เรือนจำเมืองคอน แจงวัว 2 ตัว ถูกไฟฟ้าช็อตตาย ไม่ใช่ถูกกับดักไฟฟ้า แต่ฝูงวัวเดินย่ำสะดุดสายไฟเครื่องสูบน้ำจนขาด ทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วช็อต
จากกรณีเมื่อวันที่ 6 ส.ค.60 ที่ผ่านมา นายศิวกร กรรมการ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82/4 หมู่ 7 ต.นาพรุ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลคอกหมูของเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ได้วางกับดักไฟฟ้าบริเวณทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ทำให้วัวจำนวน 2 ตัว ถูกกระแสไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 5 ส.ค.60 หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
วานนี้ (7 ส.ค.60) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช พบกับนายโสภณ ยิ้มปรีชา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายปราโมทย์ อุ้ยสั้ว หัวหน้าฝ่ายฝึกวิชาชีพเรือนจำ และเจ้าหน้าที่ นำลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับระบุเหตุการณ์ที่วัวของชาวบ้านถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต 2 ตัวบริเวณคอกเลี้ยงหมูหลังเรือนจำ เกิดจากฝูงวัวเดินบุกลัดทุ่งหญ้าจากนอกเขตเรือนจำ เข้ามาภายในพื้นที่เรือนจำ
และเดินย่ำพื้นก่อนจะสะดุดสายไฟ ซึ่งติดตั้งกับเครื่องสูบน้ำจากบ่อมาใช้ในคอกหมู ทำให้สายไฟขาด ประกอบกับคืนเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วช็อตวัวตาย 2 ตัว ยืนยันว่าเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ไม่เคยมีการติดตั้งกระแสไฟฟ้าดัก ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

นายสมปอง ชุมคง เจ้าพนักงานอบรมฝึกวิชาชีพชำนาญงาน เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช กล่าว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุวิสัย ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ที่ผ่านมาฝูงวัวจำนวนกว่า 100 ตัว ของชาวบ้านที่ถูกปล่อยเลี้ยงเพ่นพ่านไม่มีการใส่เชือกล่ามวัว ฝูงวัวจะบุกเข้ามาในเขตเรือนจำทุกวันเป็นเวลานานกว่า 10 ปี โดยเฉพาะเขตศูนย์เรียนรู้วิชาชีพผู้ต้องขัง ที่มีการปรับพื้นที่ทำการเกษตรปลูกพืชผักหลายชนิด เช่น ผักสวนครัว กล้วย สับปะรด เป็นต้น
แต่สุดท้ายถูกฝูงวัวบุกมากัดกินทำลายเสียหาย จนเรือนจำต้องวางเสาสูง 2 เมตร รอบพื้นที่เรือนจำ พร้อมขึงด้วยสวดหนามเพื่อป้องกันฝูงวัวเข้ามาทำลายอีก แต่สุดท้ายเสาที่ขึงลวดนามก็ถูกทำลายเสียหาย เพื่อเปิดเป็นทางเข้าให้ฝูงวัวบุกเข้ามากัดกินทำลายพืชผลที่ผู้ต้องขังปลูกเสียหลายหลายสิบไร่ จนเจ้าหน้าที่ต้องยอมแพ้หยุดฝึกวิชาชีพด้านปลูกพืชผักกับผู้ต้องขัง และปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงสัตว์แทน โดยสร้างคอกหมู ให้ผู้ต้องขังฝึกเลี้ยงหมูจำนวน 30 – 50 ตัว แต่ฝูงวัวก็ยังบุกเข้ามาทำลายอีก เมื่อไม่นานมานี้ฝูงวัว วิ่งชนกำแพงคอกหมูจนพังถล่มลงมาทับหมูตายไป 3 ตัว

ด้านนายภิทยา สุเนา เจ้าพนักงานฝึกอบรมวิชาชีพชำนาญงาน เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตนรับผิดชอบพื้นที่ปลูกพืชไร่ เช่น สับปะรด กล้วย เป็นต้น เพื่อฝึกวิชาชีพให้ผู้ต้องขังชั้นดี ที่จะได้รับการปล่อยตัว เพื่อให้มีความรู้นำไปประกอบอาชีพสุจริตเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยปรับพื้นที่ปลูกสับปะรด กล้วย และลงต้นกล้าได้ไม่กี่วัน แต่ถูกฝูงวัวกัดกินจนเสียหายทั้งหมด
ล่าสุดเรือนจำ มีนโยบายปลูกดอกดาวเรือง มาตกแต่งปรับภูมิทัศน์รอบเรือนจำ เพื่อร่วมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 9 นกจากนี้ดอกดาวเรืองที่ผู้ต้องขังปลูก ยังนำไปสนับสนุนหน่วยงานราชการ ในจังหวัด เพื่อตกแต่งสถานที่ราชการ ร่วมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 9 แต่สุดท้ายกลับถูกฝูงวัวกัดกินทำลายจนเสียหายทั้งหมดอีก จึงต้องทำเสาไม้กั้นรอบ ๆพื้นที่ แต่ก็ยังถูกฝูงวัวบุกเข้ามาทำลายอีก จนต้องสร้างเสาปูนซิเมนต์และขึงด้วยลวดหนาม เพื่อให้มีความมั่นคง ป้องกันฝูงวัวบุกเข้ามาทำลายกัดกินแปลงปลูกดอกดาวเรือง

ด้านนายโสภณ ยิ้มปรีชา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ปัญหาฝูงวัวบุกเข้ามากัดกินทำลายพืชผลที่ผู้ต้องขังปลูกพื้นที่เรือนจำ มีมานานหลายสิบปีตั้งแต่ปี 2543 นอกจากนี้ฝูงวัวยังบุกสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ทั้งขี้เรี่ยวราดพื้นบ้านพัก โรงจอดรถเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่มาติดต่อราชการ ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ฝูงวัวสร้างความเสียหาย ทั้งรอยขีดข่วน รอยบุบ กับรถยนต์ของเจ้าหน้าที่เรือนจำและของประชาชนที่มาติดต่อราชการอีกด้วย
ล่าสุดเจ้าหน้าที่เรือนจำ ขับรถจักรยานยนต์มาด้านหน้าเรือนจำ เพื่อทำงานช่วงเช้า แต่ถูกฝูงวัวหลายสิบตัววิ่งกรูตัดหน้าชนรถ จนบาดเจ็บกระดูกขาหัก ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายวัน แต่เหตุการณ์ที่เจ้าน้าที่เรือนจำ ได้รับบาดเจ็บถูกฝูงวัววิ่งชน กลับไม่เคยมีเจ้าของวัวแสดงความรับผิดชอบใด ๆ เลย

นายโสภณ ยิ้มปรีชา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเรือนจำเคยขอความร่วมมือกับเจ้าของวัวที่ปล่อยเลี้ยงเพ่นพ่านในเรือนจำกว่า 100 ตัว ซึ่งทราบว่ามีเจ้าของประมาณ 3 – 4 คน เพื่อมาพูดคุยทำข้อตกลงให้มีการเลี้ยงวัวในพื้นที่ ๆ ไม่สร้างความเดือดร้อน เสียหายกับทรัพย์สินของราชการ แต่ไม่เคยได้รับความร่วมมือ เรือนจำจึงทำหนังสือถึงอำเภอพระพรหม เป็นพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อขอความช่วยเหลือ
แต่เจ้าของฝูงวัวยังปล่อยวัวเลี้ยงเพ่นพ่านสร้างความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง เรือนจำเคยให้โอกาสเจ้าของฝูงวัวมานานหลายปี หลังจากนี้หากฝูงวัวยังสร้างความเสียหายกับทรัพย์สินทางราชการ และทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าหน้าที่และของประชาชนที่มาติดต่อราชการอีก เรือนจำจะแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของวัว เพื่อดำเนินการฐานปล่อยประละเลย