วัฒนารับทราบข้อกล่าวหา! ฝากถึงรัฐบาล “โพสต์ให้กำลังใจถือเป็นความผิด บ้านเมืองนี้จะอยู่อย่างไร”

วัฒนา เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ฐานผิดต่อความมั่นคง พร้อมฝากถึงรัฐบาลหากแค่โพสต์ให้กำลังใจถือเป็นความผิดบ้านเมืองนี้จะอยู่อย่างไร

วันที่ 1 ส.ค. 2560 นายวัฒนา เมืองสุข นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ในฐานความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และพร้อมที่จะให้สอบปากคำทันที

นายวัฒนา กล่าวว่า เมื่อหลายวันก่อนได้ทราบว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้สันติบาลไปแจ้งความที่กองปราบกล่าวหาว่าที่ตนเองแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กให้กำลัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นความผิดฐานเป็นภัยต่อความมั่งคง ต่อมาทราบว่าทางกองปราบได้โอนสำนวนมายัง ปอท. และจะมีการออกหมายจับ ในวันนี้จึงมาแสดงความบริสุทธิ์ใจไม่คิดที่จะหลบหนี

ทั้งนี้ ตนเองมองว่า การโพสต์เชิญชวนหรือการโพสต์แสดงการให้กำลังใจเป็นเรื่องตามประเพณี เป็นเรื่องของการแสดงน้ำใจต่อคนที่ได้รับทุกข์ ซึ่งไม่เห็นว่าเป็นความผิดแต่อย่างใด โดยกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ มาตรา 116 จะต้องเป็นการกระทำที่มุ่งหมายให้เปลี่ยนแปลงกฎหมายล้มรัฐธรรมนูญล้มรัฐบาล ซึ่งการให้กำลังใจไม่ได้มีการไปเปลี่ยนแปลงกฎหมายทั้งสิ้นและข้อความที่โพสต์ก็เป็นข้อความที่ปรากฎในสาธารณะไม่มีส่วนใดที่เป็นการปลุกระดม

ขณะที่ อยากฝากถึงรัฐบาลหากแค่โพสต์ให้กำลังใจถือว่าเป็นภัยต่อความมั่งคงบ้านเมืองนี้จะอยู่อย่างไร อย่าใช้กฎหมายเป็นเครื่องมืออันนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศสูญเสียความน่าเชื่อถือ ทั้งที่จริงหน้าที่รัฐต้องมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาแสดงน้ำใจ ซึ่งไม่มีประชาชนคนใดที่เดินทางมาเพื่อขัดขวางกระบวนการยุติธรรม และที่สำคัญเรื่องความสงบเรียบร้อยบริเวณศาลไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล หากศาลมองว่าประชาชนที่มาให้กำลังใจขีดขวางการพิจารณาคดีศาลจะออกคำสั่งเองเป็นเรื่องดุลพินิจของศาล

นายวัฒนา กล่าวต่อว่า ประเทศชาติสูญเสียความน่าเชื่อถือไปหลายเรื่อง โดยนึกอยากจะทำอะไรก็ทำกันนึกอยากจะออกกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อะไรก็ทำตามอำเภอใจ จึงทำให้ประเทศชาติเสียหาย ทั้งนี้ ตนเองไม่รู้สึกหวั่นใจอะไรที่ถูกจับตามอง ซึ่งเห็นว่าเป็นหน้าที่ของนักการเมืองที่ต้องคอยดูแลเนื่องจากประเทศชาติมีความสูญเสียไปพอสมควร

เกษตรกรจีนปาดน้ำตา!แตงโม กก.ละไม่ถึง 10 บาท ตัดใจโยนให้วัวกิน

เกษตรกรจีนปาดน้ำตา!แตงโมกิโลละไม่ถึง 10 บาท จึงตัดใจโยนให้วัวกินอย่างน่าเสียดาย

วันนี้ ( 1 ส.ค. 60)  สำนักข่าวต่างประเทศของจีนรายงานว่า  ที่ ต.ทงสวี่ เมืองไคเฟิง มณฑลเหอหนาน เกษตรกรผู้ปลูกแตงโม ได้ขี่สามล้อบรรทุกแตงโมมาต่อแถวเข้าคิวเพื่อติดต่อพ่อค้าคนกลาง  หลังจากแตงโมมีราคาตกต่ำอย่างหนัก ซื้อ-ขายแค่กิโลกรัมละ 1.6 หยวน (ไม่ถึง 10 บาท) เท่านั้น

โดยหลังจากพบว่าแตงโมในปีนี้ล้นตลาด จนกระทั่งขายไม่ออก ชาวไร่จึงรวมกลุ่มกันปรึกษาหารือ จนในที่สุดต้องจำใจโยนทิ้งบ้าง โยนให้วัวกินบ้าง  ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจอย่างยิ่ง  อีกทั้งชาวเน็ตบางรายได้ออกมาคอมเมนท์บนคลิปวิดีโอนี้ว่า “มาขายที่เฉิงตูสิ ที่นี่ขายโลละ 4 หยวน”

อย่างไรก็ดี แตงโมในหลายพื้นที่ของจีนมีราคาตกต่ำอย่างมากเนื่องจากปลูกกันเยอะ ทำให้ผลผลิตล้นตลาด ตลอดจนปัญหาด้านช่องทางการจัดจำหน่ายที่ยังไม่หลากหลาย ส่งผลให้เกษตรกรจีนจำนวนไม่น้อยต้องจำใจโยนทิ้งดังที่เห็นในคลิป

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : X News

สั่งระงับ! ก่อสร้างบ้านหรูบนจุดชมวิวอ่าวเสน จ.ภูเก็ต

นายกเทศบาลตำบลราไวย์ สั่งระงับการก่อสร้างบ้านหรูบนจุดชมวิวอ่าวเสน จ.ภูเก็ต แล้ว หลังพบก่อสร้างผิดแบบและก่อสร้างเพิ่มเติมโดยไม่ได้รับอนุญาติ

จากกรณีที่มีการแชร์ภาพการก่อสร้างบ้านพักหรูริมทะเล ทางไปอ่าวเสนและแหลมกระทิง ใน ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต จนมีข้อสงสัยกันว่า มีเอกสารสิทธิ์ และมีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ เพราะก่อสร้างติดทะเล ติดหน้าผาสูงชัน และติดถนนที่ใช้สัญจรไปมา

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (31 ก.ค.) ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ ได้เชิญหน่วยงานต่างๆ ประชุมหารือและชี้แจงร่วมกัน  โดยทางเทศบาลแจ้งว่า ผู้ก่อสร้างนำเอกสารที่ดิน แบบการก่อสร้างมายื่นขออนุญาตก่อสร้างเป็นบ้านพักที่อยู่อาศัย 3 ชั้น จำนวน 4 หลัง

ซึ่งทางกองช่างเทศบาลตำบลราไวย์ ได้ตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่ดิน และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แล้วพบว่าสามารถที่จะก่อสร้างได้ ไม่ขัดต่อกฎหมาย แต่เมื่อมีการร้องเรียนทางเทศบาลก็ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่กองช่างลงไปตรวจสอบว่ามีการก่อสร้างตามแบบที่ทางเทศบาลอนุญาตไปหรือไม่ ปรากฎว่า อาคารโรงจอดรถมีการก่อสร้างเพิ่มเติมผิดแบบ นอกจากนี้ยังพบว่าอาคารหลังที่ 1 ก่อสร้างติดถนนไม่ย่นระยะตามกำหมายกำหนดจากกึ่งกลางถนนไป 6 เมตร และมีการสร้างอาคารเพิ่มด้านล่างอีก 2 หลัง

ทางเทศบาลจึงได้สั่งให้ระงับการก่อสร้างทั้งหมดไว้ก่อนและให้รื้อถอนอาคารที่สร้างเพิ่มเติมมาโดยไม่ขออนุญาติทันที และทำการแก้ไขตัวอาคารให้ห่างจากถนนตามระยะย่นที่กำหมายกำหนดก่อน ถึงจะอนุญาให้ทำการก่อสร้างได้ตามแบบที่ขอมา โดยให้เวลาทางเจ้าของดำเนินการแก้ไขภายใน 30 วัน ตามกฎหมายกำหนด

โดยตลอดเวลาที่เจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆเข้าตรวจสอบนั้นทางเจ้าของที่ดินได้มาสังเกตการ และให้ข้อมูลโดยตลอด พร้อมยอมรับว่ามีการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยไม่ได้ขออนุญาติจริง โดยจะแก้ไขทั้งหมด และข้อความเห็นใจจากสังคมโชเชียลเพราะก่อสร้างในที่ดินที่ถูกต้องตามกำหมายปฎิบัติตามกฎหมายทุกขั้นตอน