รองโฆษกตร. ยันไร้แทรกแซงสอบซื้อขายตำแหน่งตำรวจ

รอง โฆษก ตร. เผย ผบ.ตร. ไม่แทรกแซง การทำงานตรวจสอบตำรวจพัวพันซื้อขายตำแหน่ง – ยันเร่งดำเนินการ รอบครอบทุกมิติ

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้า การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีข้อมูลพบ 3 นายตำรวจพัวพันการซื้อขายตำแหน่งในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งคาดว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะมอบหมายให้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบ โดยยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะมีการเรียก นายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส. และอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่จะถูกแต่งตั้งขึ้นมา ขณะเดียวกันหากมีการตรวจสอบแล้ว พบว่ามีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม แม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้ว ตามระเบียบก็มีบทลงโทษกำหนดไว้

นอกจากนี้ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการทำงาน แต่ปล่อยให้จเรตำรวจแห่งชาติดำเนินการตามขั้นตอน และยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งดำเนินการในการตรวจหาข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบครบถ้วนในทุกมิติมาโดยตลอด

ที่มา… INN

แท็กซี่โหด! ปาดหน้าจยย. คว้าท่อนเหล็กตีหนุ่มเซลล์แมน

แท็กซี่โหด! ปาดหน้าจยย. คว้าท่อนเหล็กตีหนุ่มเซลล์แมน  วอนตำรวจช่วยติดตามตัวคนขับแท็กซี่มาดำเนินคดีโดยเร็ว

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่ รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าว MThaiNews ได้เข้าพบนายทิวากร กองแก้ว อายุ 26 ปี อาชีพเซลล์แมนขายกรอบรูป อยู่บ้านเลขที่ 126/148 ต.บางสีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งนอนพักรักษาตัวด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสจากการถูกทำร้าย โดยมีบาดแผลบวมเป่งที่ตาซ้าย แก้มซ้าย ฟันกรามและฟันด้านข้างหักรวม 3 ซี่ หลังถูกคนขับแท็กซี่ใช้ท่อนเหล็กตีเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว โดยเหตุเกิดบนสะพานคลองอ้อมนนท์ ใกล้วงเวียนพระราม 5 เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 1 ส.ค.60 ที่ผ่านมาหลังทั้งสองฝ่ายขับรถเบียดกันมาตั้งแต่ถนนราชพฤกษ์ต่างระดับแยกบางสีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

โดยหลังเกิดเหตุ นายทิวากร ได้โพสต์ภาพและเรื่องราวผ่านเฟซบุ๊กของตัวเองว่า ” มาโรงพยาบาล รอบนี้เกือบได้นอนยาว ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบแต่มันตั้ใจกะเอาตาย #แท็กซี่ ทล1347 สีฟ้า #สังคมมันอยู่ยาก จากนั้นก็เขียนบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้พร้อมภาพที่ตัวเองถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บกระดูกโหนกแก้มแตก เส้นเลือดในตาแตก และบวม” หลังจากนั้นเพจคลิปดังได้นำภาพจากเฟสบุ้คของผู้เสียหายไปโพสต์ต่อ จนทีผู้ใช้โซเชียลนำไปวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

จากการสอบถาม นายทิวากร ผู้บาดเจ็บเล่าเหตุการณ์ว่า ตนเองขี่รถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ทะเบียน วฬบ 34 กทม.ตามถนนดังกล่าว ระหว่างทางที่จะถึงจุดเกิดเหตุมีแท็กซี่สีฟ้า ทะเบียน ทล1347 คู่กรณีขับเบียดตีคู่มากับรถเก๋งไม่ทราบยี่ห้อสีและทะเบียน ตนเองจึงรีบเร่งเครื่องแซงขึ้นด้านหน้ารถแท๊กซี่ก่อนที่รถแท็กซี่จะบีบแตร ตนเองจึงตะโกนด่าไปทำให้คนขับแท็กซี่ไม่พอใจ ขับแซงขึ้นมาปาดหน้าตนกลางสะพาน จากนั้นชายคนขับแท๊กซี่ รูปร่างสูงใหญ่ ผิวคล้ำ อายุประมาณ 30-35 ปี เดินลงมาจากรถตรงมาหาแล้วถามว่า “มึงด่าอะไรกู”

“ช่วงนั้นผมเห็นเขาซุกท่อนเหล็กขนาดใหญ่ไว้ที่หลัง จึงพูดไปว่าอย่าเล่นอาวุธ ถ้าจะสู้กันตัวๆตนก็ไม่กลัว ทันใดนั้นเองคนขับแท็กซี่รายนี้รีบใช้ท่อนเหล็กตีเข้าใบหน้าตนอย่างแรงจนล้มคว่ำก่อนที่จะตีซ้ำอีก แต่มีคนขับรถผ่านมาหยุดดูเขาจึงรีบขึ้นรถและขับหลบหนีไปทันที”

นายทิวากร กล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุตนได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ประสิทธิศักดิ์ แก้วดอนรี สารวัตร (สอบสวน) สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี ไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ตนไปรักษาตัวที่ รพ.บางกรวย แพทย์เห็นว่ามีบาดแผลฉกรรจ์มากจึงรีบส่งตัวมารักษาต่อที่ รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์ ตนยอมรับยอมรับว่าตะโกนด่าเขาไปจริงแต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะโหดร้ายขนาดใช้อาวุธมาทำร้ายตนเองถึงขนาดนี้ อยากวอนขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามตัวคนขับแท็กซี่มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มวลน้ำจาก จ.กาฬสินธุ์ หลากเข้าเทศบาลเมืองยโสธรต่อเนื่อง

มวลน้ำจาก จ.กาฬสินธุ์ หลากเข้าเทศบาลเมืองยโสธรต่อเนื่อง ขณะหลายหน่วยงานเตรียมป้องกันเชื่อไม่รุนแรง

นายชยุต วงศ์วณิช หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดยโสธร เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า หลังเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เพิ่มระดับการระบายน้ำลงสู่พื้นที่ท้ายเขื่อน ผ่านลำน้ำชี ส่งผลให้จ.ยโสธร ซึ่งเป็นจังหวัดที่รับน้ำต่อจากลำน้ำชี มีปริมาณน้ำไหลผ่านเข้ามาอย่างต่อเนื่องและมีจำนวนมาก

เบื้องต้นหลายหน่วยงานได้ระดมกำลังนำกระสอบทราย และ อุปกรณ์ต่าง ๆ มาเสริมริมตลิ่งลำน้ำสาขาสำคัญเพื่อป้องกันมวลน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน ทั้งนี้ พบว่าเริ่มมีมวลน้ำหลากเข้ามาแล้วแต่ยังไม่ส่งผลกระทบมากนักคาดว่าวันนี้น่าจะมีเพิ่มเติมอีก ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ได้นำกระสอบทรายและอุปกรณ์ต่าง ๆ มาเสริมแนวกั้นแล้วคาดว่าน่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ในระดับหนึ่ง สำหรับพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงขณะนี้คือชุมชนบริเวณจุดลุ่มต่ำ รวมถึง ริมแม่น้ำ ทั้งหมด 6 ชุมชน ภายในเขตเทศบาลเมืองยโสธร ซึ่งมีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 400 ครัวเรือน ทั้งนี้ทางจังหวัดได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้ชาวบ้านเก็บของมีค่าไว้บนที่สูง และเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาน้ำท่วมแล้ว จึงเชื่อว่าน่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ที่มา… INN