จากปากหนุ่มโจ๋หัวร้อน หลังคลิปว่อนด่าทอ ท้าต่อยตำรวจ

โจ๋หัวร้อนเปิดใจ เหตุด่าทอ-ท้าต่อยตำรวจ ด้านแม่ยันลูกเป็นคนดี แนะคนในโซเชียลอย่าตัดสินคนจากมุมมองด้านเดียว 

ความคืบหน้าจากเหตุการณ์ วัยรุ่นหนุ่มคนหนึ่งใช้วาจาหยาบคาย แถมท้าทายจะต่อยตำรวจ เนื่องจากไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจะยึดรถ หลังจากที่เจ้าตัวขับขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าฝืนกฎจราจรไม่สวมหมวกกันน็อคและไม่มีใบอนุญาตขับขี่นั้น (อ่านข่าว :คลิปหนุ่มแว้นอารมณ์ร้อน ด่าทอ-ท้าตำรวจต่อย ฉุนถูกจับไม่สวมหมวกกันน็อค)

ล่าสุดเพจ The Clip by ห้องพักรายวันซอยอุดมสุข 51 ได้มีการเผยแพร่คลิปเปิดใจจากหนุ่มคนดังกล่าว ถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นว่า ก่อนหน้านี้เคยถูกตำรวจที่ถ่ายคลิปจับมาก่อนหน้านี้แล้ว  เนื่องจากตนกลับรถในที่ห้ามกลับ ซึ่งตอนนั้นตำรวจทำการตักเตือน  จนมาวันนี้ (18 ก.ย.) ที่ตนถูกตำรวจคนเดิมจับอีกครั้ง

ซึ่งก่อนที่จะมีอารมณ์โมโห เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวได้พูดจาไม่ดีก่อน แถมมีการผลักหน้าอกแม่ของตน แต่ไม่ได้มีการบันทึกคลิป จึงทำให้อารมณ์ของตนขึ้น และมีการด่าทอหยาบคายออกไป ทั้งนี้จากเหตุดังกล่าวเหมือนตัวเองผิดอยู่คนเดียว ทั้งๆ ที่นายตำรวจคนดังกล่าวก็มีส่วนผิดด้วย อย่างไรก็ดีตนก็พร้อมจะขอโทษในการกระทำดังกล่าว แต่ก็ไม่รู้หลังจากนี้จะถูกกระทำอะไรอีกหรือไม่ เพราะเหมือนกับว่านายตำรวจคนดังกล่าวมีอคติกับตนไปแล้ว

ด้านนางสราวรรณ หว่างตาล หรือ เปิ้ล ซึ่งเป็นแม่ของหนุ่มคนดังกล่าว ได้เปิดใจผ่ายรายการ ทุบโต๊ะข่าว ทางช่องอมรินทร์ทีวี ว่า เมื่อตนเห็นคลิปเหตุการณ์ที่ถูกเผยแพร่ลงสังคมออนไลน์ก็อยากชี้แจงว่า ลูกตนผิดอะไร แค่ลูกตนขอตำรวจไปส่งของก่อน แต่ตำรวจกลับถ่ายคลิปตอนที่ตนมีเรื่อง แล้วไม่ถ่ายคลิปตอนที่ตำรวจกั้นไม่ให้วินจัรยานยนต์ไปส่งของให้ และคลิปที่ออกมาก็เป็นเพียงคลิปที่ออกมาในแง่มุมเดียวเท่านั้น

ส่วนที่ตนออกมาพูดในครั้งนี้ เพราะคิดว่าตำรวจแล้งน้ำใจ และประชาชนในสังคมออนไลน์ต่างมองว่าตนเป็นคนไม่ดี แต่ยอมรับว่าตนห้ามความคิดใครไม่ได้ แล้วอยากบอกกับสังคมว่า ก่อนที่จะด่าใครต้องรู้เรื่องราวที่แท้จริงก่อน แต่อย่าหาว่าตนไม่สั่งสอนลูก เพราะตนสั่งสอนลูกเสมอ เรื่องความผิดชอบชั่วดี แต่นิสัยของลูกตนเป็นคนที่อารมณ์ร้อน ไม่พอใจใครก็จะหงุดหงิด แต่เวลาที่ลูกอยู่บ้านจะคอยจะคอยช่วยเหลือตนเสมอและไม่ได้มีท่าทีก้าวร้าวแต่อย่างใด

พ่อน้องออยให้ปากคำพร้อมหลักฐาน เชื่อซีมอนคดีฆ่าโบกปูนมีเอี่ยว

พ่อและญาติของ ‘น้องออย’ พร้อมทนายความ เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมพร้อมหลักฐานกรณีลูกสาวหายตัวไปตั้งแต่ปี 58 เชื่อนายซีมอนคดีฆ่าโบกปูน มีเอี่ยว

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา นายอนันต์ แสงอุไร อายุ 63 ปี อยู่บ้านเลขที่ 363/31 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางนภา ทิมเย็น อายุ 56 ปี ภรรยา น.ส.อริศรา ยุกวานิช อายุ 25 ปี ลูกพี่ลูกน้อง และนายณรงค์ แก้วเพชร ทนายความ เข้าพบ พ.ต.ท.สมุทย์ เกตุยา รอง ผกก.สอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมนานกว่า 2 ชม.

จากกรณีการหายตัวไปของ น.ส.นันทิยา แสงอุไร อายุ 37 ปี ลูกสาวของนายอนันต์ และนางนภา ซึ่งน.ส.นันทิยาเป็นภรรยาของนาย ซีมอน บินตัน ผู้ต้องหาคดีฆ่าตัดคอและโบกปูนอำพรางศพ อดีตนายตำรวจ อิสราเอล ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านบางบัวทอง ในการสอบปากคำครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าว เข้าเก็บภาพแต่อย่างใด

ทางด้านนายณรงค์ แก้วเพชร ทนายความ เปิดเผยว่า วันนี้ได้มาเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำพยานมาสอบปากคำเพิ่มเติม เกี่ยวกับการหายตัวไปของ น.ส.นันทิยา แสงอุไร อายุ 37 ปี ภรรยาของนาย ซีมอน ที่หายตัวไปเมื่อ ปี 2558 จนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัว โดยให้นายอนันต์ แสงอุไร พร้อมด้วย นางนภา ทิมเย็น อายุ 56 ปี บิดาและมารดา พร้อมด้วย น.ส.อริศรา ยุกวานิช อายุ 25 ปี ซึ่งมีความสนิทสมกัน เข้าให้ปากคำเพิ่มเติม กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

รวมถึงการตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของนายซีมอน เพื่อหาเบาะแสการหายตัวของน.ส.นันทิยา แสงอุไร ในวันพุธที่ 20 ก.ย. 60 นายเบน บินตัน ลูกชายนายซีมอน จะมาขึ้นศาลเยาว์ชนนนทบุรี โดยจะให้นายอนันต์ แสงอุไร และนางนภา ทิมเย็น ตากับยายของนายเบน เข้าพูดคุยสอบถามเกี่ยวกับเรื่องของคดีที่หายตัวไปของ น.ส.นันทิยา แสงอุไร อีกด้วย

นายอนันต์ แสงอุไร กล่าวว่า อยากให้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามหา น.ส.นันทิยา แสงอุไร บุตรสาวตนให้ด้วย ตนเชื่อว่า นายซี ม่อน น่าจะรู้ถึงการหายตัวไปของลูกสาวตน เพราะนายซีม่อนอยู่กับลูกสาวตนเป็นคนสุดท้าย และที่นายซีมอน เคยบอกว่าลูกสาวตนถูกจับที่ประเทศลาว ในข้อหายาเสพติด อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามประเด็นนี้ด้วย

น.ส.อริศรา ยุกวานิช อายุ 25 ปี กล่าวว่า ตนกับ น.ส.นันทิยา เป็นญาติกันและมีความสนิทสนมกัน ก่อนที่จะหายตัวไปได้บอกว่า จะไปที่ประเทศลาวเพื่อที่จะหาซื้อของมาขายในประเทศไทย หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย วันนี้ตนนำหลักฐานในการพูดคุยผ่านทางเฟสบุ๊ก มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติม

ทางด้าน พ.ต.ท.สมุทย์ เกตุยา รอง ผกก.สอบสวน กล่าวว่า ในส่วนของคดี นายซีมอน ผู้ต้องหาฆ่า นายเฮลิยาฮู โคเฮน (Mr.Eliyahu Cohen) อายุ 63 ปี ชาวอิสราเอลและเป็นอดีตตำรวจอิสราเอล นั้นได้ส่งฟ้องไปเรียบร้อยแล้ว

สะพรึง ! เฮอร์ริเคนมาเรียทวีกำลังมุ่งหน้าแคริบเบียน

เฮอร์ริเคนมาเรียทวีกำลังเป็นระดับ 3 และมุ่งหน้าไปยังประเทศหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน ที่เพิ่งถูกเฮอร์ริเคนเออร์มาพัดถล่ม

ศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติสหรัฐฯ รายงานว่า เฮอร์ริเคนมาเรียได้ยกระดับเป็นพายุที่มีความรุนแรงระดับ 3 ด้วยความเร็วลมสูงสุด 193 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และลมกระโชกแรง 241 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในขณะที่อยู่ห่างจากทางตะวันออกของเกาะมาร์ตินีกของฝรั่งเศส 97 กิโลเมตร เมื่อเวลา 11 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น

หลายฝ่ายกังวลว่า เฮอร์ริเคนมาเรียจะเพิ่มความรุนแรงอย่างรวดเร็ว ระหว่างมุ่งหน้าไปยังเปอร์โตริโก้ และเกาะต่างๆ ในทะเลแคริบเบียนที่เพิ่งได้รับความเสียหายจากเฮอร์ริเคนเออร์ม่า

โดยภายในเวลาเพียง 3 ชั่วโมง ความเร็วลมสูงสุดของเฮอร์ริเคนมาเรียเพิ่มขึ้นจาก 145 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 175 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดว่าเฮอร์ริเคนมาเรียจะพัดขึ้นฝั่งครั้งแรกในเวลา 20 นาฬิกาตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 7 นาฬิกาของวันนี้ตามเวลาประเทศไทย ที่หมู่เกาะลีเวิร์ด ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่เกาะแคริบเบียน โดยเฉพาะที่โดมินิก้าและกัวเดอลูป

ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 85 ปี ที่เปอร์โตริโก้จะได้รับผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคนความรุนแรงระดับ 3 ทำให้ผู้ว่าการเครือรัฐเปอร์โตริโก้ ดินแดนของสหรัฐฯ ต้องออกมาประกาศภาวะฉุกเฉิน ก่อนที่เฮอร์ริเคนมาเรียจะพัดเข้าฝั่งในวันพุธ

ส่วนเกาะอื่นๆ ในหมู่เกาะลีเวิร์ดที่ได้รับคำเตือนให้เฝ้าระวังเฮอร์ริเคน มีทั้งเกาะเซนต์คิตส์, เกาะเนวิส, เกาะมอนต์เซอรัต, เกาะมาร์ตีนิก และเซนต์ลูเซีย