วันที่ 19 ก.ย. 2560 ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ ถึงกรณีการประมูลรถไฟทางคู่ ซึ่งก่อนหน้านี้ ดร.สามารถ ได้เคยมีการทักท้วงการประมูลดังกล่าวเกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลจากนั้นจึงมีการยกเลิกไป
ผลจากการปรับแก้ดังกล่าว ทำให้การประมูลใหม่มีการแข่งขันกันมากกว่าเดิม โดยเฉพาะโครงการแรก หัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งบริษัทที่ชนะการประมูลเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางถึงประมาณ 20% แม้ว่าโครงการต่อๆ มา ผู้ชนะการประมูลเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางไม่มาก แต่ก็ทำให้บริษัทผู้รับเหมาขนาดกลางชนะการประมูลได้บ้าง ต่างจากเดิมที่ผู้ชนะการประมูลเป็นผู้รับเหมาขนาดใหญ่เท่านั้น
ถึงเวลานี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ประมูลเสร็จไปแล้ว 9 โครงการ ปรากฏว่าสามารถประหยัดงบประมาณได้ถึงจำนวนประมาณ 8,500 ล้านบาท ตัวเลขนี้เป็นผลรวมจากการปรับลดราคากลางและการประมูลต่ำกว่าราคากลาง ในจำนวน 9 โครงการดังกล่าว พบว่ามีผู้รับเหมาขนาดกลางสามารถชนะการประมูลได้ 1 โครงการ และเข้าร่วมเป็นกิจการร่วมค้า หรือ Joint Venture กับผู้รับเหมาขนาดใหญ่ได้อีก 1 โครงการ
ทำให้ผู้รับเหมาขนาดกลางมีผลงานอย่างเป็นทางการว่าได้ผ่านงานการก่อสร้างรถไฟทางคู่มาแล้ว ซึ่งจะช่วยให้สามารถยกฐานะเป็นผู้รับเหมาขนาดใหญ่ได้ในอนาคตต่อไป ต่างจากเดิมที่ผู้รับเหมาขนาดกลางไม่สามารถเข้าประมูลได้ ต้องรับงานจากผู้รับเหมาขนาดใหญ่ในฐานะผู้รับเหมาย่อย ทำให้ไม่มีผลงานอย่างเป็นทางการ เพราะผลงานจะตกเป็นของผู้รับเหมาขนาดใหญ่ และที่สำคัญ จากการที่ผู้รับเหมาขนาดกลางสามารถเข้าร่วมประมูลได้โดยตรง ทำให้ได้รับงานในราคาที่ดีกว่าเป็นผู้รับเหมาย่อยซึ่งต้องรับงานต่อจากผู้รับเหมาขนาดใหญ่
อีกไม่นานจะมีการประมูลทางคู่อีกหลายสาย วงเงินกว่า 4 แสนล้านบาท คาดว่าผู้รับเหมาขนาดกลางจะสามารถเข้าร่วมประมูลได้มากขึ้น การแข่งขันก็จะมีมากขึ้น หากผู้รับเหมาขนาดกลางสามารถชนะการประมูลได้มากขึ้น ก็จะพัฒนาเป็นผู้รับเหมาขนาดใหญ่ ทำให้มีจำนวนผู้รับเหมาขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่เพียง 4-5 บริษัทเท่านั้น ถึงวันนั้น หวังว่าการแข่งขันก็จะมีมากตามขึ้นด้วย
ผลงานที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้เป็นผลมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ใช้อำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 เพื่อปรับปรุงการบริหารงานของ ร.ฟ.ท.
และได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือซุปเปอร์บอร์ดขึ้นมาเพื่อกำกับ เร่งรัด ติดตาม และตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐที่มีวงเงินตั้งแต่ 5,000 ล้านบาทขึ้นไป ให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยให้ความสำคัญกับการประมูลก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ ทำให้มีการทบทวนราคากลางและจัดทำทีโออาร์ใหม่ให้เกิดความเป็นธรรม เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้รับเหมาขนาดกลางสามารถเข้าร่วมประมูลได้
ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอเชียร์ให้ท่านนายกฯ ประยุทธ์ สั่งการให้ ร.ฟ.ท.รีบเร่งเดินหน้าก่อสร้างรถไฟทางคู่ให้ครอบคลุมทั่วประเทศโดยด่วน