ฝนถล่ม จ.สตูล เฝ้าระวัง ‘เกาะหลีเป๊ะ’ ท่วมซ้ำอีกรอบ

จ.สตูล ฝนตกหนัก ชาวบ้านเฝ้าระวัง ขณะบน ‘เกาะหลีเป๊ะ’ น้ำท่วมซ้ำซากอีกรอบ

ที่ จ.สตูล มีฝนตกหนักมาตลอดทั้งวัน พร้อมลมที่พัดแรงชาวบ้านในพื้นที่ราบลุ่มต่ำและใกล้ริมลำคลองและตามตีนเขาต่างกังวลว่า จะเกิดน้ำป่าไหลหลาก จึงเฝ้าติดตามข่าว 24 ชั่วโมง ในขณะนี้

ขณะที่ เกาะหลีเป๊ะ หมู่ที่ 7 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล มีรายงานเข้ามาจาก นางแสงโสม หาญทะเล ครูแสงโสมบนเกาะหลีเป๊ะ ว่า ฝนตกหลายวันส่งผลกระทบน้ำเข้าท่วมพื้นที่ซ้ำซากเหมือนเดิม ชาวเลบนเกาะยังไม่สามารถนำของลงจากที่สูงถึงแม้จะมีเครื่องสูบน้ำดันน้ำออกจากกลางเกาะแล้วก็ตาม

ทั้งนี้ ชาวบ้านยังคงรับสภาพน้ำท่วมซ้ำซากเหมือนเดิม โดยหนักที่สุด คือ หมู่บ้านชาวเลหลังโรงเรียนบ้านเกาะอาดัง มีน้ำไหลท่วมขังจากจุดที่สูงลงมาในพื้นที่หมู่บ้าน ภาพยังอยู่ในส่วนการสำรวจบ้านเรือนชาวเลอูรักลาโว้ยที่รับผลกระทบในขณะนี้

นครพนมอ่วม! พายุถล่มเสียหายไฟดับเกือบทั้งเมือง

จังหวัดนครพนม อ่วมทกซูรี ถล่มเสียหายยับไฟฟ้าดับเกือบทั้งเมือง รถบัสบรรทุกสาวงาม หลังคายุบได้รับความเสียหาย

อิทธิพลพายุร้อนไต้ฝุ่นทกซูรี เคลื่อนปกคลุมประเทศลาว ส่งผลให้พื้นที่ จ.นครพนม โดยเฉพาะ อ.เมือง มีฝนตกหนักมาตั้งแต่ช่วง 15.00 น. ยาวนานจนถึงช่วงพลบค่ำ อีกทั้งยังมีลมกระโชกรุนแรงเป็นระยะ ส่งผลให้ต้นไม้ใหญ่หักโค่นล้มทับรถบัสบรรทุกสาวงามผู้ประกวด Miss All Nations Thailand 2017 26 คน รวมทั้งพี่เลี้ยง 30 ชีวิตที่มาทำกิจกรรมทัศนศึกษาดูงานที่พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าฯนครพนม หลังคายุบได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนี้แรงลมที่กระโชกแรงส่งผลให้เสาไฟฟ้าแรงสูงที่ปักไว้ริมบานพาส 4 เลนถนนทางหลวงหมายเลข 212 สายนครพนม-ท่าอุเทน ช่วงปากทางเข้าบ้านนาสมดี ล้มระเนระนาด กว่า 20 ต้น ทำให้รถเก๋งยี่ห้อเชฟโรเลต สีบรอนซ์ ทะเบียน กค 5610 นครพนม ของ น.ส.เจณิสตา เจ้าหน้าที่งานสารบรรณมหาวิทยาลัยนครพนม ถูกเสาไฟฟ้าล้มทับกระโปรงรถบุบเสียหาย สายไฟแรงสูงยังเกี่ยวไปที่ประตูรถฝั่งคนขับ พร้อมมีประกายไฟกระเด็น เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าจึงสั่งตัดกระแสไฟฟ้า ก่อนเร่งเข้าไปช่วยเหลือ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ซึ่งทำให้ไฟดับเป็นบริเวณกว้าง เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงนครพนม จึงปิดกั้นการจราจรช่วงปากทางเข้าบ้านนาสมดี-หมู่บ้านอัมพร 2 ระยะทางกว่า 500 เมตร ทำให้ไฟดับมืดมิดในหลายตำบล

ที่มา… INN

ทบ.แจงหยุดใช้งานเรือเหาะ แต่ระบบหลักยังตรวจการณ์ได้

โฆษกกองทัพบก แจงหยุดใช้งานเรือเหาะ ชี้มีอายุการใช้งาน แต่ระบบหลักที่เหลือ 80% ยังใช้ตรวจการณ์ทางอากาศยานหลักได้

พ.อ.วิธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงถึงกรณีกองทัพบกจะจำหน่ายหยุดใช้งานเรือเหาะ ว่า ที่ผ่านมาเรือเหาะเป็นส่วนหนึ่งของโครงการระบบเฝ้าตรวจทางอากาศและอากาศยาน ถือเป็นยุทโธปกรณ์เครื่องมือพิเศษ ที่นำมาเสริมประสิทธิภาพให้กับเจ้าหน้าที่ในระบบเฝ้าตรวจของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อลดการสูญเสียกำลังพล เพิ่มขีดความสามารถในเรื่องการมองเห็น มีคุณสมบัติในทางยุทธวิธี ซึ่งแตกต่างจากเครื่องบิน หรือ ยูเอวี คือ มีความเงียบในการเคลื่อนที่ สามารถบินช้าและลอยตัวได้นาน

ลักษณะการจัดหามาใช้งานมีลักษณะเป็นระบบ มีองค์ประกอบหลัก 2 รายการ ใช้วงเงินรวมราว 340 ล้านบาท โดยรายการแรก คือ ระบบเฝ้าตรวจทางอากาศด้วยเรือเหาะ ใช้วงเงิน 209 ล้านบาท ส่วนรายการที่ 2 คือ ระบบเฝ้าตรวจทางอากาศด้วยอากาศยาน (ฮ) ใช้วงเงิน 131 ล้านบาท มีระบบกล้องตรวจการณ์คุณภาพสูง 3 ชุด พร้อมระบบควบคุมและส่งสัญญาณ 3 ชุด เพื่อใช้ติดตั้งกับอากาศยานที่มีอยู่แล้วในอัตราปกติของกองทัพบก

ทั้งนี้ ในภาพรวมของระบบที่ผ่านมา มีเพียงตัวเรือเหาะที่มีปัญหาขลุกขลักบ้างในระยะแรกๆ รวมถึงเคยมีการชำรุดหนัก เนื่องจากการลงจอดฉุกเฉินรุนแรงด้วยสภาพอากาศแปรปรวน เมื่อช่วงปลายปี 2554 และด้วยตัวเรือเหาะมีลักษณะเป็นผ้าใบ จึงมีข้อจำกัดในเรื่องของอายุการใช้งาน ถึงแม้จะมีการหยุดงดใช้เรือเหาะในภารกิจของระบบตรวจการณ์และติดตามเป้าหมายแล้ว ตัวระบบหลักที่เหลือ มีสัดส่วนอีก 80% อยู่ในสภาพสมบูรณ์ใช้งานได้ และเน้นไปใช้ระบบตรวจการณ์และติดตามเป้าหมายทางอากาศยานเป็นหลัก

ที่มา INN