สั่งย้ายแล้ว! ครูฉาวสั่งเด็กกราบรองเท้า ทำโทษวางไม่เป็นระเบียบ

สพม. เขต29 ย้าย ครูในคลิปฉาวสั่งนักเรียนกราบรองเท้าแล้ว พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปแฉพฤติกรรมประพฤติไม่เหมาะสมของคุณครู ที่กำลังทำโทษนักเรียนชั้น ม.1 ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยการใช้รองเท้านักเรียนวางบนหัวเด็กพร้อมบังคับให้กราบ เนื่องจากไม่พอใจที่เด็กวางรองเท้าไม่ถูกระเบียบ ตามข่าวที่เคยนำเสนอไปแล้วนั้น อ่านต่อ >> จวกยับ!! ครูวางรองเท้าบนหัวนักเรียน ทำโทษวางไม่เป็นระเบียบ

ล่าสุดวานนี้ (7 ส.ค.) นายอดุลย์ กองทอง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 จังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า สั่งการให้คุณครูในคลิปยุติการสอนที่โรงเรียนดังกล่าวเป็นการชั่วคราวแล้ว โดยให้ย้ายมาปฏิบัติราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 29 แทน ส่วนการตั้งคณะกรรมการสอบทางวินัยได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 2 ชุด คือชุดคณะกรรมการโรงเรียน และชุดของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาหนึ่งถึงจะทราบผล

ด้าน พ.ต.อ.ภัทรพล โพธิอะ ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรเดชอุดม กล่าวว่า ผู้ปกครองเด็กนักเรียน มาแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเท่านั้น ยังไม่ได้แจ้งความเพื่อดำเนินคดี ซึ่งตำรวจได้สอบปากคำเพิ่มเติมว่ามีเนื้อหาที่เข้าข่ายการกระทำผิด พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก หรือไม่ ส่วนคุณครูคู่กรณี ยังไม่ได้มีการเรียกมาพูดคุยแต่อย่างใด

เรือนจำเมืองคอน แจงวัว 2 ตัว ถูกไฟฟ้าช็อตตาย ไม่ใช่ถูกกับดักไฟฟ้า

เรือนจำเมืองคอน แจงวัว 2 ตัว ถูกไฟฟ้าช็อตตาย ไม่ใช่ถูกกับดักไฟฟ้า แต่ฝูงวัวเดินย่ำสะดุดสายไฟเครื่องสูบน้ำจนขาด ทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วช็อต 

จากกรณีเมื่อวันที่ 6 ส.ค.60 ที่ผ่านมา นายศิวกร กรรมการ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82/4 หมู่ 7 ต.นาพรุ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลคอกหมูของเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ได้วางกับดักไฟฟ้าบริเวณทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ทำให้วัวจำนวน 2 ตัว ถูกกระแสไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 5 ส.ค.60 หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

วานนี้ (7 ส.ค.60) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช พบกับนายโสภณ ยิ้มปรีชา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยนายปราโมทย์ อุ้ยสั้ว หัวหน้าฝ่ายฝึกวิชาชีพเรือนจำ และเจ้าหน้าที่ นำลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกับระบุเหตุการณ์ที่วัวของชาวบ้านถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิต 2 ตัวบริเวณคอกเลี้ยงหมูหลังเรือนจำ เกิดจากฝูงวัวเดินบุกลัดทุ่งหญ้าจากนอกเขตเรือนจำ เข้ามาภายในพื้นที่เรือนจำ

และเดินย่ำพื้นก่อนจะสะดุดสายไฟ ซึ่งติดตั้งกับเครื่องสูบน้ำจากบ่อมาใช้ในคอกหมู ทำให้สายไฟขาด ประกอบกับคืนเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้กระแสไฟฟ้ารั่วช็อตวัวตาย 2 ตัว ยืนยันว่าเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ไม่เคยมีการติดตั้งกระแสไฟฟ้าดัก ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

นายสมปอง ชุมคง เจ้าพนักงานอบรมฝึกวิชาชีพชำนาญงาน เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช กล่าว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุวิสัย ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ที่ผ่านมาฝูงวัวจำนวนกว่า 100 ตัว ของชาวบ้านที่ถูกปล่อยเลี้ยงเพ่นพ่านไม่มีการใส่เชือกล่ามวัว ฝูงวัวจะบุกเข้ามาในเขตเรือนจำทุกวันเป็นเวลานานกว่า 10 ปี โดยเฉพาะเขตศูนย์เรียนรู้วิชาชีพผู้ต้องขัง ที่มีการปรับพื้นที่ทำการเกษตรปลูกพืชผักหลายชนิด เช่น ผักสวนครัว กล้วย สับปะรด เป็นต้น

แต่สุดท้ายถูกฝูงวัวบุกมากัดกินทำลายเสียหาย จนเรือนจำต้องวางเสาสูง 2 เมตร รอบพื้นที่เรือนจำ พร้อมขึงด้วยสวดหนามเพื่อป้องกันฝูงวัวเข้ามาทำลายอีก แต่สุดท้ายเสาที่ขึงลวดนามก็ถูกทำลายเสียหาย เพื่อเปิดเป็นทางเข้าให้ฝูงวัวบุกเข้ามากัดกินทำลายพืชผลที่ผู้ต้องขังปลูกเสียหลายหลายสิบไร่ จนเจ้าหน้าที่ต้องยอมแพ้หยุดฝึกวิชาชีพด้านปลูกพืชผักกับผู้ต้องขัง และปรับเปลี่ยนมาเลี้ยงสัตว์แทน โดยสร้างคอกหมู ให้ผู้ต้องขังฝึกเลี้ยงหมูจำนวน 30 – 50 ตัว แต่ฝูงวัวก็ยังบุกเข้ามาทำลายอีก เมื่อไม่นานมานี้ฝูงวัว วิ่งชนกำแพงคอกหมูจนพังถล่มลงมาทับหมูตายไป 3 ตัว

ด้านนายภิทยา สุเนา เจ้าพนักงานฝึกอบรมวิชาชีพชำนาญงาน เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตนรับผิดชอบพื้นที่ปลูกพืชไร่ เช่น สับปะรด กล้วย เป็นต้น เพื่อฝึกวิชาชีพให้ผู้ต้องขังชั้นดี ที่จะได้รับการปล่อยตัว เพื่อให้มีความรู้นำไปประกอบอาชีพสุจริตเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยปรับพื้นที่ปลูกสับปะรด กล้วย และลงต้นกล้าได้ไม่กี่วัน แต่ถูกฝูงวัวกัดกินจนเสียหายทั้งหมด

ล่าสุดเรือนจำ มีนโยบายปลูกดอกดาวเรือง มาตกแต่งปรับภูมิทัศน์รอบเรือนจำ เพื่อร่วมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 9 นกจากนี้ดอกดาวเรืองที่ผู้ต้องขังปลูก ยังนำไปสนับสนุนหน่วยงานราชการ ในจังหวัด เพื่อตกแต่งสถานที่ราชการ ร่วมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ รัชกาลที่ 9 แต่สุดท้ายกลับถูกฝูงวัวกัดกินทำลายจนเสียหายทั้งหมดอีก จึงต้องทำเสาไม้กั้นรอบ ๆพื้นที่ แต่ก็ยังถูกฝูงวัวบุกเข้ามาทำลายอีก จนต้องสร้างเสาปูนซิเมนต์และขึงด้วยลวดหนาม เพื่อให้มีความมั่นคง ป้องกันฝูงวัวบุกเข้ามาทำลายกัดกินแปลงปลูกดอกดาวเรือง

ด้านนายโสภณ ยิ้มปรีชา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช กล่าวว่า ปัญหาฝูงวัวบุกเข้ามากัดกินทำลายพืชผลที่ผู้ต้องขังปลูกพื้นที่เรือนจำ มีมานานหลายสิบปีตั้งแต่ปี 2543 นอกจากนี้ฝูงวัวยังบุกสร้างความเดือดร้อนรำคาญ ทั้งขี้เรี่ยวราดพื้นบ้านพัก โรงจอดรถเจ้าหน้าที่ และประชาชนที่มาติดต่อราชการ ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ฝูงวัวสร้างความเสียหาย ทั้งรอยขีดข่วน รอยบุบ กับรถยนต์ของเจ้าหน้าที่เรือนจำและของประชาชนที่มาติดต่อราชการอีกด้วย

ล่าสุดเจ้าหน้าที่เรือนจำ ขับรถจักรยานยนต์มาด้านหน้าเรือนจำ เพื่อทำงานช่วงเช้า แต่ถูกฝูงวัวหลายสิบตัววิ่งกรูตัดหน้าชนรถ จนบาดเจ็บกระดูกขาหัก ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายวัน แต่เหตุการณ์ที่เจ้าน้าที่เรือนจำ ได้รับบาดเจ็บถูกฝูงวัววิ่งชน กลับไม่เคยมีเจ้าของวัวแสดงความรับผิดชอบใด ๆ เลย

นายโสภณ ยิ้มปรีชา ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาเรือนจำเคยขอความร่วมมือกับเจ้าของวัวที่ปล่อยเลี้ยงเพ่นพ่านในเรือนจำกว่า 100 ตัว ซึ่งทราบว่ามีเจ้าของประมาณ 3 – 4 คน เพื่อมาพูดคุยทำข้อตกลงให้มีการเลี้ยงวัวในพื้นที่ ๆ ไม่สร้างความเดือดร้อน เสียหายกับทรัพย์สินของราชการ แต่ไม่เคยได้รับความร่วมมือ เรือนจำจึงทำหนังสือถึงอำเภอพระพรหม เป็นพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อขอความช่วยเหลือ

แต่เจ้าของฝูงวัวยังปล่อยวัวเลี้ยงเพ่นพ่านสร้างความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง เรือนจำเคยให้โอกาสเจ้าของฝูงวัวมานานหลายปี หลังจากนี้หากฝูงวัวยังสร้างความเสียหายกับทรัพย์สินทางราชการ และทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าหน้าที่และของประชาชนที่มาติดต่อราชการอีก เรือนจำจะแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของวัว เพื่อดำเนินการฐานปล่อยประละเลย

เด็กหญิงวัย13 ถูกโจ๋ข่มขืนบนเกาะพะงัน ชี้จุดเกิดเหตุ ผวาหวั่นถูกทำร้ายซ้ำ

เด็กหญิงวัย 13 ชี้จุดโจ๋ข่มขืนบนเกาะพะงัน หวั่นถูกทำร้ายซ้ำ ตำรวจจ่อออกหมายจับผู้ต้องหาอีกราย

จากกรณีที่ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ถูกนายปริญญา คลิ้งเคล้า อายุ 25 ปี ข่มขืนกระทำชำเรา 2 ครั้ง โดยมีเพื่อนของนายปริญญาชื่อนายเคน ร่วมจับมือไว้ไม่ให้ขัดขืน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมขออนุมัติศาลจังหวัดเกาะสมุยออกหมายจับ แต่นายปริญญามามอบตัวกับตำรวจก่อนเมื่อวันที่ 5 ส.ค. พร้อมกับนำตัวฝากขัง ซึ่ง ด.ญ.เอ ยืนยันผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุมี 2 คน คือนายปริญญาและนายเคน โดยถูกนายปริญญาข่มขู่ไว้ว่าถ้านำเรื่องนี้ไปบอกใครก็จะฆ่าทิ้ง ทำให้ ด.ญ.เอรู้สึกหวาดกลัว ถ้าผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวออกมาอาจจะมาทำร้าย

ล่าสุดวานนี้(7 ส.ค.) พ.ต.อ.สมชาย นพศรี ผกก.สภ.เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เผยว่า ได้รับแจ้งมาว่านายเคน ผู้ร่วมก่อเหตุ ได้หลบหนีออกจากเกาะพะงันไปแล้วตั้งแต่หลังก่อเหตุ โดยคาดว่าจะหลบไปอยู่ในพื้นที่ของบ้านพ่อแม่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งให้เจ้าหน้าที่ออกติดตามตัวมาดำเนินคดี ทางพนักงานสอบสวน รู้ชื่อและนามสกุลของนายเคนแล้ว แต่ยังไม่ขอเปิดเผย ซึ่งจะได้ขออนุมัติศาลจังหวัดเกาะสมุย ออกหมายจับ

นอกจากนี้ ด.ญ.เอ ได้ไปชี้จุดเกิดเหตุ จุดแรกที่ท่าเทียบเรือประมงบ้านโฉลกหลำ ที่ผู้ต้องหามาพบด.ญเอ และพาขึ้นรถกระบะออกไปที่ศาลาชมวิวอ่าวหินงามที่ด.ญ.เอถูกล่วงละเมิดทางเพศ จากนั้นเจ้าหน้าที่พาด.ญ.เอ ไปชี้จุดที่ผู้ต้องหาโทรมาหลอกให้ออกไปพบบริเวณริมถนน ก่อนที่ผู้ต้องหาจะให้ด.ญ.เอขึ้นรถกระบะ และพาไปที่บังกะโลแห่งหนึ่งบนเกาะพะงัน ก่อนถูกนายปริญญาล่วงละเมิดทางเพศ ส่วนนายเคนเป็นคนช่วยจับตัวไว้ไม่ให้ขัดขืน

ด้าน ด.ญ.บี เพื่อนของเหยื่อ บอกว่า ปกติเกือบทุกวันตนเองและด.ญ.เอ พร้อมกับเพื่อนๆ อีกหลายคน จะไปนั่งเล่นอยู่ที่บนหัวสะพานท่าเทียบเรือประมงบ้านโฉลกหลำ เกาะพะงัน ซึ่งในวันเกิดเหตุได้เห็นด.ญ.เอ ถูกนายปริญญา และนายเคน ดึงแขนขึ้นรถกระบะไป โดยที่ไม่ทราบว่าไปที่ไหนกัน แต่ยืนยันว่าไปกับ 2 คนนี้จริง