มหาดไทย เผย พบเห็นผู้ประกอบการกักตุนสินค้าแจ้งสายด่วนได้ 24 ชม.

มหาดไทย เผย ได้รับร้องเรียนหลายพื้นที่กักตุนสินค้า เร่งดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อช่วยเหลือประชาชน วอนผู้พบเห็นแจ้งสายด่วน 1567 ตลอด 24 ชม.

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในหลายพื้นที่ว่า ขณะนี้มีผู้ขายสินค้าบางรายทำการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภคไว้ เพื่อนำไปจำหน่ายในราคาสูงกว่าราคาปกติ หรือนำสินค้าที่ไม่มีคุณภาพหรือเสื่อมคุณภาพแล้วมาขายให้ประชาชน ซึ่งเป็นการเอาเปรียบประชาชนผู้บริโภค

โดยทางมหาดไทย ได้ดำเนินการประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องแก้ปัญหาแล้ว รวมทั้งให้จังหวัดและอำเภอ ชุดปฏิบัติการพิเศษดำเนินการอย่างรอบคอบระมัดระวัง เพื่อเป็นแบบอย่างให้สามารถลดการเอาเปรียบระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในสังคมตามนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนพบเห็นผู้ประกอบการหรือผู้ค้าทำการกักตุนสินค้า และจำหน่ายในราคาที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งศูนย์ดำรงธรรม สายด่วน 1567 ตลอด 24 ชั่วโมง

ชาวบ้าน ปชน.3 ทำประชาพิจารณ์คัดค้านก่อสร้างสะพานตัดผ่านหมู่บ้าน

ชาวบ้านชุมชนประชานิเวศน์ 3 ทำประชาพิจารณ์คัดค้านก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสนามบินน้ำ ตัดผ่านกลางหมู่บ้าน

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมชั้น 2 โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี กรมทางหลวงชนบท จัดประชุมกลุ่มย่อยชุมชนประชานิเวศน์ 3 รับฟังความคิดเห็นโครงการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นโครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสนามบินน้ำ โดยเป็นโครงการทางหลวงชนบทแนวใหม่

โดยบริษัทที่ปรึกษาเลือกแนวทางเลือกที่ 1 ระยะทางประมาณ 10.103 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นที่บริเวณใกล้วัดบัวขวัญ แนวเส้นทางไปทางทิศตะวันตก มุ่งหน้าไปทางสามแยกสนามบินน้ำ แนวเส้นทางจะอยู่บนถนนสนามบินน้ำ โดยรูปแบบถนนจะเป็นทางยกระดับ และข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณพื้นที่บ้านพักกรมพลาธิการทหารบก ข้ามมายังฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา จะลดระดับเป็นถนนระดับพื้นดินในพื้นที่ตำบลท่าอิฐ และมุ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือข้ามคลองบางบัวทอง และสิ้นสุดเชื่อมต่อกับถนนราชพฤกษ์

สำหรับแนวทางดังกล่าวบริษัทที่ปรึกษาได้เสนอเพิ่มเติมจากเดิมจะสร้างถึงถนนติวานนท์ ไปเชื่อมต่อกับทางด่วนจุดตัดกับถนนสามัคคี จุดเริ่มต้นบริเวณใกล้กับวัดบัวขวัญ รูปแบบโครงการจะเป็นถนนพื้นราบระดับดิน จำนวน 6 ช่องจราจร ตลอดแนวจนถึงสามแยกสนามบินน้ำ เมื่อข้ามถนนติวานนท์จะสร้างอยู่บนถนนสนามบินน้ำเดิม เป็นโครงการยกระดับ จำนวน 4 ช่องจราจร เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในบริเวณสองข้างทางซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์ เมื่อข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู้พื้นที่ตำบลท่าอิฐ จะเป็นถนนพื้นราบ จำนวน 6 ช่องจราจร

ในการประชุมครั้งนี้มีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างถนนและสะพานดังกล่าว กว่า 500 คน เข้าร่วมประชุม พร้อมระบุว่าไม่ได้รับเอกสารจากหน่วยงานและบริษัทที่ปรึกษาแจ้งให้มาร่วมรับฟัง ได้รับข่าวสารกันเองจากชาวบ้านที่อยู่ในชุมชน หลังจากทางตัวแทนของบริษัทที่ปรึกษาพูดถึงโครงการ ก็มีประชาชนที่ไม่เห็นด้วยได้มีการชูป้ายข้อความคัดค้านโครงการ

อีกทั้งมองว่าเป็นโครงการที่ไม่มีความสำคัญ และปัจจุบันมีสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาหลายแห่ง ขอให้ยกเลิกโครงการ จนเกิดความวุ่นวายเล็กน้อย ก่อนที่ตัวแทนของชาวบ้านได้ลุกขึ้นมาขอประชามติในที่ประชุมว่าจะรับโครงการดังกล่าวหรือไม่ โดยให้ยกมือปรากฏว่าผู้ที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมดต่างพากันยกมือไม่ยอมรับโครงการ ตัวแทนคนดังกล่าวจึงประกาศเลิกการประชุม

ด้าน นางธิตาภรณ์ ฐิติธนพงษ์ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนประชานิเวศน์ กล่าวว่า กลุ่มชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนประชานิเวศน์ 3 นั้นเข้าอยู่กันมานานแล้ว ทุกคนมีความสะดวกสบายในการจับจ่ายซื้อของกินของใช้ แต่ทำไมต้องมาทำให้ชุมชนต้องเดือนร้อน ชาวบ้านพอใจที่จะอยู่กันแบบนี้ เพราะถ้ามีการก่อสร้างและเวนคืนเขาไม่มีปัญญาไปหาซื้อที่อยู่ใหม่ อยากฝากบอกให้ท่านนายกฯช่วยพิจารณาเรื่องนี้ด้วยเพราะเป็นความเดือดร้อนของชาวบ้านจริงๆ

ปรากฎการณ์น้ำเบียด ที่หัวหิน ชาวบ้านแห่จับปลาแน่นหาด

ชาวบ้านที่หัวหิน แห่จับปลาที่หาดหัวหิน หลังเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า น้ำเบียด จนสัตว์ทะเลปรับตัวไม่ทัน เกิดอาการน็อคน้ำ

วานนี้ (17 ก.ย. 60 ) ผู้สื่อข่าว MThai ได้รายงานว่า ที่ชายหาดหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่บริเวณสวนหลวงราชินี ถึงสะพานปลา ได้มีประชาชนจำนวนมากนำอุปกรณ์มาจับปลากันแน่นหาด หลังจากที่บริเวณดังกล่าว
เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่เรียกว่า น้ำเบียด ที่น้ำจืดไหลลงทะเลอย่างทะเลอย่างรวดเร็ว จนทำให้สัตว์น้ำไม่สามารถปรับตัวได้ จนเกิดอาการน็อคน้ำและพากันว่ายเข้าหาฝั่งดังกล่าว

โดยนายสุรชัย บุญทวี อายุ 45 ปี ชาวตำบลหินเหล็กไฟ กล่าวว่า ทราบข่าวจากเพื่อนๆ ว่า ทะเลหัวหิน เกิดปรากฏการณ์ น้ำเบียด จึงพาครอบครัวและญาติ นำแหออกมาจับปลาตั้งแต่ช่วงสาย ซึ่งได้ปลาจำนวนมาก ก็จะแจกจ่ายแบ่งกันไปทำกับข้าวในหมู่เครือญาติ หากเหลือก็จะนำไปทำปลาเค็มเก็บไว้กิน

นายชัยวัฒน์ รอดพันธ์ อายุ 45 ปี ชาวตำบลหัวหิน กล่าวว่า ชาวทะเลต่างทราบดีว่า ในทุกปีจะเกิดปรากฏการณ์น้ำเบียด ไม่มากก็น้อย สำหรับปีนี้มีน้ำจืดไหลลงทะเลอย่างรวดเร็วในปริมาณมาก ทำให้สัตว์ทะเลไม่สามารถปรับตัวได้ลอยเข้าชายฝั่งจำนวนมาก

คนที่ทราบข่าว หรือเฝ้ารอปรากฏนี้อยู่ก็จะนำเครื่องมือออกมาจับปลากัน สำหรับตนก็ชักชวนเพื่อนๆ และญาติมาช่วยกันจับปลาได้กว่าร้อยกิโลกรัม ก็จะคัดแยกกันไปตามชนิดและขนาด สำหรับปลาตัวใหญ่ก็จะนำไปแบ่งกัน ทำกับข้าว หรือขายกันในหมู่บ้านในราคากันเอง ส่วนปลาตัวเล็กๆ ก็จะนำไปทำปลาเค็ม บางคนก็มาขอไปทำปลาร้า ซึ่งตนก็แจกจ่ายแบ่งปันให้ชาวบ้านที่มาขอกันไปคนละเล็กคนน้อยแบบฟรี ถือเป็นโชคดีที่ได้กินอาหารทะเล ซึ่งทราบกันดีว่ามาราคาแพง

ด้านนายโสภณ ทองดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งจากเครือข่ายกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.)ในพื้นที่อำเภอหัวหิน และได้ส่งภาพถ่ายกลับมาให้ตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นให้ทางนักวิชาการของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) ยืนยันว่าเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ อย่างหนึ่งของทะเลบริเวณปากแม่น้ำ ยิ่งมีความขุ่นของตะกอนดินมากก็ยิ่งสังเกตเห็นขอบเขตได้อย่างชัดเจน

ซึ่งบางครั้งอาจพบลักษณะขอบเขตนี้เป็นสองชั้นได้ คือน้ำทะเลปะทะน้ำกร่อยและน้ำกร่อยปะทะน้ำเค็ม แต่ด้วยความขุ่นของตะกอนดินอาจทำให้ไม่สามารถแยกเขตระหว่างน้ำจืดและน้ำกร่อย การผสมกันระว่างชั้นน้ำบริเวณปากแม่น้ำในช่วงน้ำหลากมากนั้นเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป การแบ่งขั้นของน้ำจึงคงอยู่เป็นระยะเวลายาวนาน มวลน้ำชั้นล่างซึ่งไม่ได้รับแสงแดดแพลงก์ตอนพืชไม่สามารถสังเคราะห์แสงและเติมออซิเจนให้กับน้ำได้

เมื่อถูกใช้ในกระบวนการหายใจของสัตว์น้ำได้มากขึ้น ออกซิเจนในน้ำจะยิ่งลดลงจนเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำหน้าดิน โดยเฉพาะที่อาศัยใกล้ชายฝั่งได้ นอกจากนี้น้ำเบียดที่เป็นทั้งน้ำเสียจากแม่น้ำเองและที่เกิดจากน้ำเปลี่ยนสี สามารถผลักดันหรือกวาดต้อนฝูงสัตว์น้ำให้หนีไปรวมกันตามแนวเขตได้ หรืออาจทำให้สัตว์น้ำที่หนีไม่ทันตายได้

ดังนั้นลักษณะของ”น้ำเบียด-น้ำกัน” เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิตในระยะสั้นไม่เกิน 2-3 วัน ก็จะเข้าสู่สภาวะปกติและขึ้นอยู่กับคลื่นลมบริเวณดังกล่าวด้วย