครัว

วันนี้ (8 ส.ค.60) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 8 และ หมู่ที่ 16 ตำบลดงเจน อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา ต่างนำผลผลิตน้อยหน่า ของตนเองออกมาจำหน่ายแทบทุกบ้านตามแนวถนนสายพะเยา-ป่าแดด ในพื้นที่ตำบลดงเจน อำเภอภูกามยาว จนเห็นเป็นภาพชินตาแทบทุกปีในช่วงนี้ แทบทุกครัวเรือนของหมู่บ้านแห่งนี้ปลูกน้อยหน่าไว้และนำออกมาจำหน่าย ให้กับผู้คนที่ผ่านไปมา

นางสมพิศ วงศ์ไชย ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 16 ตำบลดงเจน เล่าว่าในปีนี้ ผลผลิตน้อยหน่าของหมู่บ้านออกเป็นจำนวนมาก ถึงแม้จะออกมาล่าช้าบ้างเนื่องจากฝนที่ตกเติมเข้ามา จึงทำให้ผลลิตในปีนี้ถือว่าดี ซึ่งในช่วงต้นๆฤดูกาลจะสามารถจำหน่ายได้ถึงกิโลกรัมละ 50 บาท จนถึงขณะนี้ซึ่งน้อยหน่าก็ยังให้ผลผลิตอยู่แต่ราคาจะลดลงมาจากเดิมเหลือกิโลกรัมละ 25 บาท แต่ก็ถือว่าเป็นผลดี ที่สามารถทำรายได้ให้กับชาวบ้านที่นี่ได้ เพราะแทบทุกหลังคาเรือนจะมีผลผลิตออกมาจำหน่าย

ขณะที่นางรุ่งลาวัลย์ ศรีวิชัย ชาวบ้านหมู่ที่ 8 ตำบลดงเจน อำเภอภูกามยาว เล่าว่า ตนเอง ปลูกน้อยหน่ารวมแล้วมากกว่า 200 กว่า ต้น โดยผลผลิตของตนเองจะมีผู้เดินทางมาสั่งซื้อ ทั้งแม่ค้า และคนทั่วไป ซึ่งผลผลิตปีนี้สามารถจำหน่ายได้เป็นอย่างดี ถึงแม่จะออกช้ากว่าปกติ แต่จะมีผู้เดินทางมาซื้ออย่างต่อเนื่อง

โดยตนเองจะจำหน่ายตั้งแต่ลูกโตๆ 3 ลูกกิโลกว่าก็จะจำหน่ายกิโลกรัมละ 50 บาท และรองลงไปก็จะจำหน่ายกิโลกรัมละ 30 และ20 ลดหลั่นกันไป ซึ่งจะมีผู้เดินทางมาซื้อและสั่งจองแทบทุกวัน ปีนี้ถือว่าผลผลิตดีและขายได้เป็นอย่างดี

สำหรับน้อยหน่า ในพื้นที่อำเภอภูกามยาวถือว่าเป็นผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญอีกอย่างของชาวอำเภอภูกามยาว ซึ่งแทบทุกครัวเรือนจะมีการปลูก และนำออกมาจำหน่ายบริเวณหนาบ้านที่ติดกับถนน สร้างความสนใจให้กับผู้เดินทางผ่านไปมา แวะหาซื้อกันเป็นจำนวนมาก

ตม.ดอนเมือง แจงให้บริการล่าช้า เหตุ 13 เที่ยวบินดีเลย์

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เผยกรณี ตม.ดอนเมือง ให้บริการล่าช้า 5 ชั่วโมง เนื่องจากมีเที่ยวบินดีเลย์ 13 เที่ยวบิน จนมีผู้โดยสารตกค้างหลายพันคน แต่มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 15 นาย

วันนี้(8 ส.ค.) พลตำรวจโท ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวถึงกรณีโซเชียลมีเดีย วิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.)ดอนเมือง ให้บริการล่าช้าประมาณ 5 ชั่วโมง ตั้งแต่กลางดึกของวันที่ 4 สิงหาคม ว่า ในวันดังกล่าว ได้เกิดปัญหาเที่ยวบินดีเลย์ (ล่าช้า) ถึง 13 เที่ยวบิน เมื่อรวมกับเที่ยวบินปกติอีก 12 เที่ยวบิน ทำให้ช่วงเวลานั้น มีเที่ยวบินถึง 25 เที่ยว และมีผู้โดยสารกว่า 9 พันคน แต่มีเจ้าหน้า ตม.ปฏิบัติหน้าที่เพียง 15 นาย และแม้จะจัดเจ้าหน้าที่เพิ่มอีก 5 นาย ก็ยังไม่เพียงพอต่อการให้บริการ เนื่องจากมีผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก

ขณะที่ นาวาอากาศโท สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง อธิบายว่า ปกติแล้ว เจ้าหน้าที่ ตม.จะให้บริการผู้โดยสาร 800 – 900 คนต่อชั่วโมง แต่วันนั้น ต้องให้บริการถึง 1,000 คนต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าทำงานเต็มที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมเพิ่มเคาน์เตอร์ ตม.อีก 8 เคานเตอร์ ซึ่งเสนอเรื่องไปที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) แล้ว โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนกันยายนนี้

ด้าน ตม.กำลังเตรียมเพิ่มบุคลากรเข้ามาให้บริการอีก 48 คน และเชื่อว่าหากเพิ่มเคาน์เตอร์ จะทำให้สามารถรองตรวจคนเข้าเมืองได้ 1,800 คนต่อชั่วโมง รวมทั้งขอความร่วมมือผู้โดยสารขาเข้าคนไทย ใช้บริการช่องทางตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (ออโตเมติก ชาร์แนล) มากขึ้น เพื่อความรวดเร็ว