ยายวอนช่วยเหลือ! ถูกแมลงนับล้าน บุกยึดบ้านนาน 4 เดือน

ยายวัยอายุ 80 ปี วอนช่วยเหลือ หลังแมลงนับล้านตัวบุกยึดบ้าน ตั้งแต่เดือนเมษายน

วันนี้ (6 ส.ค. 2560) ที่ จ.นครสวรรค์ ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนความเดือดร้อนจากนางมณี อินทรโชติ อายุ 80 ปี ว่า ที่บ้านของเธอ เลขที่ 87/5 บ้านหนองทราย หมู่ที่ 3 ต.หนองกระโดน อ.เมืองนครสวรรค์ กำลังประสบกับปัญหาความเป็นอยู่ จากการถูกกองทัพแมลงนับล้านตัวบุกเข้าไปยึดบ้านพักอาศัย จนได้รับความเดือดร้อนหนักถึงบ้านแตกสาแหกขาด เพราะคนที่บ้านต่างพากันย้ายหนีไปพักอาศัยอยู่ที่ เนื่องจากกลัวกองทัพแมลงจะทำอันตรายจนถึงชีวิต


จากการเดินทางไปตรวจสอบบ้านของนางมณี พบว่า เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ที่เพิงหลังคาหน้าบ้าน มีเตียงแค่ไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งทราบว่า เป็นที่หลับนอนยามค่ำคืนของนางมณีในปัจจุบัน ส่วนการตรวจสอบภายในบ้านพัก ผู้สื่อข่าวได้พบกับบรรยากาศสุดหลอน เมื่อเห็นกองทัพแมลง ที่นางมณีระบุว่า เป็นแมลงปีกแข็ง เดินกันยั้วเยี้ยกระจายอยู่ทั่วแทบจะทุกส่วนของบ้าน ตั้งแต่พื้น กำแพง ขอบหน้าต่าง ช่องระบายลม ข้าวของเครื่องใช้ ไปจนถึงห้องนอนบนชั้น 2 แม้แต่เตียงนอนและชุดเสื้อผ้า ก็ถูกเจ้ากองทัพแมลงปีกแข็งบุกเข้าไปยึดฝังตัวอยู่ หากใครมาพบเห็นสภาพบ้านเป็นแบบนี้ ยังไม่มีใครกล้าเข้ามาอยู่อย่างแน่นอน


จากการสอบถามนางมณี เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยใช้ชีวิตครอบครัวเป็นสุข ได้อยู่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตากับลูกหลาน กระทั่งเข้าสู่เดือนเมษายน ก็ถูกเจ้ากองทัพแมลงปีกแข็งก็ผุดขึ้นมาจากดินเข้ายึดบ้าน และพวกมันก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จนลูกหลานพากลัวกันขนลุกขนพอง และอยู่กันไม่ไหว ต่างพากันย้ายหนีกองทัพแมลงออกไปพักอาศัยอยู่ที่อื่นกันหมด เหลือตนที่ต้องอยู่ดูแลบ้านเพียงลำพัง

แต่ถึงกระนั้น ตนก็ยังไม่สามารถเข้าไปนอนพักอาศัยอยู่ในบ้านได้ เพราะทุกๆ ที่ ทุกซอกทุกหลืบ จะมีแมลงปีกแข็งเดินยั้วเยี้ยอยู่เต็มไปหมด จึงทำให้ตนต้องหอบเอาที่นอนหมอนมุ้งมาหลับนอนอยู่บนเตียงแค่ไม้หน้าบ้านจนถึงปัจจุบัน และตอนนอน ก็ต้องใช้สำลีอุดหูทุกค่ำคืนด้วย เพื่อป้องกันไม่พวกมันมาคุกคามทำอันตรายต่อชีวิต


นางมณี เล่าต่อไปว่า ก่อนหน้านี้ ลูกเคยไปเอายาฆ่าแมลงมาฉีดพ่นเพื่อกำจัดพวกมันมาแล้ว ฉีดกันจนหมดขวด แต่พวกมันก็ยังไม่ออกไปจากชีวิต ยังคงอยู่กวนใจ และตามหลอกหลอนทุกคืนวัน หนำซ้ำ ตนยังเคยไปร้องขอความช่วยเหลือจากทาง อบต. ในพื้นที่ให้มาช่วยกำจัดเจ้าแมลงปีกแข็งพวกนี้ด้วย

แต่จนถึงบัดนี้ ก็ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ ตนก็ต้องทนทุกใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแบบที่เห็น มีบ้าน มีห้องนอน ก็ไม่สามารถเข้าไปนอนได้ และรายได้ของตน ก็มีเพียงแค่เบี้ยยังชีพคนชราเพียงเท่านั้น จึงอยากจะวิงวอนขอร้องให้หน่วยงานไหนก็ได้ ช่วยมากำจัดแมลงปีกแข็งที่มีอยู่ในบ้านตนนับล้านตัวให้ด้วย ตนแก่แล้ว ไม่อยากมานอนอยู่หน้าบ้านเพียงลำพังไปจนวันตาย

เรือนจำกลางเมืองคอน ดักไฟฟ้าในป่าละเมาะ ช็อตวัวชาวบ้านตายสยอง

เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ดักไฟฟ้าในป่าละเมาะทุ่งเลี้ยงสัตว์ ช็อตวัวชาวบ้านพุงแตกตายสยอง

วันที่ 6 ส.ค.60 นายศิวกร กรรมการ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 82/4 หมู่ 7 ต.นาพรุ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับศูนย์ข่าวนคร 24 ชม.สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายดูแลคอกหมูเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ได้วางกับดักไฟฟ้าบริเวณทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยพระ

หลังเรือนจำกลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้วัวของตนจำนวน 2 ตัว ถูกกระแสไฟฟ้าช็อตจนพุงทะลุไส้ทะลักเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 5 ส.ค.60 หลังเกิดเหตุตนเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไส้กับ ร.ต.อ.ธรรมรัตน์ หนูกลิ่น พนักงานสอบสวน สภ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อให้สอบสวนสืบสวนดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

นายศิวกร กรรมการ กล่าวว่า อดีตพื้นที่ตั้งของเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เป็นทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยพระ ซึ่งชาวบ้านใช้ประโยชน์ในการเลี้ยงสัตว์และประโยชน์อื่น ๆ ร่วมกัน โดยเฉพาะเลี้ยงวัวนับพันตัว จนเมื่อปี พ.ศ.2546 เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ได้ย้ายจากในตัวเมืองนครศรีธรรมราช มาก่อสร้างใหม่ในพื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยพระ ปัจจุบันมีเนื้อ 329 ไร่ 54 ตารางวา แบ่งเป็นพื้นที่ในเรือนจำ 62 ไร่ 1 งาน 2 ตารางวา มีกำแพงสูง 7 เมตร ยาว โดยรอบ 1,365 เมตร พื้นที่ภายนอกเรือนจำ 266 ไร่ 3 งาน 52 ตารางวา ทำให้พื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ลดน้อยลง ชาวบ้านจำนวนหนึ่ง จึงเลิกเลี้ยงวัวหันไปทำอาชีพอื่น เหลือเพียงชาวบ้าน 5 – 6 ที่เลี้ยงวัวแบบปล่อยธรรมชาติในพื้นที่ดังกล่าวจำนวน 100 ตัว

สำหรับพื้นที่นอกเรือนจำนั้น ทางเรือนจำได้ขุดบ่อบำบัดน้ำเสีย สร้างคอกหมูขนาดใหญ่ให้ผู้ต้องขังร่วมกันเลี้ยงหมู เพื่อใช้ประกอบอาหารลดค่าใช้จ่ายและเป็นรายได้ของเรือนจำ และผู้ต้องขัง โดยมีการขุดสระน้ำขนาดใหญ่ไว้ เพื่อนำน้ำไปใช้ในกระบวนการเลี้ยงหมู ห่างออกมาจากคอกหมูประมาณ 300 เมตร เป็นป่าละเมาะและทุ่งหญ้า ชาวบ้านจึงปล่อยวัวให้กินหญ้าตามปกติ โดยวัวมักจะไปดื่มน้ำในสระน้ำของเรือนจำ ที่ผ่านมากว่า 10 ปี ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

นายศิวกร กล่าวอีกว่า กระทั้งเมื่อเช้าวานนี้ (5 ส.ค.60) ตนว่าพบวัวของตนจำนวน 2 ตัว ถูกไฟฟ้าที่เจ้าหน้าที่ของเรือนจำ เดินสายไฟดักไว้ริมสระน้ำที่วัวจะลงไปกินน้ำ ทำให้วัวของตนถูกไฟช็อตตาย 2 ตัว หลังเกิดเหตุตนไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.พระพระพรหม แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่รับแจ้งความและขอให้ตนไปเจรจากับทางเรือนจำ แต่เมื่อตนไปพบเจ้าหน้าที่เรือนจำ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจ เนื่องจากเป็นวันหยุด ตนจึงเดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระพรหมอีกครั้ง เจ้าหน้าที่รับแจ้งความลงบันทึกประจำวันพร้อมเดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นพบว่ามีการเดินสายไฟฟ้าแรงสูงจากคอกหมูมายังสระน้ำ จึงทำการตัดกระแสไฟฟ้าก่อนเข้าไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ จุดแรกวัวเพศเมีย อายุ 1 ปีเศษ หนัก 150 กิโลกรัม มูลค่า 12,000 บาทเศษ ถูกกระแสไฟฟ้าช็อตบริเวณปากจนเลือดทะลักนอนหงายตาย จุดที่ 2 ห่างออกไปไม่มานักพบวัวเพศผู้อายุ 7 เดือนเศษ หนัก 80 กิโลกรัม มูลค่า 8,000 บาทเศษ ถูกกระแสไฟฟ้าช็อตที่บริเวณหน้าท้องและชายโครงซ้ายจนไหม้เกรียม เนื้อหนังหลุดไส้ทะลักออกมากองกับพื้นเสียชีวิตอย่างน่าสยดสยอง

นายศิวกร กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นตนอยากให้ทางเรือนจำออกมารับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้กับตน และขอให้หยุดปล่อยกระแสไฟฟ้าดักไว้ในลักษณะดังกล่าว เนื่องจากต่อไปวัวทุกตัวที่จะไปกินน้ำในสระน้ำดังกล่าว จะต้องถูกกระแสไฟฟ้าช็อตตายทุกตัว ที่สำคัญยังเสี่ยงที่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงที่เดินเข้าไปในบริเวณดังกล่าวก็เสี่ยงที่จะถูกไฟฟ้าช็อต พื้นที่ดังกล่าวถึง

แม้จะเป็นพื้นที่อาณาเขตที่เรือนจำขอใช้ประโยชน์ แต่อยู่นอกเขตอาคารกำแพงเรือนจำ และเป็นพื้นที่ป่าและทุ่งหญ้า ที่ชาวบ้านเคยใช้เลี้ยงสัตว์มาก่อน และไม่มีป้ายระบุหรือบอกว่าเป็นเขตหวงห้ามแต่อย่างใด การปล่อยกระแสไฟฟ้าส่งผลกระทบกับการดำรงชีพของประชาชน และเป็นอันตรายแก่ชีวิตทั้งคนและสัตว์เลี้ยงในละแวกใกล้เคียง

จับตา! ‘เจฟฟ์ เบโซส’ เจ้าของอาณาจักร ‘อะเมซอน’

สื่อและวงการธุรกิจต่างจับตาถึงความเคลื่อนไหวของอาณาจักรธุรกิจ ‘อะเมซอน’ ของ “เจฟฟ์ เบโซส” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ หลังแซงขึ้นเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลก เพียงชั่วระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง

สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่า “เจฟฟ์ เบโซส” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ “อะเมซอน” ได้ขึ้นแท่นแซงหน้า “บิล เกตส์” เป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลก เพียงชั่วระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่สื่อและวงการธุรกิจต่างจับตาถึงความเคลื่อนไหวของอาณาจักรธุรกิจของอะเมซอน

นายเจฟฟ์ เบโซส ซีอีโอ อะเมซอน ขึ้นแท่นบุคคลที่รวยที่สุดในโลก แซงนายบิล เกตส์ มหาเศรษฐีจากไมโครซอฟท์ ในช่วงระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง โดยหากวัดจาก “ดัชนีมหาเศรษฐีของบลูมเบิร์ก” นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ที่มีผู้ขึ้นหน้าแซงบิล เกตต์ ความเคลื่อนไหวนี้ส่งผลให้สื่อ นักธุรกิจ และนักลงทุนจับตาธุรกิจของอะเมซอนมากขึ้น

ฟอร์บส รายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว นายเบโซส รวยแซงหน้า นายเกตส์ เนื่องจากราคาหุ้นของอะเมซอน พุ่งขึ้นในช่วงตลาดเปิด 1.6 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้นายเบโซส มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9 หมื่น 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3 ล้าน 2 แสน 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งมากกว่ามูลค่าทรัพย์สินของนายเกตส์ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1 หมื่น 7 พันล้านบาท

ทั้งนี้ หุ้นของอะเมซอนที่พุ่งสูงขึ้น เนื่องมาจากเป็นจังหวะก่อนที่จะมีการรายงานผลกำไรไตรมาส 2 ของอะเมซอน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ อันดับมหาเศรษฐีของนายเบโซส ได้ตกลงมาอยู่อันดับ สองของ “ดัชนีมหาเศรษฐีของบลูมเบิร์ก” แล้ว ขณะที่ อันดับมหาเศรษฐีของฟอร์บส นั้น นายเบโซส อยู่ในอันดับที่สองและสาม ซึ่งเป็นการผันแปรตามตลาดหุ้น

ก่อนหน้านี้ ช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา วงการธุรกิจและนักลงทุนได้ให้ความสนใจอย่างมาก ที่อะเมซอนได้ซื้อกิจการ โฮลฟู้ด มาร์เก็ต ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตขายสินค้าออร์แกนิกในสหรัฐฯ ในราคาประมาณ 4 แสน 6 หมื่น 5 พัน 800 ล้านบาท ซึ่งครั้งนั้นถือเป็นการซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดของอะเมซอน และเป็นก้าวสำคัญของอะเมซอนที่กระโดดเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกแบบมีหน้าร้าน

นอกจากนี้ อะเมซอน ยังได้รับผลกำไรจากการขยายธุรกิจอย่างไร้ขอบเขตไปสู่ตลาดใหม่ๆ โดยนอกจากค้าปลีกออนไลน์แล้ว ก็ยังก้าวเข้าไปทำธุรกิจแฟชั่น โทรคมนาคมและให้บริการขายซอฟต์แวร์เพื่อจัดเก็บข้อมูลบนออนไลน์ เป็นต้น

ทั้งนี้ ในวันเดียวกันกับที่ นายเบโซส ก้าวขึ้นเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งชั่วคราว อะเมซอน ได้เปิดตัว “ไพรม์ นาว” บริการส่งสินค้าแบบด่วนพิเศษให้กับลูกค้า ภายใน 2 ชั่วโมง ในสิงคโปร์

ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของอะเมซอน ในการขยายธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากที่ได้ให้บริการนี้ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ มาตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2557 และขยายไปยังเมืองใหญ่อื่นๆ ทั้งกรุงลอนดอน ของอังกฤษ // กรุงเบอร์ลินของเยอรมนี เมืองมิลานของอิตาลี และกรุงมาดริดของสเปน

นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่ อะเมซอน ได้ก้าวเข้าสู่การแข่งขันทางธุรกิจกับ “อะลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง” ที่เพิ่งลงทุนซื้อหุ้น “ลาซาดา” เพิ่ม หนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อปูทางสู่การรุกตลาดค้าปลีกออนไลน์ในภูมิภาคนี้