ชาวเน็ตชื่นชม! เด็กช่าง 2 สถาบันจับมือกลางถนนเลิกตีกัน

กลุ่มนักศึกษาระดับอาชีวะสองสถาบันชื่อดังใน จ.พระนครศรีอยุธยา รวมกลุ่มกันทำข้อตกลงยุติความรุนแรงเลิกตีกัน

ผู้สื่อข่าว MThaiNews ได้รับแจ้งว่าในโลกออนไลน์มีการโพสต์ภาพและคลิปวีดีโอของกลุ่มนักศึกษาระดับอาชีวะสองสถาบันชื่อดังใน จ.พระนครศรีอยุธยารวมกลุ่มกันทำข้อตกลงยุติความรุนแรง การก่อ เหตุทะเลาะวิวาทกันผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ของผู้ใช้ที่ใช้ชื่อว่า “โรคส่วนตัว ชายใหญ่”

โดยคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา เป็นภาพนักศึกษาของวิทยาลัยเทคนิคพระนครศรีอยุธยา สายวังน้อย กับนักศึกษาวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยาสายวังน้อยมีนายตั๊ม เป็นตัวแทนกลุ่ม และนายเท็นตัวแทนกลุ่ม ทำข้อตกลงเคลียร์ปัญหาต่างๆที่คาใจกัน พร้อมจับมือกันริมถนนสายโรจนะขาเข้า จ.พระนครศรีอยุธยา โดยทั้งสองกลุ่มเข้าโอบกอดกันด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส

ทั้งนี้ผู้โพสต์ได้ใช้ป้ายบอกทาง ที่ระบุว่า อ.วังน้อย อ.อุทัย เป็นสักขีพยานว่าทุกคนจะเป็นเพื่อนกันช่วยเหลือกัน ผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “วันนี้ใครผ่านไปผ่านมาบริเวณถนนโรจนะก่อนถึงคานหามอาจจะสงสัยว่าเกิดเหตุอะไรไม่มีเหตุใดๆทั้งนั้นครับ เป็นการรวมกลุ่มเคลียร์กันซึ่งๆ หน้าของลูกผู้ชายสายเลือดช่างอยุธยาด้วยกัน ความรุนแรงไม่ได้ช่วยให้อะไรมันดีขึ้น เกียรติยศและศักดิ์ศรีอยู่ที่ความรู้ความสามารถและผลการเรียน ไม่ใช่สีของเสื้อช๊อป”

ภายหลังคลิปวีดีโอนี้ถูกเผยแพร่ไปมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชม ของนักศึกษาทั้งสองสถาบันโดยระบุว่านี่คือวิถีของลูกผู้ชายอย่าแท้จริง และมีการแชร์ต่อคลิปกันไปจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังผู้โพสต์คลิปรายนี้คืออาจารย์ไพบูลย์ อัครส อาจารย์ของวิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา นักศึกษาทั้งสองกลุ่ม จะมีบ้านพักอยู่ในอ.อุทัย และอ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเวลาที่เดินทางมาเรียน จะขับขี่รถจยย. หรือเดินทางด้วยรถประจำทางผ่านถนนโรจนะ ส่วนที่เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ทั้งสองกลุ่มเริ่มจะมีปัญหากัน จึงได้มีการเฝ้าติดตามพฤติกรรมโดยใช้นักศึกษารุ่นพี่ และนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ “เรียนช่างคนละที่แต่เลือดสีเดียวกัน” ของตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าไปเคลียร์ปัญหาทำความเข้าใจกันจนเกิดภาพความสามัคคีจับมือกันด้วยดี ซึ่งทุกวันพี่ๆจะมาส่งน้อง พูดคุยกับน้องๆกินข้าวด้วยกัน

ก่อนหน้านี้ จ.พระนครศรีอยุธยา กลุ่มนักศึกษาจะก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันทุกวัน ทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิตใช้อาวุธเข้าทำร้ายกันรุนแรง จนเมื่อปีพ.ศ.2557 ทางตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงได้เข้ามาแก้ปัญหาด้วยการให้แต่ละสถาบันจับเอานักศึกษาหัวโจ๊กมาละลายพฤติกรมด้วยการเข้าค่ายให้ทำกิจกรรมด้วยกันกินนอนด้วยกันใช้ชีวิตด้วยกันช่วยกันแก้ปัญหาด้วยกันจนทุกคนเป็นเพื่อนกันและคอยไปดูแลน้องๆเวลาที่มีเรื่องมีปัญหา จนสามารถลดปัญหาการทะเลาะวิวาทไปได้จนปัจจุบันไม่มีการทะเลาะวิวาทกันเลย

ลูกเขยโหดแทงแม่ยายดับ! ญาติเข้าห้ามได้รับบาดเจ็บ สาหัสทั้ง 2 ฝ่าย

ลูกเขยโหด แทงแม่ยายดับ ขณะญาติภรรยาเข้าช่วยทำได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้ง 2 ฝ่าย ในจ.ลำปาง

พ.ต.ท.บุญเชิด วงศ์แก้ว รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.แม่ทะ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง รับแจ้งเหตุมีคนถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บในบ้านเลขที่ 3 หมู่ 1 ต.ดอนไฟ อ.แม่ทะ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยชุดสืบสวน และหน่วยกู้ภัย สมาคมกู้ภัยแม่ทะ ที่ห้องโถงด้านล่าง พบนายอติเทพ อายุ 27 ปี ถูกฟันด้วยของมีคมจำนวน 5 แผลที่บริเวณท้ายทอย และกลางศีรษะ อาการสาหัส และพบนายสองเมือง อายุ 62 ปี พ่อตา ถูกมีดแทงเข้าที่มือขวาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

นอกจากนี้ ยังพบ น.ส.นงลักษณ์ อายุ 38 ปีภรรยานาย อดิเทพ ถูกมีดแทงเฉียดที่บริเวณลำคอได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ยืนรอให้การกับตำรวจ โดยยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย เบื้องต้น ญาตินำส่งโรงพยาบาลแม่ทะไปก่อนหน้านี้ คือน.ส.นงนุช อายุ 28 ปี น้องภรรยา ถูกแทงที่บริเวณใบหน้า ต้นแขนและศีรษะ บาดเจ็บสาหัสถูกส่งตัวไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลลำปาง และนางผัด อายุ 58 ปี แม่ยาย ถูกฟันและแทงเข้าที่บริเวณ ศีรษะลำคอและต้นแขนทั้ง 2 ข้างรวมกว่า 10 แผลเสียชีวิต ในเวลาต่อมา สอบสวน

เบื้องต้นทราบว่า นายอติเทพ ได้ทะเลาะกับภรรยา ก่อนลงมือทุบตี ทำให้นางผัดซึ่งเป็นแม่ยายโมโห จึงได้ต่อว่าพร้อมไล่นายอติเทพออกจากบ้าน ก่อนที่ช่วงเกิดกลางดึก นายอติเทพ จะย้อนเข้ามาในบ้านหลังดังกล่าว และพบแม่ยาย รวมถึงภรรยา นอนหลับอยู่บริเวณห้องโถงบริเวณ จึงใช้มีดทำครัวแทงและฟันแม่ยาย เมื่อพ่อตาและน้องภรรยาได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจึงเข้ามาช่วย จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว ส่วนสาเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

พนังกั้นแม่น้ำชีเสี่ยงแตก 3 จุด ชาวกาฬสินธุ์ เร่งนำกระสอบทรายเข้าเสริม

พนังกั้นแม่น้ำชีเสี่ยงแตก 3 จุด ชาวกาฬสินธุ์ เร่งนำกระสอบทรายเข้าเสริม ขณะตำรวจตั้งครัวทำอาหารแจกผู้ประสบภัย

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะพื้นที่ท้ายเขื่อนลำปาว 5 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมือง อ.ยางตลาด อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย และ อ.ร่องคำ หลังได้รับอิทธิพลจากพายุเซินกา ประกอบกับเขื่อนลำปาวเพิ่มปริมาณการระบายน้ำเพื่อรักษาสภาพเขื่อน ส่งผลให้พื้นที่ท้ายน้ำถูกน้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร ตลอดจนบ้านเรือนประชาชนขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งพนังกั้นแม่น้ำชี ชั้นในที่เคยแตกเกิดทรุดถึง 3 จุด ในพื้นที่ ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย สาเหตุเกิดจากแรงดันของน้ำชี ซึ่งเจ้าหน้าที่รวมทั้งประชาชนต้องร่วมกันบรรจุกระสอบทรายนำมาเข้าเสริมพนังกั้นแม่น้ำชี

ด้านนายพัฒนะ พลศรี หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 เขื่อนระบายน้ำฝายวังยาง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพัฒนากลุ่มน้ำชีตอนกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำในแม่น้ำชีอย่างใกล้ชิด หลังพบระดับน้ำปีนี้ได้เริ่มเข้าขั้นวิกฤต พร้อมทั้งได้สั่งยกประตูระบายน้ำทั้ง 4 บานขึ้นทั้งหมด เพื่อบรรเทาแรงดันของน้ำและรองรับการระบายน้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์

ขณะที่ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ยังคงนำเจ้าหน้าที่ออกตั้งครัวโรงพักเคลื่อนที่ประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อย่างต่อเนื่องทั้ง 15 อำเภอที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งมอบเงินสนับสนุนค่าอาหารและสิ่งของอุปโภค บริโภคให้กับประชาชน โดยครัวโรงพักเคลื่อนที่ของตำรวจ จะประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับประชาชนไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ท้ายน้ำ

ขณะนี้ น้ำที่ล้นตลิ่งได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวเพิ่มขึ้นอีกกว่า 20,000 ไร่ โดยเฉพาะในเขต อ.เมือง อ.กมลาไสย อ.ฆ้องชัย อ.ยางตลา