คสช. ปัดเปิดช่อง ให้ ยิ่งลักษณ์ หนีคดีจำนำข้าว

โฆษก คสช. ยันรัฐบาล ไม่ได้เปิดช่องทางให้ ยิ่งลักษณ์ หลบหนีคดีจำนำข้าว ออกนอกประเทศ

วันนี้ (27 ส.ค. 60)  พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ผู้มีอำนาจในบ้านเมือง เปิดทางให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีออกนอกประเทศ ว่า ขอเรียนว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาการบริหารงานของ รัฐบาล และ คสช. มีลักษณะเปิดเผยตรงไปตรงมา ไม่ทำสิ่งใดที่ไม่อยู่ในกรอบของกระบวนการยุติธรรมที่มีอยู่ในระบบ

ความเห็นในลักษณะดังกล่าว ยังเป็นเพียงมุมมองส่วนบุคคลที่พยายามจะไปผูกเชื่อมโยงกันเอง ซึ่งไม่อยากให้มีการ
กล่าวหาพาดพิงกัน โดยอาศัยเพียงความคิดมุมมองเฉพาะตัว โดยที่ไม่มีหลักฐานหรือข้อพิสูจน์ใดมาสนับสนุนความคิดนั้น เพราะจะทำให้สังคมติดหล่มอยู่ในวังวนทางการเมืองแบบเดิมๆ

พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ในระยะนี้ ไม่อยากให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดให้ความเห็นในลักษณะสร้างความสับสนให้สังคม เพราะบางครั้งอาจทำให้สังคมเข้าใจผิด จนมีผลกระทบไปถึงภาพลักษณ์ของบุคคลหรือองค์กรได้ ส่วนกรณีการไม่มาคำตัดสินของศาลในคดีโครงรับจำนำข้าวของอดีตนายกรัฐมนตรี นั้นเป็นเรื่องของกระบวนการหรือกลไกที่เกี่ยวข้อง จะได้ทำหน้าที่ไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมในระบบที่มีอยู่ให้ได้อย่างดีที่สุด

สะเทือนใจ! คลิปพ่อเตะลูกวัย 3 ขวบ ปลิวกระแทกพื้นหลายครั้ง

โผล่คลิปพ่อเตะลูกวัยประมาณ 3 ขวบ ปลิวกระแทกพื้นหลายครั้ง หน้าร้านชาบูโคราช ชาวโซเชียลเดือดเร่งตามหาตัว – เผย พ่อต้องแบกภาระจึงเกิดอาการโมโห

วันนี้(27 ส.ค.) เพจ Facebook ชื่อ Social Hunter ได้นำคลิปจากกล้องวงจรปิด เป็นภาพชายคนหนึ่ง อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อคล้ายเป็นพนักงานส่งนมยี่ห้อหนึ่ง เดินออกมาจากลานจอดรถ มาหาเด็กชายอายุประมาณ 3-4 ขวบ ก่อนที่จะใช้มือตี และใช้เท้าเตะเด็กอย่างรุนแรง จนเด็กตัวปลิวล้มลงกระแทกกับพื้น หลังจากนั้นได้กระชากมือลากขึ้นมา แม้ว่าเด็กจะพยายามร้องและกอดขาไว้ แต่ชายคนดังกล่าวก็ยังเตะอย่างแรงอีกครั้ง ก่อนที่จะจูงมือเด็กซึ่งเดินกะเผลกๆ เดินหายไปจากมุมกล้อง

ล่าสุด จากการตรวจสอบที่ร้านขายอาหารบุฟเฟต์ชื่อ “ชาบูญาชาบู” ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกร่วมเริงไชย ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบนายสาธิต อายุ 31 ปี ผู้จัดการร้าน ซึ่งเป็นผู้นำคลิปไปโพสต์คนแรก เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.58 น. โดยลูกค้าภายในร้านได้มองผ่านกระจกออกมาเห็นพฤติกรรมของชายคนดังกล่าว กำลังทำร้ายร่างกายเด็กน้อยอย่างรุนแรง เป็นที่สลดหดหู่แก่ลูกค้าที่อยู่ภายในร้านเป็นอย่างมาก ลูกค้าจึงได้นำเรื่องนี้มาเล่าให้พนักงานฟัง พร้อมกับบอกว่าเด็กแค่ซุกซนออกไปวิ่งเล่นเท่านั้น ต่อมาเมื่อร้านปิด ตนจึงได้ไปเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิด จึงพบว่าเหตุการณ์รุนแรงเกินกว่าจะรับได้ เพราะชาวคนดังกล่าวได้ตี และเตะเด็กอย่างรุนแรงหลายครั้ง แม้ว่าเด็กจะพยายามร้องขอให้หยุด พร้อมกับกอดขาไว้ แต่ชายคนนั้นก็ยังเตะอย่างรุนแรงซ้ำอีก จึงไม่แน่ใจว่าเป็นพ่อลูกกันหรือไม่

ขณะนี้ก็ยังไม่มีใครมาแจ้งว่ารู้จักชายคนดังกล่าว ส่วนหลังจากนี้ก็จะแจ้งให้พนักงานที่ดูแลลานจอดรถ ให้ช่วยสอดส่องดูแลความสงบเรียบร้อย หากพบมีพฤติกรรมลักษณะนี้ ก็ขอให้รีบเข้าไปช่วยระงับเหตุไว้ ก่อนที่จะมีใครได้รับบาดเจ็บหนักจนถึงต้องส่งโรงพยาบาล

ความคืบหน้า หลัง เฟซบุ๊กเพจ Social Hunter ได้นำภาพของชายหนุ่มคนหนึ่ง กำลังอาบน้ำให้เด็ก โดยระบุข้อความบนภาพว่า “หลังจากที่ได้คุยและเค้ารับปากกับมาแล้ว สำนึกผิดแล้ว เดี๋ยวจะสรุปเคส พ่อทำร้ายลูกนะ ตามคลิปที่ลงก่อนหน้านี้ เหตุเกิดที่ร้าน ชาบู วันนั้นพ่อได้พาครอบครัว ลูก 4 คนนะ (ไม่ใช่2) อยู่ ป.4,5 อีก 2 คน ยังเรียนเตรียมอนุบาล ส่วนภรรยา นั้นสุขภาพไม่แข็งแรง พิการ จึงพากันไปรับประทานอาหารที่ร้านกันปกติ จู่ๆ ลูกชายคนเล็กได้หายไป ด้านพ่อก็ตามหาทั่วร้าน แต่ยังไม่เจอ จึงเกิดอาการโมโห เมื่อมาเจอที่ลานจอดรถ ด้วยความโมโหกลัวจะเกิดอุบัติเหตุ จึงทำร้ายลูกไป

ซึ่งบางทีการตีการเตะไม่ได้แปลว่า พ่อไม่รักลูก แต่เป็นการควบคุมสติไม่ได้ ชั่วขณะนึง โดยพ่อเป็นผู้หาเงินเป็นหลักเพียงคนเดียว จากนี้ไป ก็อยากให้ทางเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมาไปสอบถามประเมินสภาวะ ของครอบครัวดังกล่าว ว่าจะช่วยเหลือเด็กอย่างไร หรือพูดคุยกับพ่อและแม่ของเด็กว่าจะทำอะไรได้บ้าง เพื่อผลประโยชน์ของเด็ก ซึ่งตอนแรกหลายคนอาจมีอาการไม่พอใจกับการกระทำของพ่อเด็ก แต่อยากให้ฟังความจากฝั่งพ่อเด็กด้วย ว่าพ่อต้องแบกภาระเลี้ยงดูลูก 4 คน กับภรรยา อีก 1 คน ซึ่งในสังคมก็น่าจะพอรู้ว่าภาระขนาดนี้ น้อยคนจะต่อสู้และแบกไหว จึงอยากให้มองอีกด้าน มองถึงการช่วยเหลือดีกว่าที่จะซ้ำเติม

พายุปาข่า เริ่มพ่นพิษ เตือนเหนือ-อีสานระวังภัย หลังฝนหนัก

กรมอุตุนิยม ประกาศเตือนภัยฉบับ 10 เฝ้าระวังพายุ “ปาข่า” (PAKHAR) ” ทำเหนือ – อีสานฝนตกหนัก 28-29 ส.ค.นี้ 

เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (27 ส.ค.60) กรมอุตุนิยม ประกาศเตือนภัยฉบับ 10 หลังพายุโซนร้อน “ปาข่า” (PAKHAR) บริเวณตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 23.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 110.9 องศาตะวันออก ความเร็วสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กม./ชม.

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็วประมาณ 35 กม./ชม คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันในระยะต่อไป และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ บริเวณประเทศจีนตอนใต้เหนือประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 28-29 ส.ค. 60 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย

ทั้งนี้ พายุโซนร้อน “ปาข่า” (PAKHAR) ที่อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในช่วงดังกล่าวจะทำให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้