ตรวจพบคราบเลือดบนเบาะหลังเก๋ง ผอ.อบต.ชำ ที่หายตัวไป

คืบหน้าพบคราบเลือดเบาะหลังรถเก๋ง ผอ.อบต.ชำที่หายตัวไป ส่งรถไปตรวจพิสูจน์ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน

จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ นานร่วม 2 เดือนแล้ว ล่าสุด พ.ต.อ.นิพล บุญเกิด รองผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ในฐานะหัวหน้าชุดคลี่คลายคดีนี้ เปิดเผยว่า ขณะนี้การสืบสวนสอบสวนคดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก มีการสอบปากคำพยานไปแล้วหลายคน

ซึ่งจากการสอบปากคำ ร.อ.ศุภชัย ผู้ต้องหาคดีนี้ในหลายประเด็นพบว่า การให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนวกไปวนมาไม่เหมือนเดิม ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า พบศพหญิงผมยาวที่ชายแดนไทย – ลาวด้านผานางอิง เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี นั้น เป็นเพียงเขาเล่าว่า มีการพบศพ โดยมีการประสานงานระหว่างหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ระหว่าง 2 ประเทศเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง

จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทางฝ่ายประเทศลาวแต่อย่างใด พส่วนรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า ที่ น.ส.จุฑาภรณ์ ขับขี่ก่อนหายตัวไป สภาพรถที่นำกลับมาถูกถอดชิ้นส่วนเพื่อทำสีรถทั้งคัน ซึ่งได้มีการตรวจพิสูจน์รถและเก็บหลักฐานภายในรถแล้ว ขณะนี้เพียงรอการตรวจพิสูจน์ยืนยันว่าในรถมีหลักฐานอะไรบ้าง สำหรับข้อหาทั้ง 4 ข้อกล่าวหาที่แจ้งกับ ร.อ.ศุภชัย นั้น แต่ละข้อหาหนักเท่า ๆ กัน โทษ 3-5 ปี และ บางข้อหา 5 ปีขึ้นไป ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ได้มาทำการตรวจพิสูจน์รถเก๋งของ น.ส.จุฑาภรณ์ ที่จอดอยู่ภายในที่จอดรถของ สภ.กันทรลักษ์ เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 22 ส.ค. 60 ที่ผ่านมาพบว่า มีคราบเลือดกระจายอยู่ที่บริเวณเบาะหลังรถเก๋งของ น.ส.จุฑาภรณ์ ซึ่งเพื่อเป็นการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า เป็นคราบเลือดใครหรือไม่อย่างไร ทางพนักงานสอบสวนคดีนี้ได้ส่งรถเก๋งของกลางไปที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3ตำรวจภูธรภาค 3 เพื่อตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงของคดีนี้ต่อไปแล้ว

เด็กเลี้ยงแกะ! พยาบาลสาวกุเรื่องโดนปล้น-ทำร้ายร่างกาย เพราะมีปัญหาครอบครัว

โอละพ่อ! โผล่แล้วความจริง พยาบาลสาว รพ.ศูนย์ตรัง เป็น “เด็กเลี้ยงแกะ” กุเรื่องโดนปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกาย เมื่อพยานนิติวิทยาศาสตร์ชี้ชัด ไม่มีลายนิ้วมือ 2 คนร้ายที่บังคับให้พยาบาลเข้าไปในรถเก๋งตามคำให้การ

วันที่ 22 สิงหาคม 2560  ที่ สภ.เมืองตรัง  จากกรณีคดีคนร้ายจำนวน 3 คน พร้อมอาวุธปืน ลงมือปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกาย นางขวัญศิริ จงไกรจักร  พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลศูนย์ตรัง ผู้เสียหาย ได้เดินทางมาพบร้อยเวร เพื่อร้องทุกข์ถูกคนร้ายออกอุบายขับขี่รถจักรยานยนต์ปาดหน้ารถเก๋งของตน ก่อนบอกว่า ได้รับบาดเจ็บ เมื่อลงจากรถมาดู กลับโดนคนร้ายล็อคคอลากเข้าไปในรถยนต์ และค้นเงินในกระเป๋าได้ไป 7,000 บาท สร้อยคอ 2 สลึง 1 เส้น ก่อนเอามีดกรีดแขน ชกท้อง และเอาหมอกกันน๊อคทุบศีรษะ 2 ที

โดยหลังเกิดเหตุพยาบาลสาวรายนี้ได้นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ซึ่งมีผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็น เห็นใจพยาบาลสาว และอยากให้ตำรวจจับคนร้ายมาลงโทษตามกฎหมายบ้านเมืองให้ได้ เพราะเป็นภัยอันตรายกับผู้หญิง  แต่ในขณะที่บางคนก็ตั้งข้อสังเกตจากบาดแผลที่คนร้ายใช้มีดกรีดแขนพยาบาลว่า พยาบาลอาจจะสร้างเรื่องเท็จหรือไม่

ทั้งนี้ เมื่อผู้เสียหายมาร้องทุกข์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สอบสวน ได้ลงพื้นที่ควานหาคนร้าย ในพื้นที่ใกล้เคียงและกลุ่มคนร้ายที่มีพฤติกรรม ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ เหยื่อที่เป็นผู้หญิง โดยการไล่ภาพกล้องวงจรปิดทุกจุด  สืบสวนคนร้าย ให้ผู้เสียหายมาร่วมสเก็ตภาพคนร้าย ดูภาพผู้ต้องหาในคดีอาญาที่ก่อเหตุในลักษณะนี้นับร้อยคน แต่ผู้เสียหายก็ไม่สามารถชี้ชัดและยืนยันได้ว่า คนร้ายมีลักษณะอย่างไร

จนกระทั่งวันที่ 18 ก.ค. 60 เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรัง ได้ทำการตรวจหาลายนิ้วมือของคนร้ายจำนวน 2 คน ที่อยู่ภายในรถยนต์และภายนอกรถยนต์ ที่ผู้เสียหายยืนยันว่า ถูกคนร้ายทั้ง 2 คนลากเข้าไปในรถเพื่อทำร้ายร่างกายและเอาทรัพย์เป็นเงินสด 7,000 บาท และ สร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง จำนวน 1 เส้น ไปได้

หลังจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรังและตำรวจเก็บพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยส่งไปตรวจและผลของการตรวจลายนิ้วมือที่พิสูจน์หลักฐาน ปรากฏว่า “ไม่มีลายนิ้วมือของคนร้ายภายในรถยนต์และนอกรถยนต์ ตามที่ผู้เสียหายยืนยัน” เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตั้งข้อสันนิษฐานว่า พยาบาลอาจจะสร้างเรื่องเท็จขึ้นมาหลอกใครคนใดคนหนึ่ง แล้วนำความเท็จมาร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้สมจริงว่า มีการทำร้ายร่างกายและปล้นทรัพย์เป็น เงิน 7,000 บาท และสร้อยคอทองคำ 1 เส้น

ด้าน พ.ต.ท.ประเสริฐ  สงแสง รองผกก.สอบสวน กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนได้เรียก นางขวัญศิริ  จงไกรจักร  พยาบาลวิชาชีพโรงพยาบาลศูนย์ตรัง มาทำการสอบสวนเพิ่มเติม เพราะมีพิรุจหลายอย่างว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไม่น่าจะมีมูลความจริง และในระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม นางขวัญศิริ ได้รับสารภาพกับพนักงานสอบสวนว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่สร้างเรื่องขึ้นมาเพราะมีปัญหาครอบครัวฝ่ายสามีและตนเอง  ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหากับพยาบาลรายนี้ ในเรื่องแจ้งความเท็จ และได้ส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการ เพื่อฟ้องศาลพิจารณาคดีลงโทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี  ปรับ 15,000 บาท

สิ้นแล้วครูเพลง ‘ไอ้หนุ่มดอยเต่า’ หลังต่อสู้มะเร็งปอดนาน 2 ปี

ปิดตำนานครูเพลง ‘ไอ้หนุ่มดอยเต่า’ หลังต่อสู้มะเร็งปอดนาน 2 ปี โดยญาติจะทำพิธีฌาปณกิจศพ ในวันที่ 24 ส.ค. นี้ ณ สถานบ้านป่าแงะ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

ที่ วัดปิยาราม ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นายทินกร ศรีวิชัย หรือ หนุ่ม ทินกร อดีตนักร้องนำวงนกแล ผู้ขับร้องเพลงไอ้หนุ่มดอยเต่า และ อาจารย์สมเกียรติ์ สุยะราช ผู้ก่อตั้งวงนกแล พร้อมด้วยศิลปินล้านนา เพื่อนร่วมวงการ นักจัดรายการวิทยุ และลูกศิษย์ ร่วมกันรดน้ำศพ นายสมเทพ ปัญญามานะ หรือ เทพธารา ปัญญามานะ ศิลปินเพลงผู้ทำให้ อ.ดอยเต่า เป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศกับบทเพลง “ไอ้หนุ่มดอยเต่า” ที่เคยโด่งดังเมื่อกว่าสามสิบปีที่ผ่านมา หลังจากต่อสู้กับโรคมะเร็งมานานกว่า 2 ปี และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่ โรงพยาบาลนครพิงค์ จ.เชียงใหม่ ด้วยวัย 64 ปี

สำหรับ เทพธารา ปัญญามานะ เกิด 13 พฤษภาคม 2496 ประกอบอาชีพแต่งเพลงให้กับศิลปินจำนวนมาก ผลงานในอดีต เพลงที่ได้สร้างชื่อเสียงและเป็นที่จดจำที่สุดคือเพลง “ไอ้หนุ่มดอยเต่า” ซึ่งวงนกแลนำไปขับร้องจนโด่งดังมากเมื่อกว่า 30 ปีที่ผ่านมา ก่อตั้งวงดนตรี “สายธาราคอมโบ้” และวงดนตรี “คำเมือง ซุปเปอร์โซล” ในปี 2521 มีอัลบั้มผลงานเพลงออกมากว่า 30 ชุด ทั้งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของศิลปินเพลงล้านนามากมาย และแต่งเพลงให้กับวงเดอะม้งทุกชุด ในอดีตเคยเป็นนักพากย์หนังที่โรงภาพยนต์ สุริวงศ์ สุริยงค์ และสุริยา รวมถึงหนังเร่ขายยาเดินทางไปในพื้นที่ต่างๆ

ก่อนที่จะล้มป่วย เทพธารา ยังเป็นนักจัดรายการอยู่ที่คลื่น FM 97.5 MHz. / CM77.COM ในแบบจิตอาสา เคยกล่าวกับผู้ร่วมงานว่า ที่มาจัดรายการไม่หวังอันใดมากไปกว่าให้ชื่อเสียงของตนยังคงเป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไป จัดรายการถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองเชียงใหม่แต่หนหลังทั้งสาระและความขบขัน

กระทั่งปลายปี 2558 ได้ตรวจพบเนื้องอกในปอด แต่ก็เก็บงำอาการดังกล่าวเป็นความลับ โดยไม่ยอมรับการรักษา ด้วยเกรงว่า ตนเองจะไม่สามารถประกอบอาชีพร้องเพลงได้ จนสุดท้ายเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 20 พฤษภาคม 2560 เกิดอาการหายใจติดขันด้วยเหตุน้ำท่วมปอด และถูกส่งโรงพยาบาลนครพิงค์เชียงใหม่อย่างเร่งด่วน หลังจากนั้นได้ต่อสู้กับโรคร้ายจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต