ผกก.สภ.เมืองเพชรบูรณ์เผย ยังไม่ตั้งข้อหาใครปมหมีแก้วกัดคน

ผกก.สภ.เมืองเพชรบูรณ์ เผยคดีหมีแก้วกัดคนอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานยังไม่ตั้งข้อหาใคร

ความคืบหน้าหมีควายแก้วสัตว์เลี้ยงสำนักสงฆ์หลวงปู่ละมัย ที่ ต.บ้านโตก ก่อเหตุกัดทำร้ายชาวบ้านอาการปางตาย ล่าสุด พ.ต.อ.ศรีทะนนท์ เรือนมูล ผกก.สภ.เมืองเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการตั้งข้อกล่าวหาใครทั้งสิ้น เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน และเรียกพยานที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำ ประกอบกับผู้บาดเจ็บยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ยังไม่สามารถให้การกับพนักงานสอบสวนได้ด้วย

ส่วนแนวทางการสอบสวนก็คงต้องดูว่าผู้เลี้ยง และดูแลหมีควายตัวนี้มีการประมาทเลินเล่อหรือไม่ หรือชาวบ้านที่ถูกหมีกัดประมาทเอง ตรงนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนผลการตรวจสอบระดับแอลกอฮอล์ในเลือดของผู้บาดเจ็บ ตอนนี้ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ได้รับจากโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ก็กำลังรออยู่เช่นกัน

ขณะที่สังคมโซเชียลมีเดียยังคงถกเถียงกันอย่างร้อนแรง โดยเฉพาะล่าสุดหลังจาก นายไกรสร กองฉลาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้โพสต์ข้อความลงบนเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเปิดประเด็นเสนอแนวทางให้มีการก่อสร้างบ้านใหม่ให้หมีแก้ว ที่สถานีเพาะพันธุ์สัตว์ป่าเขาค้อ ซึ่งส่วนใหญ่ตั้งข้อสังเกตว่าทางกรมอุทยานฯจะขานรับนโยบายดังกล่าวหรือไม่

คาดยังเหลือพายุอีก 10 ลูก กระทบไทยปีนี้

ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ คาดยังเหลือพายุอีก 10 ลูก ที่จะกระทบไทยในปีนี้ ขณะที่หลายจังหวัดภาคอีสาน ยังประสบปัญหาน้ำท่วม

รองศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ เปิดเผยว่า ช่วงเดือนสิงหาคม ถึง กันยายน นี้ เป็นช่วงฤดูมรสุม ที่ต้องจับตาเรื่องพายุเป็นพิเศษ ซึ่งโดยปกติแล้ว ทุกปีจะมีการคาดการณ์ จำนวนพายุในมหาสมุทรแปซิฟิก โดยในปีนี้คาดว่า มีพายุโซนร้อน 11 ลูก และพายุไต้ฝุ่น 2 ลูก ซึ่งหากคิดตามสถิติยังเหลือพายุอีก 10 ลูก ที่อาจจะเกิดขึ้นในมหาสมุทรแปซิฟิกและอาจส่งผลกระทบกับประเทศไทย

สำหรับกรณีที่เกิดน้ำท่วมหนักใน จ. สกลนคร นั้น ถือเป็นความชะล่าใจ ซึ่งข้อมูลบ่งชี้ว่า พายุเซินกา ดูเหมือนจะลดกำลังลงและจะสลายตัวเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ จึงไม่มีใครคาดว่าจะส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก และไม่ยกระดับการเตือนภัย ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการติดตามเส้นทางพายุอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินตามสถานการณ์จริงในพื้นที่

ขณะที่หลายจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังประสบปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำทั้งจากแม่น้ำชีและแม่น้ำมูล โดยระดับน้ำในแม่น้ำมูล สูงขึ้นเฉลี่ยวันละกว่า 10 เซนติเมตร ทำให้น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนริมน้ำขยายวงกว้าง โดยเฉพาะเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ เจ้าหน้าที่อพยพชาวบ้านแล้วกว่า 700 คน ส่วนเทศบาลนครอุบลราชธานี อพยพแล้วกว่า 200 คน ระดับน้ำที่สูงขึ้นทำให้เจ้าหน้าที่เตรียมเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน และอพยพชาวบ้านเพิ่มเติม

ที่จังหวัดนครพนม ภาพมุมสูงทำให้เห็นปริมาณน้ำในแม่น้ำสงคราม และกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว จากการติดตั้งเรือผลักดันน้ำให้ไหลลงสู่แม่น้ำโขง เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนผู้เลี้ยงปลาในกระชัง ตลอดสองฝั่งลำน้ำสงคราม ให้เตรียมพร้อมรับมือ โดยหาอุปกรณ์สำหรับยึดโยงกระชังปลา ป้องกันความเสียหาย

ส่วนที่จังหวัดสกลนคร โรงเรียนในเขตเทศบาลนครสกลนครเปิดเรียนวันแรก หลังน้ำท่วมนานกว่า 10 วัน ขณะที่ทหารหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ร่วมกับพนักงานเทศบาลฯ เก็บกวาดขยะจำนวนมาก โดยเฉพาะเศษไม้ โต๊ะ ตู้ และเตียงนอน ที่พังเสียหาย ซึ่งชาวบ้านทยอยขนออกมาทิ้งอย่างต่อเนื่อง

สดร. เผยหลายพื้นที่เฮ! ได้ชม ‘จันทรุปราคาบางส่วน’ เหนือฟ้าหน้าฝน

สดร. เผยหลายพื้นที่เฮ! ได้ชม ‘จันทรุปราคาบางส่วน’ เหนือฟ้าหน้าฝน ในไทยสามารถสังเกตได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยภาพปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน เช้ามืดวันที่ 8 สิงหาคม 2560 บันทึกภาพโดยกล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร ณ หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา เมื่อเวลาประมาณ 1.12 น. (ตามเวลาประเทศไทย) สังเกตเห็นได้ชัดเจน ดวงจันทร์เต็มดวงมีลักษณะเว้าแหว่ง รวมถึงความสว่างของดวงจันทร์ลดลงเล็กน้อย แม้จะเป็นช่วงหน้าฝนแต่หลายจังหวัดของไทยสามารถสังเกตได้ในหลายพื้นที่

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนในครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 00.23 น. ของวันที่ 8 สิงหาคม ดวงจันทร์เคลื่อนเข้าสู่เงามืดของโลก จะสังเกตเห็นดวงจันทร์เต็มดวงค่อย ๆ เว้าแหว่งไปทีละน้อย เงาโลกบังมากที่สุดประมาณร้อยละ 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางดวงจันทร์ ในเวลาประมาณ 01.21 น. จนสิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนในเวลาประมาณ 02.19 น. ดวงจันทร์กลับมาปรากฏเต็มดวงอีกครั้ง รวมเกิดจันทรุปราคาบางส่วนนานเกือบ 2 ชั่วโมง สามารถสังเกตได้ในยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกา ทางตะวันออกในอเมริกาใต้ มหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดีย และแอนตาร์กติกา
ในไทยสามารถสังเกตได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

นายศุภฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บรรยากาศการเฝ้าชมปรากฏการณ์ดาราศาสตร์เป็นไปอย่างคึกคักทั่วประเทศ จังหวัดที่สามารถสังเกตเห็นจันทรุปราคาบางส่วน ได้แก่ เชียงใหม่ กรุงเทพฯ นนทบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ระยอง สุพรรณบุรี
อุบลราชธานี ภูเก็ต ตรัง ขอนแก่น กระบี่ พังงา ชลบุรี กำแพงเพชร เป็นต้น ขณะที่อีกหลายจังหวัดของไทยมีฝนตกหนัก และมีเมฆหนาสภาพท้องฟ้าไม่เอื้ออำนวย ได้แก่ ลพบุรี หาดใหญ่ ยะลา เบตง เพชรบุรี บุรีรัมย์ แม่ฮ่องสอน ลำปาง อยุธยา นครปฐม ชัยนาท สมุทรปราการ สมุทรสาคร เพชรบูรณ์ เชียงราย สกลนคร ฯลฯ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเกิดจากดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน มีโลกอยู่กลางระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์

หากดวงจันทร์โคจรเข้าไปในเงามืดของโลกแค่บางส่วน เรียกว่า “จันทรุปราคาบางส่วน” หากดวงจันทร์โคจรเข้าไปอยู่ในเงามืดของโลกทั้งดวง เรียกว่า “จันทรุปราคาเต็มดวง” ครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในวันที่ 31 มกราคม 2561 ซึ่งเป็นจันทรุปราคาแบบเต็มดวงและสามารถสังเกตเห็นได้ในประเทศไทย