ภาคประชาสังคมเมืองเพชรบุรี แจ้งเอาผิดกรมศิลป์

ภาคประชาสังคมเมืองเพชรบุรี รวมตัวกันร้องทุกข์กล่าวโทษกรมศิลปากรและผู้รับจ้าง ในการบูรณะโบราณสถานถ้ำเขาหลวง

กลุ่มภาคประชาสังคมในจังหวัดเพชรบุรี นำโดน นายเอกชัย อังกินันทน์ ประธานชมรมพระเครื่องจังหวัดเพชรบุรี นายธานินทร์ ชื่นใจ ตัวแทนสกุลช่างเมืองเพชร นายเกียรติศักดิ์ กล่อมสกุล ตัวแทนกลุ่มมัคคุเทศก์เพชรบุรี และนายสุรพล นาคนคร นายกสมาคมสื่อมวลชนเพชรบุรี ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อ พ.ต.ต.ศราวุธ มาลัย สารวัตรสอบสวนสภ.เมืองเพชรบุรี เพื่อเอาผิดต่อกรณีที่มีการลอกทององค์พระพุทธรูป ภายในโบราณสถานถ้ำเขาหลวง ต.ธงชัย อ.เมือง จ.เพชรบุรี ผิดไปจากสัญญาจ้างตามโครงการบูรณะโบราณสถานถ้ำเขาหลวง ที่สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้ตกลงว่าจ้างให้บริษัท เอกชน จำนวน 3 องค์

ประกอบด้วย 1.พระพุทธรูปฉลองพระองค์ พระเจ้าวรวงษาเธอที่ 1 พระองค์เจ้าดุษดี 2.พระพุทธรูปฉลองพระองค์ พระเจ้าวรวงษาเธอที่ 1 พระองค์เจ้าปุก และ 3.พระพุทธรูปฉลองพระองค์ พระเจ้าวรวงษาเธอที่ 1 พระองค์เจ้าดวงจันทร์ ซึ่งเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ในรัชกาลที่ 4 ที่ตั้งอยู่เคียงข้าง พระพุทธรูปฉลองพระองค์รัชกาลที่ 4 พรบาทสมเด็จพระะจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายในถ้ำเขาหลวง เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเข้าข่าย ความผิดตามพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 โดยการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดตาม มาตรา 32 ,33 กรณีผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า ทำให้ไร้ประโยชน์หรือทำให้สูญหายซึ่งโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้ว ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากนั้น พนง.ส.สภ.เมืองเพชรบุรี ได้ประสานให้ตำรวจวิทยาการเพชรบุรี เดินทางลงไปตรวจสอบพระพุทธรูป ทั้งสามองค์ภายในถ้ำเขาหลวง เพื่อนำรายละเอียดในความเสียหายที่เกิดขึ้นประกอบในสำนวนคดี

ที่มา… INN

ชาวบ้านแจ้งจับนักข่าวเก๊ตุ๋นเงิน อ้างให้เป็นพิธีกรช่องดัง

ดีเจสาวชัยภูมิพร้อมเหยื่อนับ 10 คน แห่ขึ้นโรงพักแจ้งจับนักข่าวเก๊ตุ๋นเงินอ้างให้เป็นพิธีกรช่องดัง

พ.ต.ท.จิตติพัฒน์  คำรังษี  สว.(สอบสวน) สภ.เมืองชัยภูมิ รับแจ้งจากตัวแทนนักจัดรายการวิทยุชุมชนจากหลายสถานีในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นผู้เสียหาย นำโดย นางรุ่งรัตน์ อุดมรักษ์ และนายเกียรติศักดิ์ กาญจนนพงศ์ พากันนำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความให้เอาผิดกับ นายวัชรากร  ซึ่งอ้างตัวเองว่าเป็นผู้สื่อข่าวประจำ จ.ชัยภูมิของสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง

โดยตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายเปิดเผยว่าบุคคลดังกล่าวนี้มีพฤติกรรมตระเวนออกไปแอบอ้างติดต่อกับกลุ่มนักจัดรายการวิทยุชุมชน กลุ่มเพื่อนด้วยกันอีกหลายคนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ครั้งนี้ว่าเขาเองเป็นผู้สื่อข่าวจากสถานีช่องดังกล่าว และกำลังอยู่ระหว่างที่เขาจะผลิตรายการข่าวให้กับช่องฯ ที่จะต้องหาผู้มาช่วยในการเป็นพิธีกรดำเนินรายการหลายคน  และจำเป็นให้ช่วยเรื่องเงินทุนก่อนรายละ 3,000 บาท ซึ่งจะต้องมีการผลิตเนื้อหารวมทั้งหมด 5 ตอน จะได้เงินคืนภายหลังทำรายการเสร็จและส่งให้ทางช่องในราคาตอนละ 20,000 บาท รวมจะได้กว่า 100,000 บาท

ในครั้งนี้ ส่วนของเธอเองก็หลงเชื่อคนที่อ้างว่าเป็นผู้สื่อข่าวรายนี้ถูกยืมเงินเป็นค่าใช้จ้างให้ไปรวม 8,000 บาท ซึ่งนัดกันว่าจะนำเงินมาคืนให้ในวันอังคารที่ผ่านมา แต่แล้วจนปัจจุบันก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย  กลุ่มผู้เสียหายครั้งนี้จึงติดต่อไปที่สถานีช่องดังหล่าว จึงทราบว่าไม่มีบุคคลดังกล่าวนี้เป็นผู้สื่อข่าวของสถานีตามที่กล่าวอ้างเลย และอย่าให้ใครไปหลงเชื่ออีกเด็ดขาด จึงรู้ว่าถูกหลอกแล้ว และจึงได้พากันส่งตัวแทนเดินทางเข้าแจ้งความดังกล่าว เพื่อที่จะติดตามตัวบุคคลรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา… INN

เนรมิตพื้นที่ว่างเปล่าปลูก ‘ต้นปอเทือง’ บานสะพรั่งถวายในหลวง ร.9

กลุ่มชาวบ้านได้ร่วมกันเนรมิตพื้นที่ว่างเปล่ากว่า 2 ไร่ ปลูก ต้นปอเทือง บานสะพรั่งสีเหลืองอร่าม เพื่อถวายอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 

วันที่ 14 กันยายน 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ลานนั่งเล่นทุ่งปอเทือง @ควนปริง ที่บริเวณ ม.5 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง พบประชาชนพาครอบครัวมาร่วมถ่ายเซลฟี่กับทุ่งดอกปอเทืองเหลืองอร่าม ซึ่งมีเนื้อที่ 1.5 ไร่ เป็นที่ดินของโครงการหมูบ้านที่ยังเป็นที่ว่างเปล่าและรกร้าง โดยชาวบ้านที่อยู่ติดกับที่ดินดังกล่าว ได้คิดร่วมแรงร่วมใจกันปลูกปอเทืองให้เป็นดอกสีเหลืองบานสะพรั่ง ซึ่งจุดประสงค์หลักคือเพื่อแสดงความอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 และเป็นพืชทีปลูกง่ายดูแลง่าย ต้นทุนไม่แพงเนื่องจากขอเมล็ดพันธุ์มาจากกรมพัฒนาที่ดิน สามารถปรับสภาพดินได้ดีอีกด้วย

ด้านนายทวีเกียรติ อุสาหะ อายุ 42 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว อยู่บ้านเลขที่ 130/1 ม.5 ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง กล่าวว่า บ้านของตนอยู่ติดกับที่ดินดังกล่าว เห็นเป็นที่รกร้างจึงได้คิดร่วมมือกันกับเพื่อนบ้าน ว่าจะปลูกต้นไม้สีเหลือง เพื่อถวายความอาลัยแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 หากจะปลูกดาวเรืองต้นทุนสูงและต้องคอยดูแล จึงได้ปรึกษากันว่าควรปลูกปอเทือง จึงได้ไปขอเมล็ดพันธุ์จากกรมพัฒนาที่ดิน จากการที่เริ่มปลูกมาจนถึงตอนนี้ก็เกือบ 2 เดือนแล้ว และตนจึงคิดว่าจุดดังกล่าวค่อนข้างเงียบ จึงปรึกษากับครอบครัวว่าควรทำจุดนี้ให้เป็น ลานนั่งเล่นทุ่งปอเทือง@ควนปริง จะได้ดูคึกคักขึ้นมา และยามเย็นสามารถพาครอบครัวมาถ่ายรูปได้อีกด้วย

นอกจากนั้น ตนก็ยังมีเมนูปิ้งๆย่างๆหม่าล่า เผ็ด ชา ถึงชาติหน้า รสชาติเผ็ดร้อน เป็นเครื่องพริกที่ทำมาจาก สูตรเครื่องเทศของประเทศจีนที่มีลักษณะเหมือนพริกป่นบ้านเรา ซึ่งเรียกเครื่องเทศชนิดนี้ว่า “ฮวาเจียว” ที่เป็นส่วนผสมให้หม่าล่าที่รสชาติที่เผ็ดและชาลิ้นนั่นเองจะพวกอาหารทะเลเสียบไม้ มาปิ้งย่าง จนสุกแล้วนำมาคลุกกับ หม่าล่า แล้วมานั่งกินกัน โดยจะมีปีกไก่ หอย ราคาไม้ละ 15 บาท พวกผัก พริกหยวก ข้าวโพด เห็ด กะหล่ำปลี ที่เสียบไม้ราคาไม้ละ 5 บาท และลูกชิ้นไก่ เนื้อไก่ปูอัด ไส้กรอกต่างๆราคาไม้ละ 10 บาท และยังมีพวก เครื่องดื่ม เช่น ชาเย็น ชาดำเย็น ชามะนาว ราคาทั่วไปตามท้องตลาด มีเห็ดทอดชิ้นละ 25 บาท เต่ากัว ซึ่งทำจากเต้าหู้ใส่ไส้ หมูสับเห็ดกุ๋ยช่าย ถั่วงอก ชิ้นละ 15 บาท และยังมีหมูกระทะจานละ 20 บาท

ซึ่งเป็นร้านเพื่อนบ้านของตน ให้ได้นั่งทานเล่นกันที่บริเวณลานทุ่งปอเทืองได้เลย จะมีโต๊ะเก้าอี้เล็กๆ วางให้ประมาณ 6-7 โต๊ะด้วยกัน เหมาะแก่การนั่งชิลล์ๆ หลังจากถ่ายรูปกับทุ่งปอเทืองเสร็จแล้วก็นั่งทานอาหารร่วมกับครอบครัวได้เลย ซึ่งคนที่มาเที่ยวต่างรู้สึกประทับใจไปตามๆ กัน ผลตอบรับวันแรกที่เปิดร้านเป็นไปได้ด้วยดี ทั้งนี้ร้านหม่าล่าจะเริ่มเปิดตั้งแต่เวลา 17.00 น.-22.00 น.

หากประชาชนท่านใดสนใจจะพาครอบครัวพาแฟนพาลูกหลานมาเที่ยวถ่ายรูปกับทุ่งปอเทืองสีเหลืองบานอร่ามสามารถโทรสอบถามเส้นทางได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 080-5201333 คุณกุ๊ก ทั้งนี้เส้นทางดังกล่าวหาง่ายอยู่ในตัวเมืองตรังและยังมีอาหารปิ้งย่างสดๆอร่อยๆราคาถูกระหว่างชมทุ่งปอเทืองให้ได้ทานกันอีกด้วย