สวยงาม! ทะเลหมอกยามเช้าที่วัดดอยพระฌาน จ.ลำปาง

นักท่องเที่ยวแห่ชม ทะเลหมอกยามเช้าที่วัดดอยพระฌาน จ.ลำปาง ล้อมรอบไปด้วยหุบเขา ในช่วงฤดูปลายฝนต้นหนาว

วันที่ 15 ก.ย. 60 ผู้สื่อข่าว จ.ลำปาง ได้เดินทางสำรวจ สภาพอากาศบริเวณวัดดอยพระฌาน ต.ป่าตัน อ.แม่ทะ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นวัดที่อยู่บนยอดเขา มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 350 เมตร ล้อมรอบไปด้วยหุบเขา มีต้นไม้น้อยใหญ่ ขึ้นเขียวขจี ปกคลุมเต็มพื้นที่ตัววัดและโดยรอบวัด

โดยเฉพาะในช่วงเช้า ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. ไปจนถึงเวลาประมาณ 07.00น. จะมีหมอกปกคลุมไปทั่ว สามารถถ่ายภาพ มองเห็นความสวยงาม ประกอบกับอากาศในตอนเช้า ก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น อุณหภูมิประมาณ 23 อาศาฯ ทำให้มีนักท่องท่องเที่ยว ต่างเดินทางไปกราบไหว้พระ และไม่พลาดที่จะถ่ายภาพบรรยากาศอันแสนสดใส ทะเลหมอก ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย และแสงดวงอาทิตย์กำลังโผล่ขึ้นจากยอดดอย ตัดกับสายหมอก นับว่าเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนักกับความสวยงาม ‘สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ในม่านหมอก’ ของอำเภอแม่ทะ จ.ลำปาง แห่งนี้ ในช่วงฤดูปลายฝนต้นหนาว

ด้าน พระครูพรชัย อัคควังโส เจ้าอาวาสวัด กล่าวว่า หากนักท่องเที่ยว ที่จะเดินทางมาเที่ยวชมความงาม ในตอนเช้า ให้ใช้ถนนเส้นลำปาง-แม่ทะ จากถนนแยกบ้านฟ่อน ต.ชมพู อำเภอเมืองลำปาง เข้าสู่ถนนอำเภอแม่ทะ เลี้ยวตรงบริเวณแยกเข้าวัดป่าตันหลวง ซึ่งจะมีป้ายบอกเส้นทาง ไปจนถึงวัดดอยพระฌาน ท่านจะสัมผัสทั้ง ความสวยงามของ และอากาศที่เย็นสบาย ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

สำนักพระราชวัง แจ้งเปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ ได้ถึง 30 ก.ย.นี้

ประกาศสำนักพระราชวัง เรื่อง การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาต ให้ประชาชนได้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2559 นั้น

บัดนี้สำนักพระราชวังจะดำเนินการจัดเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จึงขอเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ในวันที่ 30 กันยายน 2560 เป็นวันสุดท้าย จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน

สำนักพระราชวัง

15 กันยายน พุทธศักราช 2560

นายกฯสั่งเข้มภาคใต้ ลุยถกสันติสุขขอสื่ออย่าขยายความ

นายกรัฐมนตรี กำชับเข้มงวดใต้ ขออย่าขยายความยันลุยสันติสุข หยุดวาทกรรมเอื้อประโยชน์ พร้อมกำชับฝ่ายมั่นคงเพิ่มความระวัง บอกไม่อยากตอบโต้ปมการเมือง ชี้อยากปรองดองต้องเข้ากระบวนการยุติธรรม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังเกิดเหตุระเบิดที่ จ.ยะลา จนทำให้ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต ว่า ในช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์หลายอย่างดีขึ้น แต่มีคนต้องการทำให้แย่ลง ซึ่งเป็นหลักการของคนที่หวังร้าย ขณะเดียวกัน มีหลายคนแสดงความคิดเห็นให้รัฐบาลใช้มาตรการที่รุนแรง แต่ต้องยึดกฎหมายไม่ใช้กำลังทหารไปกวาดล้างทุกพื้นที่ เพราะจะกลายเป็นสถานการณ์การสู้รบ พร้อมขอสื่ออย่าขยายความรุนแรง ขณะเดียวกัน ได้กำชับหน่วยงานด้านความมั่นคงให้เพิ่มความระมัดระวัง โดยทหารต้องเข้มงวดขึ้น พร้อมหามาตรการลดความบาดเจ็บสูญเสียให้มากที่สุด

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า มีความเป็นห่วงในกรณีมีประชาชนไปมุงดูเหตุการณ์ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเคลียร์พื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาได้เตือนไปหลายครั้งแล้วว่า หากมีการปิดกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป จึงสั่งการกำชับไปว่าหลังจากนี้ ห้ามสื่อมวลชนและคนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ หากยังเกิดกรณีแบบนี้อีกจะถือว่าเป็นการบกพร่อง เนื่องจากจะทำให้เจ้าหน้าที่เสียสมาธิได้ จึงต้องระมัดระวังให้มากที่สุด

ส่วนจะกระทบกระบวนการพูดคุยสันติสุขหรือไม่นั้น มองว่า การพูดคุยก็เป็นอีกยุทธวิธี ที่ทำให้คนเห็นต่างแต่ละกลุ่มมาพูดคุยกัน อย่างน้อยก็ลดความรุนแรงได้ ซึ่งสิ่งสำคัญต้องยึดกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และอย่ามองว่าเป็นการตอบโต้รัฐบาล ไม่เช่นนั้นคงไม่ต้องทำอะไรเลย ขอให้คิดให้ถูกต้องด้วย ส่วนจะมีการประกาศพื้นที่ปลอดภัยหรือเซฟตี้โซนได้เมื่อใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขออย่าโทษว่าเสียรัฐบาล เพราะไปคุยมาแล้ว ไม่เกิดขึ้น ต้องไปโทษคนที่ไม่ทำ

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ในเรื่องการเมืองวันนี้ ยังมีคนที่มีคดีความออกมาพูดผ่านสื่อทุกวัน ทั้งที่ส่วนตัวมีหลายคดีกองอยู่ เมื่อให้คนเหล่านี้พูดเสร็จ สื่อก็เอามาถามตนเอง แล้วตนเองก็ต้องตอบกลับไป ทำให้เป็นการสวนกลับกันไปมา สนุกกันหรืออย่างไร ซึ่งส่วนตัวไม่โต้ตอบอยู่แล้ว อยากฟังคนพวกนั้นก็ให้ฟังไป แต่เมื่อถึงเวลาก็บอกไม่เป็นธรรมดำเนินคดีข้างเดียว หากเป็นเช่นนี้ก็ไม่มีจบ ไม่มีปรองดองกันได้ ซึ่งการปรองดองทำได้อย่างเดียวคือ ใช้กฎหมาย และเข้ากระบวนการยุติธรรม แล้วว่ากันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปแต่หากไม่เข้ากระบวนการแล้วจะปรองดองด้วยอะไร ส่วนตัวก็นึกไม่ออกเหมือนกัน

ที่มา… INN