ศาลเกาหลีใต้ ตัดสินคุก 5 ปี อี แจ ยอง ทายาทซัมซุง คดีติดสินบน

ศาลแขวงกรุงโซลกลางเกาหลีใต้ ตัดสินจำคุก 5 ปี  อี แจ ยอง ทายาทเจ้าของบริษัทซัมซุง ในฐานความผิดติดสินบน และให้การเท็จ

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า วันนี้ (25 ส.ค. 60) รายงานระบุว่า ศาลแขวงกรุงโซลกลางเกาหลีใต้ ได้มีคำสั่งตัดสินจำคุก นาย  อี แจ ยอง  รองประธานบริษัทซัมซุงอิเล็กทรอนิก ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนยักษ์ใหญ่ของโลก เป็นเวลา 5 ปี

ในฐานความผิดเกี่ยวข้องกับกรณีอื้อฉาว ที่ส่งผลให้นางปาร์ค กึน เฮ อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ต้องถูกขับออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แม้ว่าในการไต่สวนที่ผ่านมาเขาจะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาก็ตาม

ทั้งนี้จากคำสั่งตัดสินดังกล่าว ทำให้มีการคาดหมายว่าจะส่งผลกระทบต่อบริษัทซัมซุงที่จะต้องบริหารงานโดยไม่มีผู้นำ และส่งผลกระทบกับการติดสินใจในการลงทุนในด้านต่างๆ ด้วย

รวบ! นักเรียนนักเลง ยึดอาวุธปืน 3 กระบอก มีด 26 เล่ม

ตำรวจนนท์กวาดจับ นักเรียนนักเลงยึดอาวุธปืน 3 กระบอก มีด 26 เล่ม

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า วานนี้ (24 ส.ค. 60) ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี สายตรวจจักรยานยนต์ สืบสวน จู่โจม และจราจร สนธิกำลังกันเฝ้าระวังเหตุนักเรียนตีกัน ตามจุดล่อแหลมที่เคยมีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ขณะที่กำลังตระเวนตรวจสอบตามเส้นทางถนนพิบูลสงคราม ก่อนถึงแยกสะพานพระราม 5 พบกลุ่มนักเรียนต้องสงสัยขี่จักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันมาประมาณ 25 คัน จึงได้กระจายกำลังปิดล้อมเพื่อทำการตรวจค้น

จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มเด็กนักเรียนทั้งหมดเป็นนักศึกษาของสถาบันชื่อดังย่านพระรามหก ค้นภายในตัวพบปืนปากกาจำนวน 2 กระบอก อาวุธมีดสั้นและยาวจำนวน 18 เล่ม จึงได้ทำการยึดของกลางทั้งหมด พร้อมนักเรียนที่พกพาอาวุธนำตัวมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีที่ สภ.เมืองนนทบุรี ส่วนผู้ที่ค้นแล้วไม่พบอาวุธทางเจ้าหน้าที่ได้ปล่อยให้กลับบ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจพาไปส่งถึงบ้านเพื่อความปลอดภัยของนักเรียน

ด้าน พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.สภ.บางแม่นาง รรก.ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี กล่าวว่าการจับกุมนักเรียนพร้อมอาวุธครั้งนี้สืบเนื่องจาก ทางผบช.ภาค 1 มีคำสั่งให้ทุกโรงพักคอยเฝ้าระวังและป้องกันเหตุนักเรียนตีกัน ตนจึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยเฝ้าติดตามพร้อมทั้งตรวจสอบความไหวของกลุ่มนักเรียน

ซึ่งวันนี้ทราบว่าเป็นวันสถาปนาของสถาบันแห่งหนึ่งย่านพระรามหก จึงได้จัดชุดลาดตระเวน จนพบกลุ่มนักเรียนต้องสงสัยขี่จยย.มากันหลายคัน บนถนนพิบูลสงครามหน้าวัดนครอินทร์ จึงได้ปิดล้อมสกัดจับเพื่อขอตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบอาวุธปืนปากกาและมีดจำนวนมาก นำตัวทั้งหมดมาสอบปากคำ

ก่อนที่จะนำตัวส่งศาลในวันพรุ่งนี้เพื่อให้ทางศาลเป็นผู้พิจารณากำหนดโทษ ส่วนเจ้าของอาวุธปืน ได้แจ้งข้อกล่าวหาพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอาวุธปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้

นอกจากนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางชุดเฝ้าระวังได้ตรวจยึดอาวุธปืนปากกาได้ 1 กระบอก และมีดจำนวน 7 เล่มที่บริเวณท่าน้ำนนท์ รวมแล้ววันนี้ตรวจยึดได้ของกลางเป็นปืนปากกา 3 กระบอก มีด 26 เล่ม

นายกฯ ไม่คิด ยิ่งลักษณ์ จะหนี ขอมาสู้คดี

นายกรัฐมนตรี ไม่คิดมาก่อน “ยิ่งลักษณ์” จะหลบหนี ขอมาสู้คดี กำชับฝ่ายความมั่นคงจับตาเข้มช่องทางชายแดน เชื่อไม่กระทบปรองดอง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เดินมาฟังคำพิพากษาศาลคดีจำนำข้าววันนี้ว่า เป็นเรื่องของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ทำเรื่องขอเลื่อนมา

แต่ศาลไม่ให้เลื่อนและออกหมายจับ ไม่เกียวข้องกับตนเอง เพราะส่วนตัวไม่สามารถสั่งกระบวนการยุติธรรมได้ และทำได้เพียงกำชับฝ่ายความมั่นคงให้ติดตามว่าป่วยจริงหรือไม่และขณะนี้อยู่ที่ไหน  รวมถึงกำชับให้ติดตามเส้นทางเข้าออก ทั้งช่องทางธรรมชาติและปกติ ซึ่งเมื่อเช้าส่วนตัวรู้สึกดีใจและคิดว่านางสาวยิ่งลักษณ์กล้าหาญดีที่เข้ามารับการพิจารณา แต่กลับได้รับแจ้งเมื่อสักครู่ว่าไม่ได้มาเพราะมีอาการน้ำในหูไม่เท่ากัน

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ยังอยู่ในประเทศหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่ทราบและกำลังให้ติดตาม และขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเพิ่มเติม กำลังหาตัวอยู่ ซึ่งกรณีดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการปรองดองหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับประชาชน หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่อยู่แล้วไปไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาล แต่เป็นเรื่องกฎหมาย

หากไม่อยู่แล้วกฎหมายว่าอย่างไร มีหมายเรียก หมายจับอะไรหรือไม่ แล้วภายใน 1 เดือนที่ต้องมีการพิจารณาใหม่หรือไม่ก็ต้องมา หากไม่มาเรื่องก็จะบานปลายและเป็นปัญหามากขึ้น

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ไม่กังวลว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมาสู้คดีต่อหรือไม่ เพราะคนที่ควรกังวลคือคนที่โดนคดี เมื่อระบุว่าไม่มีอะไรผิดก็ต้องสู้คดีให้ได้ ซึ่งกฎหมายใหม่ก็ได้ช่วยแก้ปัญหาว่าไม่เป็นธรรมอย่างไร และให้มีสิทธิอุทธรณ์ ขณะที่ส่วนตัวและศาลได้พูดไปหลายครั้งในเรื่องนี้ และยังไม่อยู่หมายความว่าอย่างไร จะบอกว่าไม่เป็นธรรมได้อีกหรือไม่

ทั้งนี้ จะมองว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีเจตนาหลบหนีหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าไม่ทราบ ต้องไปถามอดีตนายกรัฐมนตรี และส่วนตัวไม่เคยประเมินว่าจะออกมาในลักษณะนี้ ไม่เคยตัดสินก่อนศาล เพราะไม่ใช่ผู้พิพากษาไม่ได้เรียนกฎหมาย และไม่คิดว่าจะหนี

เพราะอดีตนายกรัฐมนตรี ได้แสดงท่าทีว่าจะมาสู้คดีมาโดยตลอดและบรรดาพรรคเพื่อไทยก็ระบุว่าจะสู้คดีอย่างแน่นอน และหากไม่สู้จะเชื่อมั่นกันได้อีกหรือไม่ ต้องดูคนอื่นที่เคลื่อนไหวในขณะนี้ด้วย จึงขอให้ไปถามคนที่มีปัญหา ไม่ใช่ตนเอง เพราะส่วนตัวไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้นและกำลังทำเรื่องที่สร้างสรรค์

อย่างไรก็ตาม การที่นางสาวยิ่งลักษณ์ไม่อยู่ในขณะนี้ประเมินว่ามวลชนจะแผ่วลงหรือไม่นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบแต่เชื่อว่าทุกคนเป็นประชาชนคนไทย ไม่ใช่พวกใคร แต่ความรักเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ไม่ว่าจะพวกไหนก็ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายไม่ได้ เพราะจะมีปัญหากับกฎหมายทั้งสิ้น

ข่าว INN