บีม ศรัญยู งานเข้า ตำรวจเรียกสอบ ปมอัดคลิปซิ่งรถบนทางด่วน

ผบก.จร. เรียก “บีม ศรัณยู” สอบปากคำ ฐานโพสต์คลิปขับรถใช้ความเร็วสูงบนทางด่วน พร้อมแจ้งข้อหาเปรียบเทียบดำเนินคดี ด้านเจ้าตัวโต้เมายา 

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร กล่าวถึงกรณี นายศรัณยู ประชากริช หรือ บีม พิธีกรและดาราชื่อดัง โพสต์คลิปขณะขับรถสปอร์ตบนทางด่วนแห่งหนึ่งโดยใช้ความเร็วสูง เมื่อ ช่วงกลางดึกของวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา ว่า

ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบคลิปดังกล่าวว่า ทั้งการใช้ความเร็ว และขับอยู่บนถนนเส้นใด อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของกองบังคับการตำรวจจราจรหรือไม่ แต่เบื้องต้น จากการดูลักษณะการขับขี่น่าจะมีการใช้ความเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ส่วนจะเข้าข่ายขับรถประมาทหวาดเสียวหรือไม่นั้น ก็จะต้องรอตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

นอกจากนี้ ผู้บังคับการตำรวจจราจร ยังกล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะเรียก นายศรัณยู มาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ ก่อนจะแจ้งข้อหาและเปรียบเทียบปรับต่อไป

ด้านนายศรัณยู หรือ บีม ศรัณยู ออกมายอมรับแล้วว่าเป็นคนขับรถในคลิปจริง โดยเหตุการณ์ในคลิปคือตนเห็นว่ารถโล่งเลยลองเสียงท่อ อยากให้ลูกค้าดู เพราะเตรียมจะขาย พอขับผ่านรถคันอื่นก็จะผ่อนความเร็วลง พอเข้าสู่ถนนโล่งก็จะเร่งความเร็ว ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ผิด และจะจำเป็นบทเรียน ยืนยันว่าไม่ได้เมายาแน่นอน เพราะตัวเองเป็นคนออกกำลังกาย ไม่มีทางทำร้ายตัวเอง

ข่าว INN

นายกฯ ยินดี โคลัมเบียนำศาสตร์พระราชา แก้พื้นที่ปลูกพืช

“สรรเสริญ” เผย นายกรัฐมนตรี ยินดี โคลัมเบีย น้อมนำศาสตร์พระราชาแก้ปัญหาพื้นที่ปลูกพืชเสพติด

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยินดีที่ได้รับทราบว่า ประเทศโคลัมเบียจะน้อมนำศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยคณะผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลโคลัมเบียได้เดินทางไปศึกษาดูงานด้านการพัฒนาทางเลือกที่โครงการพัฒนาดอยตุงและโครงการปลูกป่าสร้างคน รักษาต้นน้ำ บรรเทาอุทกภัย จ.เชียงราย ซึ่งสนับสนุนการนำศาสตร์พระราชาไปใช้ในการแก้ไขปัญหาพื้นที่ปลูกพืชเสพติด

ทั้งนี้ โคลัมเบียประสบกับปัญหาการปลูกพืชโคคา ซึ่งนำไปสกัดเป็นสารเสพติดที่เรียกว่าโคเคนกว่า 150,000 เฮกเตอร์ หรือประมาณ 900,000 ไร่ จึงต้องการนำแนวทางต้นแบบของโครงการพัฒนาดอยตุงที่นำศาสตร์พระราชาไปประยุกต์ใช้พัฒนาพื้นที่ โดยเปลี่ยนพื้นที่ปลูกพืชเสพติดให้เป็นพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาและชนกลุ่มน้อยปรับเปลี่ยนจากการปลูกฝิ่นเป็นพืชชนิดอื่นหรือประกอบอาชีพที่ช่วยสร้างรายได้ดีกว่าและไม่ผิดกฎหมาย รวมทั้งเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษายกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น จนได้รับยกย่องในระดับนานาชาติจากสำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC)