นักวิเคราะห์ ปรับเป้าหุ้นไทยปีหน้า ขึ้นเป็น 1,900 จุด

หุ้นไทย เปิดบวก 3.07 จุด นักวิเคราะห์มองบรรยากาศดี ปรับเป้า SET ปีหน้า ขึ้นเป็น 1,900 จุด

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (18 ก.ย.) เปิดทำการเมื่อเวลา 10.00 น. ดัชนีปรับตัวลเพิ่มขึ้น 3.07 จุด แตะที่ระดับ 1,663.60 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2,072.40 ล้านบาทโดยหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 344 หลักทรัพย์ ลดลง 154 หลักทรัพย์ ไม่เปลี่ยนแปลง 293 หลักทรัพย์

นักวิเคระห์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดว่า SET วันนี้จะยังแกว่งตัว Sideways Up ต่อจากบรรยากาศการลงทุนที่ยังค่อนไปในทางบวกและเม็ดเงินยังคงไหลเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยง โดยประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ คือการประชุม FOMC ในวันที่ 19-20 ก.ย. ซึ่งคาดว่ายังคงอัตราดอกเบี้ย และน่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับลดงบดุลมากขึ้น

ล่าสุด ฝ่ายวิเคราะห์ปรับ SET Target ปี 2561 ขึ้นเป็น 1,900 จุด จากการเติบโตของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเร่งตัวขึ้นเหนือระดับ 3-4% โดยหุ้นขนาดใหญ่น่าจะเป็นตัวนำตลาดได้ดี

จนท.บุกจับ ช็อกโกแลตไส้เหล้า วางขายเกลื่อนที่อัมพวา

เจ้าหน้าที่บุกจับกุมโรงงานผลิตช็อกโกแลตยัดไส้เหล้า หลังผลิตโดยไม่ขออนุญาตและไม่มี อย.รองรับ พบมีการวางขายตามตลาดนัดทั่วไป

นายอำเภออัมพวา จ.สมุทรสงคราม พร้อมด้วย ทหารตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และเจ้าหน้าที่สรรพสามิต เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 8 หมู่ 2 ตำบลแควอ้อม ซึ่งเปิดเป็นโรงงานผลิตช็อกโกแลตไส้เหล้า หลังผู้ปกครองเข้าร้องเรียน เนื่องจากเด็กและเยาวชนในพื้นที่มีอาการคล้ายเมาสุรา ภายหลังกินช็อกโกแลต

โดยในการตรวจค้น พบคนงาน 15 คน กำลังเร่งผลิตช็อกโกแลตชนิดนี้ เจ้าหน้าที่จึงยึดช็อกโกแลตที่ผลิตเสร็จแล้วได้กว่า 2 พันชิ้น สำหรับโรงงานแห่งนี้มีนางสอาด แก้ววิไล รับเป็นเจ้าของ และไม่มีเอกสารประกอบการ ที่สำคัญคือช็อกโกแลตชนิดนี้ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงถูกสั่งปิด

โดยช็อกโกแลตไส้เหล้านี้ มีวางจำหน่ายตามร้านค้าชุมชน ไม่เว้นแม้แต่ตลาดนัดในอำเภออัมพวา จ.สมุทรสงคราม ซึ่งลูกค้าหลักคือเด็กและเยาวชน โดยเยาวชนรายหนึ่งที่เคยบริโภคช็อกโกแลตไส้เหล้า บอกว่า เมื่อกินเข้าไปแล้วจะมีอาการมึนๆ ไม่ต่างจากดื่มสุรา โดยช็อกโกแลตนี้หาซื้อได้ตามตลาดทั่วไปในราคาชิ้นละ 10 บาท

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการอ้างว่าช็อกโกแลตไส้เหล้ามีจำหน่ายมานานแล้ว แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตำบลอัมพวา ยืนยันว่า ในไทยยังไม่เคยมีใครขออนุญาตผลิตหรือจำหน่าย ที่สำคัญคือช็อกโกแลตที่ยึดได้ไม่มี อย. และไม่พบว่ามีการขออนุญาตจากหน่วยงานใด

อู่ซ่อมรถวอนโซเชียล ตามหารถบรรทุกซิ่งชนรถลูกค้าพังยับ

ลูกเจ้าของอู่ซ่อมรถย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี วอนโซเชียลช่วยตามหารถบรรทุกก่อเหตุชนรถลูกค้าจนพังเสียหาย ก่อนจะขับรถหลบหนีไป

เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว MThaiNews ได้ติดต่อเจ้าของเฟสบุ๊กชื่อ Jara Nakonsing หลังมีภาพโพสต์ในโซเชียลขอความช่วยเหลือให้ติดตามรถบรรทุกพ่วงที่ขับชนรถยนต์ลูกค้าของพ่อผู้โพสต์จนพังเสียหาย เพื่อให้มารับผิดชอบ และให้ผู้พบเห็นได้แจ้งเบาะแส

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.15 น.วันที่ 12 ก.ย.60 ที่บริเวณซอย 69 หมู่บ้านพฤกษา3 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยนายภูมิพัฒน์ พิมพ์นนท์ อายุ 59 ปี บิดาของผู้โพสต์และเป็นผู้เสียหายเจ้าของอู่ถาวรการช่าง ได้เข้าแจ้งความไว้กับ ร.ต.ท.อภิชัย ไชยสุภาพ ร้อยเวร สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน

จากกล้องวงจรสามารถจับภาพรถบรรทุกคันก่อเหตุได้เป็นรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ สีขาว คาดแถบเขียว-เหลือง-แดง ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ขับมาจอดหน้าร้านสะดวกซื้อภายในซอยหมู่บ้านพฤกษา 3 จากนั้นผู้ขับขี่เป็นชายสวมเสื้อสีดำ ด้านหน้ามีตัวอักษรสีขาว อายุประมาณ 30-40 ปี ไว้หนวด เดินเข้าไปซื้อสินค้าและกลับออกมาขับรถเข้าไปในซอยหมู่บ้านและขับผ่านเข้าไปในซอย 69 ที่เกิดเหตุแต่ภายในซอยดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิดจับภาพได้

จากการสอบถามนายภูมิพัฒน์ ผู้เสียหาย และเป็นเจ้าของอู่ดังกล่าว ทราบว่าในคืนเกิดเหตุช่วงตนนอนอยู่ภายในบ้านที่เป็นเปิดเป็นอู่ซ่อมรถ และได้ยินเสียดังโครม แต่ไม่ได้คิดอะไรนึกว่าเป็นรถเก็บขยะ จากนั้นเสียงได้เงียบไป ต่อมาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงได้มีเพื่อนบ้านวิ่งมาเรียกที่หน้าบ้านว่ารถบรรทุกพ่วงชนรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน นีโอ สีบรอนซ์ (สงวนหมายเลขทะเบียน) ซึ่งเป็นรถของลูกค้าที่นำมาซ่อมถูกลากไปไกลเกือบ 100 เมตร สภาพรถพังยับทั้งคัน และมีรถยนต์ของเพื่อนบ้านยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีเทา ทะเบียน ษว3482 กทม.ได้รับความเสียหายเช่นกัน จากนั้นได้ขับหลบหนีไป ตนไม่ทราบว่ารถบรรทุกใหญ่ขนาดนั้นเข้ามาทำอะไรในหมู่บ้านและซอยที่ตนอยู่ก็เป็นซอยเล็กไม่ใช่ถนนหลักของหมู่บ้าน

ด้านนายต้น (นามสมมุติ) เพื่อนบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่าตนได้ยินเสียงดังมาก จึงออกมาดูและเห็นรถพ่วงลากรถเก๋งมาอยู่ใต้รถ และพยายามจะทำให้รถเก๋งหลุดออกจากรถพ่วง ตนได้วิ่งมาดูเพื่อที่จะดูทะเบียนให้แต่รถได้ขับออกไปก่อน ยืนยันได้ว่าภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นคันเดียวกับที่ลากรถเก๋งออกไป

เบื้องต้นทาง พ.ต.ท.สมุทร เกตุยา รอง ผกก.สอบสวนกล่าวว่าได้ทำการบันทึกภาพรถยนต์ที่เสียหายไว้ทั้ง 2 คัน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คาดว่ารถบรรทุกจะขับผ่านเพื่อหาหมายเลขทะเบียน และติดตามตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป