ปส.ปะทะเดือด แก๊งยาบ้าเชียงราย วิสามัญ 2 ศพ ยึดได้ 2 ล้านเม็ด

ตำรวจ ปส.ปะทะเดือด วิสามัญ 2 ศพ แก๊งลักลอบค้ายาเสพติดเชียงราย ขณะ ยึดของกลาง ยาบ้า 2 ล้านเม็ด ไอซ์ 65 กิโลกรัม

เมื่อวันที่ 2 ส.ค.60 เวลาประมาณ 23.50 น. พล.ต.ต วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผู้บังคับการตำรวจ ปราบปรามยาเสพติด 3 (บก.ปส.3) นำกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจยึดของกลาง ยาบ้าและไอซ์ จำนวน 13 กระสอบ อาวุธปืน พกลูกโม่ 2 กระบอก รถยนต์ ทะเบียน บบ-136 เชียงราย 1 คัน บริเวณ ถนนบายพาส (ถนนหมายเลข 123) ต.แม่สาย อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย

โดยพฤติการณ์ในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทราบว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดผ่านเส้นทางดังกล่าว จึงเฝ้าติดตามจนกระทั่งพบรถต้องสงสัยแต่ ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุม ผู้ต้องหาทั้งสองคนกลับใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ฯ จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู้เพื่อป้องกันตัว หลังเกิดเหตุผู้ต้องหาทั้งสองคนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และจากการตรวจสอบโดยเบื้องต้นพบ ยาบ้าจำนวน 2,122,000 และไอซ์ 65 กิโลกรัม บรรจุอยู่ในกระสอบหลากสี จำนวน 13 กระสอบ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ อยู่ระหว่างเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเตรียมแถลงรายละเอียดต่อสื่อมวลชน

ด้าน พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผู้บังคับการตำรวจ ปราบปรามยาเสพติด 3 (บก.ปส.3) เปิดเผย ถึงกรณีเจ้าหน้าที่วิสามัญ 2 คนร้ายที่ลักลอบขนยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาว่า กรณีดังกล่าวเป็นการวางแผนร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดที่ทะลุกมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนที่ฝ่ายข่าว ตำรวจปราบปรามยาเสพติด 3 จะทราบว่า จะมีการลักลอบขนยาเสพติดผ่าน บริเวณ ถนนบายพาส (ถนนหมายเลข 123) ต.แม่สาย อ.แม่สาย จังหวัดเชียงราย จึงไปดักสกัดจับ เมื่อรถต้องสงสัยมาถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น

แต่ผู้ต้องหาทั้งสองคนกลับชักอาวุธปืนยิงกระหน่ำใส่เจ้าหน้าที่และพยายามขับรถฝ่าด่านหลบหนี จนเกิดการยิงต่อสู้กันทำให้ผู้ต้องหาเสียชีวิต ซึ่งเบื้องต้น ตำรวจไม่พบหลักฐานระบุตัวบุคคล มีเพียงทรัพย์สินมีค่า เงินจำนวน กว่า 1 หมื่นบาท และยาเสพติดกว่า 2 ล้านเม็ด ไอซ์ อีกจำนวนมากในรถของกลางดังกล่าวเท่านั้น และเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหาพยายามขนยาเข้าไปพื้นที่ชั้นในของภาคกลาง ตำรวจจึงอยู่ระหว่างขยายผลหาเส้นทางการลำเลียงและเจ้าของผู้ครอบครองยาเสพติดตัวจริง เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ชาวเน็ตแซะแล้วแซะอีก! ทำไมรถ ปภ.สกลนคร โผล่ตอนน้ำลด?

โลกออนไลน์แซ็ว ทำไมรถ ปภ.สกลนคร โผล่ตอนน้ำลด? ล่าสุดปถ.สกลนครชี้แจงแล้ว

วานนี้ (2 ส.ค. 60) สมาชิกเฟซบ๊ก Kollayuth Nopsri โพสต์ภาพขบวนรถของหน่วยงานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ของ จังหวัดสกลนคร ที่กำลังวิ่งอยู่บนท้องถนน ซึ่งทางผู้โพสต์ได้ระบุคำบรรบายภาพไว้ด้วยว่า “ยินดีกับชาวสกลนครด้วยครับ รถ ปภ.สกลนครออกมาวิ่งแล้วครับ” หลังภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ ก็ไม่วายถูกผู้คนบนโลกออนไลน์แซ็วว่า ” ทำไมรถ ปภ.สกลนคร เพิ่งจะโผล่มาตอนน้ำรถ “ ซึ่งก่อนหน้านี้

ล่าสุดทางด้าน ปภ.สกลนคร ชี้แจงว่า เป็นรถตรวจการณ์ขับเคลื่อนสี่ล้อ ไม่ใช่รถใหม่ มีไว้ที่ศูนย์ ปภ. เขตละ 1 คันเท่านั้น และที่เราได้เห็นกันหลาย ๆ คันนั้น เป็นการขอสนับสนุนจากเขตอื่นเฉพาะกิจประมาณ 8 – 9 คัน เพื่อใช้บรรทุกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้าไปตรวจดูพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยทราย เพราะถ้าใช้รถธรรมดาเข้าไปอาจเกิดปัญหารถติดหล่มได้ เนื่องจากเส้นทางไม่ค่อยดีนัก และที่ผ่านมาจะนำรถดังกล่าวมาใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น ส่วนภาพที่ได้เห็นและถูกโพสต์วานนี้นั้นเป็นการขอเฉพาะกิจแค่วันเดียว ซึ่งหลังใช้งานก็ส่งกลับไปประจำต้นสังกัดแล้ว

ขอบคุณภาพจาก สมาชิกเฟซบุ๊ก Kollayuth Nopsri

หนุ่มเซ็ง! ทำพาสปอร์ตไม่ได้ เหตุรูปบัตร ปชช. ใบแรกเป็นคนอื่น

หนุ่มเซ็ง! ทำพาสปอร์ตไม่ได้ เหตุเพราะรูปบัตรประชาชนของตนเองใบแรก เป็นภาพของคนอื่น 

วันนี้(3 ส.ค.) กลายเป็นประเด็นที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ สำหรับเรื่องราวของผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Peerawat Chotikanokrat ที่ได้โพสต์บอกเล่าปัญหาของตนเอง โดยระบุว่า ตนไปทำหนงสือเดินทางเล่มใหม่ แต่เจ้าหน้าที่กงสุลบอกว่าทำไม่ได้ เพราะตรวจสอบจากทะเบียนราษฎร์ พบว่าใบหน้าที่ถ่ายติดบัตรประชาชนใบแรกของตัวเอง ไม่ตรงกับใบหน้าจริง เป็นรูปบุคคลอื่น ให้ไปติดต่อกับที่ว่าการอำเภอเพื่อแก้ไขก่อน จึงจะมาออกหนังสือเดินทางได้

ก่อนหน้านี้เคยออกหนังสือเดินทางมาแล้ว 2 ครั้ง ไม่เคยมีปัญหา ไม่เข้าใจว่าทำไมรอบนี้จึงมาพบปัญหา ทั้งที่บัตรประชาชนใบแรกก็ทำตั้งแต่เมื่อ 19 ปีก่อน นอกจากนี้ เมื่อไปติดต่อกับทางที่ว่าการอำเภอ ที่ออกบัตรประชาชนใบแรก เมื่อปี 2541 ทางอำเภอก็บอกว่าต้องให้คนในครอบครัวมายืนยันตัวตน ซึ่งผู้โพสต์ก็บอกว่า พ่อ-แม่ของตนอยู่ที่ต่างจังหวัด จำเป็นต้องให้เดินทางข้ามจังหวัดมาเพื่อยืนยันตัวให้จริงๆ หรือ ปลัดอำเภอถามว่า จำได้หรือไม่ว่า วันที่มาถ่ายรูปทำบัตรประชาชน ตนใส่เสื้อสีอะไร เผื่อจะช่วยยืนยันตัวตนได้ ผู้โพสต์จึงตั้งคำถามว่า นี่โลกอยู่ในยุคที่พัฒนามาขนาไหนแล้ว ทำไมยังต้องใช้วิธีรำลึกความหลังเพื่อจะยืนยันตัวเองอีก

ทั้งนี้ เฟซบุ๊กดังกล่าวได้อัพเดทเรื่องราวล่าสุดที่ได้รับเเจ้งจากเจ้าหน้าที่ ระบุว่า

ที่มา Peerawat Chotikanokrat