ตำรวจเผย คดี “ธวัชชัย อนุกล” เป็นคดีอาญา ต้องหาผู้ก่อเหตุ

ผู้กำกับการตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เผย ศาลชี้ “ธวัชชัย อนุกล” ถูกคนอื่นทำให้ตายเป็นคดีอาญาต้องหาผู้ก่อเหตุ ยัน ตำรวจยังไม่มี CCTV จับภาพบุคคลทำให้เสียชีวิตตามที่มีข่าว

พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง เปิดเผยกรณี ศาลมีคำสั่งคดีชันสูตรพลิกศพ การเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตเจ้าหน้าที่กรมที่ดิน จ.พังงา ผู้ต้องหาออกเอกสารสิทธิที่ดินทับซ้อนอุทยานแห่งชาติกว่าพันแปลง ที่เสียชีวิตภายในห้องควบคุมกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ว่ามีคนทำให้เสียชีวิตว่า

เมื่อศาลไต่สวนพิพากษาแล้วจะต้องคืนสำนวนส่งอัยการและอัยการจะต้องนำมาให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำการสอบสวนดำเนินคดีต่อไป ตามป.วิอาญา 150 วรรค 11 ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังคงรอสำนวนดังกล่าวอยู่ ทั้งนี้ เมื่อศาลพิพากษาว่าผู้ตายถูกทำให้ตายไม่ว่าด้วยเจตนาหรือไม่นั้น ถือเป็นคดีอาญาดังนั้นการดำเนินการต่อไปคือสำนวนคดีอาญาจนต้องหาผู้ก่อเหตุ

พ.ต.อ.มานะ กล่าวถึงกรณีมีข่าวว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพบกล้องวงจรปิด ว่าพบบุคคลที่ทำให้นายธวัชชัยเสียชีวิตนั้น ขอยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ทุ่งสองห้อง ไม่มีคลิปหรือได้รับการประสานคลิปดังกล่าวแต่อย่างใด

ด้าน นายชัยณรงค์ อนุกูล น้องชายของนายธวัชชัย อนุกูล กล่าวว่า หลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาออกมานั้น ตนก็ขอเวลาไปปรึกษาทางทนายความว่าจะแจ้งข้อหาใครบ้าง สำหรับการจะแจ้งข้อหาต่อเจ้าหน้าที่ดีเอสไอในมาตรา 157 หรือไม่นั้น ก็อยู่ระหว่างการหารือกับทางทนายความ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ตนยังติดใจสาเหตุการตายของนายธวัชชัยเหมือนในครั้งแรก

‘ยิ่งลักษณ์’ กำลังใจดียันฟังตัดสินคดีจำนำข้าว 25 ส.ค.นี้

ทนายความ “ยิ่งลักษณ์” เตรียมส่งคำแถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษร ส่งศาลฎีกา สัปดาห์หน้า ยัน กำลังใจดี ไปฟังคำพิพากษา 25 ส.ค. นี้ แน่นอน

นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยคดีปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโครงการรับจำนำข้าว กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 สิงหาคม นี้ว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ทีมทนายจะต้องทำคำเเถลงปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรส่งศาลภายในวันที่ 15 สิงหาคม ซึ่งศาลกำหนดให้คู่ความทั้งสองส่งคำเเถลงผิดคดีเป็นลายลักษณ์ในวันดังกล่าวหากไม่ส่งจะถือว่าไม่ติดใจ

ซึ่งรายละเอียดในคำเเถลงปิดคดีด้วยลายลักษณ์อักษรจะมีรายละเอียดที่มากกว่าการแถลงปิดคดีด้วยวาจา ในเนื้อหาจะมีการชี้ประเด็นถึงพยานโจทก์ที่นำมาเบิกความสามารถรับฟังได้มากน้อยเเค่ไหน เเละพยานจำเลยที่ไต่สวนไปสามารถรับฟัง รวมถึงชี้ในเรื่องพยานเอกสารที่เชื่อถือได้ ซึ่งขณะนี้เรากำลังทำคำเเถลงปิดคดีอยู่คาดว่าสัปดาห์หน้าก็จะทำเสร็จเเละยื่นต่อศาลได้เลย ส่วนความยาวกี่หน้ากระดาษนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้เนื่องจากอยู่ระหว่างการจัดทำอยู่

นายนรวิชญ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางฝ่ายจำเลยไม่ได้มีการยื่นคำร้องต่อองค์คณะศาลฎีกาเเล้ว ส่วนเเนวคิดการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ขณะนี้ยังไม่มี ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะนี้ ยังมีกำลังใจดีอยู่เเละใช้ชีวิตตามปรกติ เเละในวันที่ 25 สิงหาคม น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ยืนยันว่ามีความพร้อมในการเดินทางไปฟังคำพิพากษา อย่างแน่นอน

ข้อมูล INN

รถบรรทุก 6 ล้อ วิ่งฝ่าสายฝน มองไม่เห็นทาง พุ่งชนกระบะดับยกครัว 5 ศพ

เกิดเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ วิ่งฝ่าสายฝน มองไม่เห็นทางพุ่งชนกระบะดับ ยกครัว 5 ศพ

ร.ต.อ.สุพล ดุมกลาง รอง สว.(สอบสวน) สภ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถบรรทุก 6 ล้อ หมายเลขทะเบียน 81-2599 หนองบัวลำภู ชนติดอัดก๊อปปี้กับรถยนต์กระบะโตโยต้าวีโก้ หมายเลขทะเบียน ผผ-1579 ขอนแก่น สภาพพังยับเยิน และจากการตรวจสอบภายในรถกระบะพบผู้เสียชีวิตทั้งหมด 5 คน เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้เครื่องตัดถ่างเพื่อนำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาจากรถท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง

ร.ต.อ.สุพล กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตซึ่งโดยสารมากับรถกระบะทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย นายผล ถุงนอก อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130 ม.19 ต.หนองไผ่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ,นายอรรถพล หัศภาคย์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 555/189 ม.10 ต.หนองไผ่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น , ด.ช.ศิวกร หัสภาคย์ อายุ 15 ปี ,ด.ญ.ชลธิชา ถุงนอก อายุ 13 ปี และ ด.ช.สาธิต ถุงนอก อายุ 13 ปี เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างของผู้เสียชีวิตที่โดยสารมากับรถออกมาและส่งไปชันสูตรที่ รพ.ชุมแพ

พร้อมทั้งควบคุมตัวนายภักดี คำเรือง อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 325 ม.9 ต.นาคำไฮ อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู คนขับรถบรรทุกซึ่งได้รับบาดเจ็บไว้เพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.ชุมแพ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ขณะที่ผู้เสียชีวิตนั้นญาติได้มาติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาแล้ว ทั้งนี้ในเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหากับคนขับรถบรรทุกว่าขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งจะมีการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

ด้าน นายภักดี ให้การว่าขับบรรทุกคันดังกล่าวซึ่งบรรทุกหม้อน้ำรถยนต์เก่าจาก จ.นครราชสีมา เพื่อนำส่งให้กับลูกค้าที่ จ.หนองบัวลำภู โดยใช้เส้นทาง ชุมแพ-สีชมพู-หนองบัวลำภู โดยเมื่อขับรถมาถึงที่เกิดเหตุฝนตกลงมาอย่างหนัก พบรถปิคอัพคันดังกล่าวซึ่งวิ่งสวนทางเสียหลักจอดขวางกลางถนนอย่างรวดเร็วเป็นเหตุให้พุ่งชนอย่างแรง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ