สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ร้องสอบหน่วยงานราชการ ปมปัญหาที่ดิน

สหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ ร้องตรวจสอบหน่วยงานราชการ กรณีปัญหาที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้าง ในชุมชนน้ำแดงพัฒนา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

วันนี้ (12 ก.ย.) เวลา 13.00 น. นางสาวชูศรี โอฬารกิจ ผู้แทนจากสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ พร้อมสมาชิกของสหพันธ์เกษตรกรภาคใต้ จำนวน 15 ราย เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยมีนายอัญญรัฐ เอ่งฉ่วน รับเรื่องร้องเรียน กรณีที่ชาวบ้านชุนชนน้ำแดงพัฒนา อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถูกแจ้งความดำเนินคดีและฟ้องร้องในข้อหาบุกรุกที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น ทำให้เสียทรัพย์ และซ่องโจร จากกลุ่มบริษัทเอกชนที่อ้างสิทธิ์ในพื้นที่ดินดังกล่าว

นางสาวชูศรี เปิดเผยว่า ตนและชาวบ้านได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ปล่อยทิ้งร้างว่างเปล่ามานานกว่า 10 ปีแล้ว โดยได้ปลูกสร้างบ้าน และทำมาหากินอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน กระทั่งเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทเอกชนได้มีการฟ้องร้องชาวบ้านข้อหาบุกรุกทำลายให้เสียทรัพย์ และซ่องโจร ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีบริษัทไหนมาแสดงตนว่าเป็นเจ้าของที่ดิน

นอกจากนี้ ตนและชาวบ้านยังโดนบุกรุกเข้ามาเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ตนปลูกในพื้นที่ เพราะอ้างว่าเป็นพื้นที่ของบริษัท สามารถมาเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ ตนและชาวบ้านได้เคยไปร้องเรียนกับหน่วยงานหลายที่แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า จึงเข้ามาร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนในวันนี้

ทั้งนี้ เอกสารคำร้องที่ชาวบ้านนำมายื่นนั้น เพื่อขอให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บ่ายเบี่ยง ไม่รับแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้เสียหาย เนื่องจากถูกขโมยผลผลิต ผลปาล์มน้ำมัน โดยอยากให้เจ้าหน้าที่หาทางออกให้กับชาวบ้านด้วยการให้จัดซื้อที่ดินทิ้งร้างไม่ทำประโยชน์ แต่มีเอกสารสิทธิ์ของบริษัทเอกชน นำมาจัดสรรกระจายสิทธิการถือครองให้แก่เกษตรกรได้เช่าซื้อ เพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง

รวมทั้งขอให้อยากให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ชุมชนน้ำแดงพัฒนาและเปิดประชุม ให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้างในชุมชนน้ำแดงพัฒนา ตำบลคลองน้อย อำเภอชัยบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เร่งช่วยหมา-แมว กว่า 10 ตัว ถูกขังในรถเก๋งจอดตากแดด

เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง เร่งช่วยกันงัดประตูรถเก๋ง หลังเจ้าของขังสุนัข แมว รวม 13 ตัว ไว้ในรถ ตั้งแต่กลางดึกจนถึงเช้าวันนี้

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร อ.เมือง จ.ลำปาง ได้รับแจ้งมีหมา แมว จำนวนสิบกว่าตัว ถูกเจ้าของรถ ขังไว้ในรถเก๋งจอดตากแดด เหตุเกิดภายในปั้มน้ำมัน พีที สาขาปงแสนทอง ริมถนนสายลำปาง – เชียงใหม่ ขาออก จ.ลำปาง ตรงข้ามสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 10 ลำปาง ประตูล็อค และกระจกปิดสนิททั้งสีประตู จึงประสานเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยลำปาง รีบเดินทางช่วยเหลือเป็นการด่วน ที่เกิดเหตุพบ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีดำ ทะเบียน 2กร3650 กรุงเทพมหานคร

ภายในมีสุนัขและแมว อาการอ่อนเพลีย ลิ้นห้อย หายใจทางปาก โดยมีพนักงานมินิมาร์ท ต่างช่วยกันนำน้ำใส่ขวดพลาสติกฉีดเข้าไปในรถเพื่อสุนัข แมว ได้กิน และนำร่มมากาง ใช้ผ้าห่มมาคุมหลังคารถ ซึ่งบางคนก็ช่วยตักน้ำมาราดหลังคารถ เพื่อระบายความร้อนภายในตัวรถ

โดยเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัย เร่งใช้อุปกรณ์เพื่อเปิดประตู แต่ไม่สามารถเปิดได้ จนในที่สุดต้องรีบประสานช่างกุญแจมาช่วย จนสามารถเปิดได้ รวมเวลาช่วยเหลือนานหนึ่งชั่วโมง ทำให้เป็นที่โล่งใจ ทั้งพนักงานมินิมาร์ทและเจ้าหน้าที่ ภายหลังจากที่เปิดประตูได้แล้ว พบสุนัขพันธ์ไซบีเรีย1ตัว และแมวพันธ์ไทยอีก 12 ตัว โดยสัตว์ทุกตัวมีอาการเปียกชุมเหงื่อ จากอากาศร้อนถูกขังในรถและตากแดดเป็นเวลานาน เจ้าหน้าที่รีบนำน้ำให้กิน จากการตรวจสอบภายในรถยังพบกระบะพลาสติก เพื่อสำหรับเป็นที่ถ่ายของสัตว์ ลักษณะคล้ายเตรียมการไว้เป็นอย่างดี

จากการสอบถาม พนักงานร้านมินิมาร์ทที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า เจ้าของรถคันดังกล่าวได้ขับเข้ามาจอดรถภายในปั๊มเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีอาการคลุ้มคลั่งคล้ายกับป่วยทางประสาทเดินไปมา พูดจาอยู่คนเดียว และเข้าไปพูดคุยกับคนภายในร้านมินิมาร์ท และภายในปั๊มตลอดทั้งคืน จนต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร เข้ามาควบคุมตัว เพื่อไปสงบสติอารมณ์ที่ สภ.เขลางค์ ก่อนที่ทางญาติจะมารับตัวกลับไปยังบ้านที่ จ.พิษณุโลก

โดยได้จอดรถคันดังกล่าวทิ้งไว้ พอเช้ามาพนักงานภายในปั๊มเห็นมีสุนัข และแมวติดอยู่ภายในรถที่จอดตากแดดไว้ และอดสงสารไม่ได้ เพราะเกรงว่าสุนัข และแมวทั้งหมดต้องตายลงอย่างแน่นอน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ และช่วยเหลือดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้ทำการสอบสวน เจ้าของรถเก๋งคันดังกล่าว ว่าจะเข้าข่ายการทารุณกรรมสัตว์หรือไม่ เพื่อที่จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

อดีตข้าราชการ จ.อุตรดิตถ์ แฉอดีตเมียผู้ว่าฯ ร่วมแก๊งปล่อยกู้ดอกเบี้ยโหด

อดีตข้าราชการสาวในอุตรดิตถ์ แจ้งจับอดีตภรรยาผู้ว่าฯ หลังตกเป็นเหยื่อ ปล่อยเงินกู้ ดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 8 แถมถูกยึดบัตรเอทีเอ็ม และสมุดบัญชีเงินฝาก

นายสิทธิชัย เจริญธนะจินดา นายกเทศมนตรีตำบลท่าเสา อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ นำหญิงสาวผู้เสียหาย อดีตข้าราชการสังกัดเทศบาลตำบลท่าเสา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองอุตรดิตถ์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายทุนเงินกู้ ซึ่งเป็นอดีตภรรยาผู้ว่าราชการจังหวัดรายหนึ่ง ที่รับราชการในสังกัดเทศบาลตำบลท่าเสา

จากกรณีเมื่อปี 2558 ผู้เสียหายได้ทำสัญญาขอกู้เงินจากอดีตภรรยาผู้ว่าฯ จำนวน 50,000 บาท โดยไม่มีระยะเวลาการใช้คืนเงินต้น พร้อมคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8 หรือตกเดือนละ 4,000 บาท นอกจากนี้ ทางนายทุนเงินกู้ยังยึดบัตรเอทีเอ็ม และสมุดบัญชีเงินฝากไป

เมื่อถึงสิ้นเดือน ทางนายทุนก็จะหักดอกเบี้ยจากเงินในบัญชี ก่อนคืนเงินผ่านตู้เอทีเอ็มให้ภายหลัง ซึ่งผลจากการคิดดอกเบี้ยแพง และทำสัญญาลักษณะเอาเปรียบ ส่งผลให้ผู้เสียหายเดือดร้อน เพราะต้องจ่ายเงินต้นไม่มีวันจบสิ้น

นายสิทธิชัย ให้ข้อมูลว่า มีข้าราชการตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการจนถึงเจ้าหน้าที่ธุระการ รวมกลุ่มกันปล่อยเงินกู้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 8 ให้กับข้าราชการท้องถิ่น และบรรดาลูกจ้างในพื้นที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ฟากท่า น้ำปาด และบ้านโคกยอด มานานเกือบ 10 ปีแล้ว และคาดว่ามีผู้ที่ตกเป็นเหยื่อนับร้อยราย พร้อมขอให้หน่วยงานภาครัฐ อาทิ ป.ป.ท. , ป.ป.ช. และ ป.ป.ง. ตรวจสอบที่มาของแหล่งเงินกู้ รวมถึงพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้รายงานคดีที่เกิดขึ้น ให้ทางผู้กำกับการ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ รับทราบ เพื่อเร่งสืบสวนเอาผิด เนื่องจากการปล่อยเงินกู้นอกระบบ ถือว่ามีพฤติการณ์เข้าข่ายผู้มีอิทธิพล และต้องถูกปราบปราม ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี