เตือน! ไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น ระวังน้ำท่วมฉับพลัน

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา”พายุทกซูรี” ฉบับที่ 7 ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง 14 – 18 ก.ย. 60

พายุโซนร้อน “ทกซูรี” (DOKSURI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนหรือที่ ละติจูด 16.4 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านอ่าวตังเกี๋ย และเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวินห์ ประเทศเวียดนามในวันที่ 15 ก.ย. 60 โดยจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันเข้าปกคลุมประเทศลาว และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ส่งผลทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามตอนบนควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้

วันที่ 14-15 ก.ย. 60

– ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่าน แพร่ พะเยา อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร กำแพงเพชร ลำพูน ลำปาง เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และตาก

– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

– ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

– ภาคใต้ บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

วันที่ 16 ก.ย. 60

– ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก

– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ และนครราชสีมา

– ภาคกลาง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี กาญจนบุรี และราชบุรี

– ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

– ภาคใต้ บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลาระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และ สตูล

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 14-18 ก.ย. 60

กรมอุตุฯ เตือน ฉ.8 พายุไต้ฝุ่น ‘ทกซูรี’ มีฝนตกทุกภาคทั่วประเทศ

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนพายุไต้ฝุ่น “ทกซูรี”  ฉบับที่ 8 เผย 14-16 ก.ย.นี้มีฝนตกเพิ่มทุกภาคทั่วประเทศไทย

เมื่อเวลา 22.00 น. ของวันที่ 14 ก.ย. 60 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนเก่ยวกับพายุไต้ฝุ่น “ทกซูรี” (DOKSURI) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองวินห์ ประเทศเวียดนาม ประมาณ 480 กม. หรือที่ ละติจูด 17.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.9 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านอ่าวตังเกี๋ย และเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวินห์ ประเทศเวียดนามในวันที่ 15 ก.ย. 60 โดยจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนเข้าปกคลุมประเทศลาว และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันต่อไป ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ส่งผลทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเวียดนามตอนบนควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยมีผลกระทบตามภาคต่างๆมีดังนี้

ในวันที่ 14-15 ก.ย. 60

-ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดน่าน แพร่ พะเยา อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร กำแพงเพชร ลำพูน ลำปาง เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และตาก

-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย อุดรธานี กาฬสินธุ์ มหาสารคาม อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด หนองบัวลำภู เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

-ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

-ภาคใต้ บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ในช่วงวันที่ 16 ก.ย. 60

-ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก

-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ และนครราชสีมา

-ภาคกลาง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี กาญจนบุรี และราชบุรี

-ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

-ภาคใต้ บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลาระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 14-18 ก.ย. 60

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้

ประกาศ ณ วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560 เวลา 23.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560 เวลา 05.00 น.

(ลงชื่อ) วันชัย ศักดิ์อุดมไชย

(นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย)

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา

ตร.แจง 3 ข้อทำความเข้าใจปชช. ยกเลิกใบตม.6

รองโฆษก ตร. ชี้แจง 3 ข้อ ทำความเข้าใจประชาชน หลังนายกรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบ สั่ง ม.44 ยกเลิก ใบ ตม.6 

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. มีมติเห็นชอบออกคำสั่งตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ในเรื่องการแก้ไขกฎหมายคนเข้าเมือง ให้ผู้ที่มีสัญชาติไทยไม่ต้องกรอกแบบฟอร์มใบ ตม.6 สำหรับการเข้าหรือออกนอกราชอาณาจักร ขณะที่บุคคลต่างด้าวยังต้องกรอกรอกเหมือนเดิมนั้นดังนี้

1.แบบฟอร์มใบหรือบัตร ตม.6 คืออะไร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 18 บัญญัติว่า พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตรวจบุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักร เพื่อการนี้ บุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาในหรือออกไปนอกราชอาณาจักรต้องยื่นรายการตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง และผ่านการตรวจอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ของด่านตรวจคนเข้าเมืองประจำเส้นทางนั้น และกฎกระทรวงกำหนดแบบเอกสารตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง และวิธีการขอหลักฐานการแจ้งออกไปนอกราชอาณาจักรเพื่อกลับเข้ามาอีก และการขอกลับเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามเดิม พ.ศ. 2559 ข้อ 7 ระบุว่า การยื่นรายการบุคคลซึ่งเดินทางเข้ามาหรือออกไปนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 18 ให้บุคคลนั้นยื่นรายการตามแบบ ตม.6 ท้ายกฎกระทรวงนี้ ดังนั้น บัตร ตม.6 คือ รายการตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

2.เหตุใดจึงต้องมีการยกเลิก บัตร ตม.6 จะส่งผลกระทบอย่างไรกับคนไทย ปกติบัตร ตม.6 จะมีรายการในบัตรที่ใช้อยู่ปัจจุบันคือ 1.ชื่อ นามสกุล 2.สัญชาติ 3.วัน-เดือน-ปี-เกิด 4.เลขที่หนังสือเดินทาง 5.เลขที่การตรวจลงตรา (วีซ่า) 6. เพศ 7.ที่อยู่ 8.เที่ยวบิน ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สำหรับคนไทยสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ส่วนเที่ยวบินสามารถดูจากบัตรที่นั่งของผู้ที่เดินทางอยู่แล้ว การตรวจหนังสือเดินทางเมื่อผู้โดยสารคนไทยเดินทางมาถึงช่องตรวจ ตามมาตรา 18 ต้องยื่นหนังสือเดินทางและยื่นแบบรายการ (บัตร ตม.6) เจ้าหน้าที่ ตม.จะดูข้อมูลในบัตร ตม.6 ที่ยื่นมาเพื่อทำการบันทึก ในระบบตรวจหนังสือเดินทางคือ หมายเลขเที่ยวบิน และหมายเลขบัตร ตม.6 เท่านั้น

3. ตม. จะมีขั้นตอนการปฏิบัติต่อไปสำหรับคนไทยที่ไม่มี บัตร ตม.6 อย่างไร และจะส่งผลกระทบด้านอาชญากรรมหรือไม่การปฏิบัติหลังยกเลิกบัตร ตม.6 ในส่วนฝ่าย ตม.ขาเข้าฯ ผู้โดยสารคนไทยก็จะต้องยื่นหนังสือเดินทางพร้อมกับบัตรที่นั่ง ให้แก่เจ้าหน้าที่ ตม. เพื่อจะได้ทราบถึงเที่ยวบินที่เดินทางเข้ามา หากไม่มีหรือทำหายก็จะสอบถามกับตัวผู้โดยสารเองว่าเดินทางมาด้วยเที่ยวบินใด และในส่วนช่องตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ (Automatic Channel) ผู้โดยสารคนไทยจะนำหนังสือเดินทางเข้าเครื่องอ่านและจะใช้บัตรที่นั่งที่มีรหัส บาร์โค๊ดสแกนที่เครื่อง หากไม่มีก็จะใช้วิธีกดหมายเลขเที่ยวบินเอง ส่วนบัตร ตม.6 ก็จะวางใส่ตะกร้า หลังจากที่ผ่านช่องตรวจแล้ว จึงไม่มีมีความจำเป็นใดๆ กับบัตร ตม.6

หากผู้โดยสารดังกล่าวมีประวัติอยู่ในฐานข้อมูลระบบบัญชีเฝ้าดูหรือบัญชีต้องห้าม เครื่องตรวจหนังสือเดินทางทั้งช่องปกติและช่องตรวจอัตโนมัติก็จะไม่ให้ผ่านจนกว่าเจ้าหน้าที่จะทำปลดล๊อคในระบบ ส่วนการใช้ข้อมูลในบัตรเพื่อติดตามตัวนั้น ส่วนใหญ่ต้องการทราบที่พักว่าพักที่ใด ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่จะเขียนที่พักตามสำเนาทะเบียนบ้าน ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ตามข้อมูลทะเบียนราษฎร์ยกเว้นผู้ที่ไม่ได้พักอยู่บ้านตามสำเนาทะเบียนบ้านเท่านั้น

โดยจะมีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 15 กันยายน 2560 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 กันยายน 2560 เวลา 00.01 น. เป็นต้นไป เพื่อแก้ปัญหาความแออัดของนักเดินทางจำนวนมากที่ต้องไปรอหน้าเคาน์เตอร์เข้าเมือง ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้เน้นมาตรการการคัดกรองบุคคลเดินทางเข้าออกราชอาณาจักรอยู่แล้ว ซึ่งในส่วนของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก็ได้มีการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวด้วยเช่นกัน