‘นพดล’ ไม่เห็นด้วยเลิกแนวคิดผู้สมัครพรรคเดียวใช้เบอร์เดียว

“นพดล” ไม่เห็นด้วยแนวคิดยกเลิกให้ผู้สมัครจากพรรคเดียวกันใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศ หวัง กรธ. เปิดใจรับฝั่งทุกฝ่ายเพื่อร่าง กม.เลือกตั้งอย่างสุจริต

นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เสนอในการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งให้ผู้สมัครในเขตจับสลากเบอร์ในแต่ละเขตและจะไม่ใช้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศเหมือนในอดีต โดยอ้างว่าเพื่อให้ผู้สมัครในเขตแสดงความสามารถของตนเอง

โดยส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะวิธีการเดิมมีข้อดีและใช้มานาน การใช้เบอร์เดียวกันของพรรคเดียวกันทั้งประเทศจะทำให้ประชาชนจำได้ง่ายว่าจะสนับสนุนพรรคและผู้สมัครของพรรคใด โดยไม่สับสน ลดปัญหาบัตรเสีย ประชาชนแสดงเจตจำนงได้ถูกต้อง ไม่ก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างพรรคการเมือง ขณะเดียวกันในอดีตการเลือกตั้งสามารถกาได้สองบัตร แต่ปัจจุบันสามารถกาได้บัตรเดียวคือเลือกตัวผู้สมัครในเขตเท่านั้น และนำบัตรทั้งหมดมาคำนวณจำนวน ส.ส.ที่แต่ละพรรคจะได้ที่นั่งทั้งประเทศ รวมทั้ง ส.ส.แบบปาร์ตี้ลิสต์ด้วย

ดังนั้น ในวันเลือกตั้งประชาชนจึงต้องพิจารณาทั้งตัวผู้สมัครและพรรคที่สังกัดพร้อมกันไปด้วยไม่ใช่ดูตัวบุคคลอย่างเดียว และอาจต้องให้น้ำหนักตัวพรรคเป็นสำคัญด้วยซ้ำ ดังนั้นการให้ผู้สมัครจากพรรคการเมืองได้เบอร์เดียวกันทั้งประเทศจึงตอบโจทย์การเลือกตั้งแบบใหม่ที่กาได้บัตรเดียว ซึ่งส่วนตัวหวังว่า กรธ.จะเปิดใจรับฟังฝ่ายต่างๆ ในการร่างกฎหมายเพื่อให้การเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ไม่สับสนและควรเปลี่ยนแปลงวิธีการเฉพาะที่ทำให้การเลือกตั้งดีขึ้น

ที่มา… INN

เตือนคนไทยในญี่ปุ่นระวังภัย ‘ไต้ฝุ่นโนรู’

สถานเอกอัครราชทูตไทยที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ประกาศเตือนภัยคนไทยในญี่ปุ่น ระวังภัย ‘ไต้ฝุ่นโนรู’ ให้ติดตามข่าวสาร อย่างใกล้ชิด

มีรายงานว่าสถานเอกอัครราชทูตไทย ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ประกาศเตือนภัยคนไทยในพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับการเคลื่อนตัวของพายุไต้ฝุ่นหมายเลข 5 โนรู (Noru) ให้ติดตามข่าวสาร และเตรียมพร้อมเมื่อทางการญี่ปุ่นประกาศให้อพยพ

โดยสื่อของญี่ปุ่น รายงานว่า ไต้ฝุ่นหมายเลข 5 ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่จังหวัดคาโกชิมะ หมู่เกาะคิวชู ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นแล้ว ทำให้เกิดฝนตกหนักกว่า 132 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ในบางพื้นที่และมีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปยังหมู่เกาะชิโกกุ และพัดขึ้นทางตอนเหนือของญี่ปุ่นต่อไป

ทั้งนี้ ขอให้คนไทยในพื้นที่ดังกล่าวและบริเวณใกล้เคียง ระวังภัยจากฝนตกหนัก น้ำท่วม คลื่นสูงบริเวณชายฝั่ง ลมแรงและฟ้าผ่า ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย พร้อมติดตามข่าวสารท้องถิ่น รวมถึงเตรียมความพร้อมในการอพยพเมื่อทางการญี่ปุ่นประกาศให้อพยพได้ทันที

เปิดแล้ว! แลนด์มาร์คแห่งใหม่กรุงเทพฯ มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

กลุ่มพันธมิตรพลังสยาม ส่งมอบสกายวอล์ก ( Skywalk ) บริเวณสี่แยกปทุมวัน ให้กับกรุงเทพมหานคร ผลักดันเป็น Landmark แห่งใหม่กลางกรุง

ผู้สื่อข่าว MThaiNews รายงานว่าหลังจากกลุ่มพันธมิตรพลังสยาม ส่งมอบสกายวอล์ก ( Skywalk ) หรือ ทางเดินเชื่อมบริเวณสี่แยกปทุมวัน ให้กับกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง และผลักดันเป็น Landmark แห่งใหม่กลางกรุงโดยเป็นทางเดินที่สร้างเชื่อมต่อระหว่างสถานีรถไฟฟ้าสนามกีฬาแห่งชาติ, หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร, ศูนย์การค้า เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์, ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ และ สยามสแควร์

ทั้งนี้จะอำนวยความสะดวกประชาชนให้เดินทางได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องลงมาด้านล่าง ซึ่งคาดว่าจะรองรับประชาชนกว่า 10,000 คนต่อวันขณะเดียวกัน การก่อสร้างที่หลายฝ่ายกังวลว่าอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อรถที่สัญจรไป-มาได้นั้น แต่มาตรฐานที่ความสูง 5.50 เมตร รถสามารถวิ่งผ่านได้ จึงเป็นประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก โครงการก่อสร้างเริ่มมาตั้งแต่ปี 2558 ใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท ด้วยการร่วมทุนกันจากเอกชน

การออกแบบภายใต้แนวคิดอารยสถาปัตย์ (Universal Design) ที่ให้คนทุกกลุ่มสามารถสัญจรได้โดยทำเป็นทางลาดและมีลิฟท์เกาะราวบันได (stair lift) เพื่อยกวีลแชร์จากสถานีรถไฟฟ้ามายังทางเชื่อมรองรับผู้สูงอายุและคนพิการ โดยงบประมาณในการปรับปรุงประมาณ 300 ล้านบาท สำหรับการออกแบบเน้นศิลปนามธรรมที่มองจากด้านบนจะเหมือนใบบัวในสระน้ำสอดคล้องกับชื่อพื้นที่ปทุมวัน