เร่งล่า! รถยนต์ตีนผี หลังสาวโพสต์ตามหา ชนพ่อแม่แล้วหนี

เร่งล่า! รถยนต์ตีนผี หลังสาวโพสต์ตามหา ชนพ่อแม่แล้วหนี วอนเข้ารับผิด เพราะคดีไม่ได้ร้ายแรง

วันนี้ (28 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ พ.ต.อ.สมพล วงศ์ศรีสุนทร ผกก.สภ.คลองข่อย สอบถามกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ Woonsen Naja หรือ น.ส.ทิวาพร ตรงดี อายุ 27 ปี โพสต์ให้ช่วยหารถยนต์คันหนึ่งที่ขับชนรถจักรยานยนต์ของพ่อและแม่จนได้รับบาดเจ็บ โดยผู้โพสต์เป็นลูกสาวของ นางอุ่นเรือน ตรงดี อายุ 44 ปี และนายโอภาส ตรงดี อายุ 55 ปี

ทั้งนี้ วันเกิดเหตุผู้ขับขี่และผู้ซ้อนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กจร 133 นนทบุรี ถูกรถยนต์ชนบริเวณสะพานพระรามสี่ ขาออก มุ่งหน้าถนนราชพฤกษ์  ใกล้จุดกลับรถคลองพระอุดม ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จนทั้ง 2 ได้รับบาดเจ็บและรถได้รับความเสียหาย โดยหลังเกิดเหตุ น.ส.ทิวาพร ได้พาพ่อและแม่เข้าแจ้งความไว้กับ ร.ต.อ.สายยนต์ ทองทา ร้อยเวร สภ.คลองข่อย จ.นนทบุรี เหตุเกิดเมื่อเวลา 07.22 น. วันที่ 20 ส.ค.60

ด้าน พ.ต.อ.สมพล วงษ์ศรีสุนทร ผกก.สภ.คลองข่อย เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามตามรถคันที่ชนแล้วหนี โดยทราบว่าเป็นรถยาริส ทะเบียน ชฟ 9580 จึงได้ติดตามตรวจสอบถึงเจ้าของรถที่แท้จริงแต่จากการตรวจสอบดูร่องรอยการเฉี่ยวชน ซึ่งหลังตรวจไม่พบร่องรอยหรือซ่อมแซม และที่สำคัญล้อแม็กซ์คันที่เกิดเหตุเป็นสีดำ แต่คันเจ้าของทะเบียนจริงเป็นสีขาว และจากการตรวจสอบกล้องในหมู่บ้านของเจ้าของรถคันจริง พบว่า ดูย้อนหลังก็เป็นสีขาวมาตลอดซึ่งไม่ตรงกัน

ขณะที่ ทางเจ้าของรถที่เป็นผู้หญิง ยืนยันว่า ไม่เคยขับรถมาที่บริเวณเกิดเหตุ เบื้องต้นทางเราเชื่อว่ารถคันที่ตรวจสอบตามทะเบียนขนส่ง ไม่ใช่รถคันก่อเหตุ อาจจะถูกสวมทะเบียน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะติดตามต่อไป สำหรับเบาะแสมีผู้ที่แจ้งเข้ามาบ้างแล้วแต่ยังให้รายละเอียดไม่ได้ อยากกราบเรียนว่าผู้ที่กระทำผิดแล้วหลบหนี อยากให้มาแสดงตัวเพื่อ เพราะคดีไม่ได้ร้ายแรง ไม่ใช่คดีอาญา อยากให้มาแสดงตัว ส่วนทางด้านตำรวจจะทำทุกวิถีทางเพื่อจะให้ได้จับผู้กระทำความผิด

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังติดตามและตรวจสอบเบาะแสที่ผู้หวังดีแจ้งเข้ามา ถ้าหลังตรวจสอบพบว่าใช่รถคันก่อเหตุ จะดำเนินคดีข้อหามีและใช้เอกสารราชการปลอม ขับขี่รถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ และไม่หยุดช่วยเหลือและแจ้งเหตุแก่เจ้าพนักงานโดยทันที และจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ปภ. เตือน! 50 จังหวัด เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน

ปภ.ประสาน 50 จังหวัดทั่วประเทศเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม 28 ส.ค. – 2 ก.ย.นี้

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์น้ำ สภาวะอากาศ และปัจจัยเสี่ยงเชิงพื้นที่ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรน้ำ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร พบว่า พายุโซนร้อน “ปาข่า” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น และคาดว่าในวันนี้ จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณตอนเหนือของประเทศลาว และประเทศเวียดนามตอนบน

ประกอบกับร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ในช่วงวันที่ 28ส.ค. – 2 ก.ย. มีฝนตกเพิ่มขึ้นและฝนตกหนักบางแห่งในทั่วทุกภาคของประเทศ ปภ.จึงได้ประสาน 50 จังหวัด แยกเป็น ภาคเหนือ 13 จังหวัด แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำปาง ลำพูน แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 15 จังหวัด หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง 4 จังหวัด อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี และลพบุรี ภาคตะวันออก 5 จังหวัด สระแก้ว ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้ 13 จังหวัด สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม

ทั้งนี้ หากมีจังหวัดใด ฝนตกหนักถึงหนักมากปริมาณน้ำฝนสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตรต่อวัน ให้พิจารณาอพยพประชาชนไปยังสถานที่ปลอดภัย หรือจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามพยากรณ์อากาศ และปฏิบัติตามประกาศเตือนภัยอย่างเคร่งครัด

ที่มา… INN

สาวโคราชโวย แพทย์ทำคลอด ทำฟันหัก 3 ซี่

สาวโคราชโวยแพทย์ทำคลอด ทำฟันหัก 3 ซี่ ขณะโรงพยาบาลออกมารับผิดชอบแล้ว

หลังเพจ Facebook ชื่อ social hunter มีการโพสต์รูปภาพและเรื่องราวเกี่ยวกับคุณแม่ที่ไปคลอดลูกที่โรงพยาบาล แล้วตื่นมาพบว่าฟันหน้าตัวเองหายไป 3 ซี่ พร้อมเหล็กดัดฟัน จากการสอบถามไปยัง สาวคนดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนได้มาที่โรงพยาบาลปักธงชัยเพื่อทำการผ่าคลอดโดยการดมยาสลบ

หลังจากดมยาสลบก็หลับไม่ได้สติ จนออกจากห้องผ่าคลอด ทีมแพทย์ได้แจ้งว่าทำการผ่าตัดไม่สำเร็จเนื่องจากตนมีลักษณะคอสั้น คอบวม ลิ้นโต ไม่สามารถใส่ท่อช่วยหายใจได้ จึงยุติการผ่าคลอดไปก่อน แต่ในระหว่างการพยายามใส่ท่อช่วยหายใจนั้น ได้เกิดความผิดพลาด โดยท่อไปโดนฟันหน้าด้านบนหัก 3 ซี่ เมื่อทราบว่าเกิดเหตุผิดพลาดระหว่างการทำคลอด จึงทำเรื่องแจ้งย้ายไปโรงพยาบาลอีกแห่งทันที

ด้าน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลดังกล่าว เปิดเผยว่า คนไข้รายนี้ที่เข้ารับการผ่าตัดนั้นมีลักษณะค่อนข้างตัวใหญ่ ท้องโตและมีประวัติการเป็นเบาหวานด้วย ทางสูติแพทย์เกรงว่าจะเกิดปัญหาถ้าให้ทำการคลอดเองจึงตัดสินใจทำการผ่าตัด ในการผ่าตัดนั้นจะต้องมีการดมยาสลบเพื่อที่จะใส่ท่อช่วยหายใจด้วย แต่การใส่ท่อช่วยหายใจนั้นเป็นไปได้ยากในระหว่างการใส่ท่อช่วยหายใจนั้น เกิดการผิดพลาดทำให้ฟันหน้าหักไปทั้งหมด 3 ซี่

เวลานั้นทีมแพทย์กลัวว่าจะเกิดอันตรายกับเด็กในท้องและตัวคนไข้เอง จึงยังไม่ได้ดูแลเรื่องฟันที่หักไปและรีบนำตัวส่งไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลอีกแห่ง การผ่าคลอดนั้นสำเร็จไปได้ด้วยดีปลอดภัยทั้งแม่และลูก หลังจากนี้โรงพยาบาลก็จะรับผิดชอบส่วนของฟันที่เสียหาย ซึ่งหลังจากนี้ทางโรงพยาบาลจะให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายโดยการใส่ฟันปลอมในส่วนของฟันจริงที่เสียไปและการจัดฟันจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ