ศาลรับฎีกาคดี สรยุทธ แล้ว ลุ้นประกันตัวรอบใหม่

ผู้พิพากษาลงนามรับรองฎีกาคดีสรยุทธแล้ว เบื้องต้นอยู่ระหว่างยื่นปล่อยตัวชั่วคราว

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (12 ก.ย. 60) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งให้รับฎีกาของนายสรยุทธ ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ที่ถูกพิพากษาจำคุกในคดีทุจริตเงินโฆษณาเกินเวลารายการคุยคุ้ยข่าวของ บ.ไร่ส้ม ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)  แล้ว

หลังจากทนายความของนายสรยุทธ ได้นำคำร้องไปยื่นต่อศาลฎีกา เป็นผู้พิจารณาว่า จะรับฎีกาหรือไม่  พร้อมยื่นหลักทรัพย์เป็นเงิน3 ล้านบาท เพื่อขอประกันตัวนายสรยุทธ ชั่วคราว โดยขณะนี้ศาลอยู่ระหว่างพิจารณา และมีคำสั่งว่าจะรับฎีกาและอนุญาตให้ประกันตัว หรือไม่

พนง.ขับรถเข้าให้ปากคำ ปมนักศึกษาแพทย์ฆ่าสุนัข หวังเงินประกัน

พนักงานขับรถขนส่งสัตว์เลี้ยง เข้าให้ปากคำตำรวจโคราช ปมนักศึกษาแพทย์ฆ่าสุนัข หวังเอาเงินประกัน

ความคืบหน้าคดีนักศึกษาแพทย์ต้องสงสัยว่าก่อเหตุฆ่าสุนัขเพื่อเอาเงินประกัน ล่าสุด นายไพโจน์ สมศรี อายุ 41 ปี พนักงานขับรถบริษัทขนส่งสัตว์เลี้ยง ได้เดินทางมาที่ สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เพื่อพบกับพนักงานสอบสวน และให้ปากคำเกี่ยวกับคดีทารุณกรรมสัตว์ ที่ทางปศุสัตว์ แจ้งความร้องทุกข์นักศึกษาแพทย์วางยาสุนัขเสียชีวิตเรียกเงินค่าประกัน

โดยในเบื้องต้น นายไพโรจน์ เปิดเผยว่า ตนได้รับว่าจ้างจากบริษัทรับส่งสัตว์เลี้ยง ในราคา 2,500 บาท เพื่อมาส่งสุนัข โดยทางบริษัทย้ำว่าให้ดูแลสุนัขตัวนี้ให้ดี เพราะลูกค้าทำประกันไว้ในราคาสูงถึง 50,000 บาท โดยเป็นประกันอุบัติเหตุ ต่อมาช่วงที่ไปรับนักศึกษาแพทย์มาจากโรงแรมที่กรุงเทพมหานคร รู้สึกว่านักศึกษาแพทย์จะมีท่าทีเร่งรีบ พร้อมกับหอบกระเป๋าสุนัขวิ่งมาขึ้นรถของตน โดยให้นั่งด้านหน้ารถกับตนเองตลอด แต่ลักษณะกระเป๋าสุนัขจะหันข้างที่สามารถเปิดล้วงเข้าไปได้ไปหาเจ้าของ ดังนั้นตนจึงไม่รู้ว่าจะมีการล้วงเข้าไปป้อนยาให้สุนัขหรือไม่

ทั้งนี้ มีการพูดคุยและบอกกับตนว่า ได้ให้ยาแก้เมารถกับสุนัขมา กระทั่งถึง อ.โชคชัย ทางนักศึกษาแพทย์ได้เปิดสุนัขให้ดูว่า มีอาการท้องอืด ซึมเศร้า จึงให้ตนกลับรถนำสุนัขมาที่โรงพยาบาลสัตว์ และพบว่าสุนัขได้ตายแล้ว พร้อมกับเรียกร้องค่าประกันจำนวน 50,000 บาท ซึ่งทางบริษัทชี้แจงว่าไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขการประกันอุบัติเหตุ พร้อมกับขอให้ผ่าพิสูจน์ซากสุนัข และเห็นว่ามีความผิดปกติ ต่อมาทางนักศึกษาแพทย์เจ้าของสุนัขก็ยอมความไม่เอาเงินค่าประกัน แต่ขอให้คืนเงินค่าขนส่งไป จำนวน 2,500 บาทแทน ซึ่งก็ได้คืนเงินไปเรียบร้อยแล้ว และตนก็ไม่ได้ติดใจเอาความอะไรทั้งนั้น เนื่องจากกลัวเสียเวลาทำในการทำงาน ส่วนที่เดินทางมาวันนี้ เพราะทาง สภ.โพธิ์กลาง นัดมาสอบปากคำ

ทายาทโอเอเปิดใจ ขอที่ยืนในสังคม ยืนยันไม่เกี่ยวข้องทัวร์ศูนย์เหรียญ

ทายาทธุรกิจบริษัทโอเอทรานสปอร์ตจำกัด ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการทัวร์ศูนย์เหรียญ

วันนี้ (12 ก.ย. 60 ) ที่ ห้อง V 4 ร้านอาหารเพลิน ถนนวิภาวดีรังสิต นางสาวสายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสี นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี ทายาท ธุรกิจบริษัทโอเอ ทรานสปอร์ตจำกัด แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ชี้แจงธุรกิจ บริษัท และบริษัทในเครือ หลังศาลอาญา มีคำพิพากษายกฟ้องคดี ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการทัวร์ศูนย์เหรียญ

นางสาวสายทิพย์ ระบุว่าบริษัทของครอบครัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทัวร์ศูนย์เหรียญ ธุรกิจในเครือข่ายของตนเองไม่ได้เป็นบริษัททัวร์ แต่เป็นผู้ให้บริการรองรับการท่องเที่ยว ซึ่งมีธุรกิจเกี่ยวกับให้บริการเช่ารถทัวร์กว่า 2,000คัน และมีบริษัทที่จำหน่ายทั้งเครื่องประดับอัญมณี เครื่องหนัง ขนมไทย สมุนไพร สินค้าเกษตรแปรรูป เพื่อกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

โดยยอมรับว่าบรรพบุรุษเป็นคนจีน ที่อพยพเข้ามาอยู่ในไทยจริง และได้แต่งงานกับคนไทยทำให้ธุรกิจของเราดำเนินกิจการโดยคนไทย 100% ไม่ใช่บริษัทของคนจีนตามที่ถูกกล่าวหา

ส่วนที่บริษัทโอเอฯ ถูกตั้งข้อกล่าวหา เชื่อว่า มาจากกรณีบริษัททัวร์ที่ถูกกล่าวหาสวมบัตรประชาชนที่มาเช่ารถทัวร์ของบริษัทโอเอฯ ทำให้ทางบริษัทถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันกระทำความผิดมูลฐานอั้งยี่และฟอกเงิน ไปด้วยทั้งที่ความจริงแล้ว บริษัทดังกล่าวเป็นเพียง 2 ใน 300 บริษัทที่มาเช่ารถทัวร์ ซึ่งยังไม่ถึง1%ของจำนวนลูกค้าทั้งหมด

ส่วนที่ศาลมีคำสั่งยกฟ้องคดีนั้น ยืนยันไม่มีการวิ่งเต้นคดีแน่นอน เนื่องจากขณะนี้บริษัทโอเอฯไม่สามารถดำเนินกิจการได้ เนื่องจากถูกอายัดรถทัวร์กว่า 2,000คัน และยังผ่อนชำระไม่หมด และบริษัทในเครือจำนวน6บริษัท ไม่สามารถดำเนินกิจการได้ เช่นกันทำให้ตอนนี้ยังติดเงินกู้จากธนาคารอยู่จำนวนมาก และยังต้องดูแลพนักงานอีกกว่า1พันคนด้วย
ซึ่งหลังจากถูกดำเนินคดี ทำให้ได้รับความเสียหายแล้วกว่าหมื่นล้านบาท พร้อมยืนยันอีกว่าบริษัทดำเนินการเสียภาษีอย่างถูกต้องมาตลอด

อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีการยื่นฟ้องร้องหน่วยงานใด เพราะยังคงเชื่อ และปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม