จับสาวต้มตุ๋นมีมากถึง 11 หมายจับ หลังสร้างเรื่องหลอกจำนำสวนยาง

ตำรวจกองปราบจับสาวแสบจอมต้มตุ๋น 11 หมายจับ สร้างเรื่องหลอกจำนำสวนยางใน จ.ปัตตานี

พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงส์ ผกก.6 บก.ป. และ พ.ต.ท.ปิยพล แป้นแกว  สว.กก. 6 บก.ป นำกำลังตำรวจกองปราบ จับกุม นางฟารีด๊ะ  อายุ 47 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช ผู้ต้องหารายสำคัญซึ่งมีหมายจับของศาลจังหวัดปัตตานีติดตัว 11 หมายในคดีร่วมกันฉ้อโกง โดยถูกตำรวจกองปราบปรามแกะรอยตามไปจับกุมได้ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ 14  ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช หลังจากที่หนีคดีมา 9 ปี และนำตัวมาสอบสวนแจ้งข้อหาดำนินคดีที่ศูนย์ประสานงานกองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม จ.สงขลา

จากการสอบสวน นางฟารีด๊ะ ให้การรับสารภาพ ด้าน พ.ต.อ.สมพงษ์ เปิดเผยว่า พฤติกรรมของ นางฟารีด๊ะ จะร่วมกับลูกทีมซึ่งล้วนเป็นผู้หญิงอีก 2-3 คน สร้างเรื่องขึ้นมาหลอกเหยื่อว่ามีสวนยางต้องการจะจำนำ แล้วหลอกพาเหยื่อไปดูสวนยาง ซึ่งอ้างว่าเป็นของทีมงาน แต่เป็นการพาไปดูที่แบบมั่วๆ เพราะความจริงแล้วเป็นที่ดินของบุคคลอื่น เมื่อเหยื่อสนใจและหลงเชื่อจึงได้ทำสัญญาเงินกู้โดยเสนอดอกเบี้ยจากการขายเศษยางหรือขี้ยางแบ่งกันคนละครึ่งสัปดาห์ละครั้ง สุดท้ายก็เชิดเงินหนีไป โดยมีผู้เสียหายที่ถูกแกงค์ของ นางฟารีด๊ะ หลอกจำนวน 11 ราย อยู่ในพื้นที่ ต.น้ำดำ ต.พิเทน แล ะต.ปากู อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี บางรายสูญเงินไป 60,000 บาท บางรายแสนกว่าบาท และสูงสุด 200,000 บาท รวมเงินที่ได้ไปทั้งหมด 1,120,000 บาท โดยเหตุเกิดในช่วงปี 2551 ทั้งหมด

เผยแล้ว! เณรถ่ายรูปไม่ผิด ชี้ฝึกทักษะต่อยอดอาชีพ

พระวัดหนองแวง ขอนแก่นแจง ปมเณรโพสต์ท่าเท่ รับงานถ่ายภาพ ชี้ไม่ผิดแค่ฝึกทักษะต่อยอดอาชีพ

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (11 ก.ย. 60) พระมหาสัณท์พิชญ์ พระอาจารย์ประจำวัดหนองแวงพระอารามหลวง จังหวัดขอนแก่น ได้ออกมาชี้แจงผ่าน รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่องอัมรินทร์ทีวี ถึงกรณีที่ปรากฏภาพสามเณรในวัด ถือกล้องถ่ายภาพคล้ายกับฆราวาส แถมมีการโพสต์ข้อความไม่เหมาะสมกับการเป็นภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนา จนเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ นั้น ว่า

ยอมรับว่าสามเณรรูปดังกล่าว เป็นเณรที่อยู่ในวัดจริง แต่ไม่ได้มีการรับงานถ่ายภาพเป็นอาชีพตามที่โพสต์ไป เป็นเพียงการถ่ายรูปญาติโยมที่มาทำบุญเท่านั้น เพราะเห็นว่าเณรมีความชอบด้านถ่ายรูป และถ่ายออกมาสวย จึงได้ติดต่อให้ถ่ายรูปให้ ส่วนการที่มีคนมองว่าพระ-เณรถือกล้องถ่ายรูปไม่เหมาะสมนั้น ทางวัดไม่ได้มองว่าผิดหรือไม่เหมาะสม แต่มองว่าเป็นการฝึกทักษาในสิ่งที่ชอบ และสามารถต่อยอดนำไปใช้ได้ในอนาคตหลังบวชเรียนจบ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาต่อ หรือใช้ความรู้มาประกอบอาชีพได้

ส่วนการโพสต์ข้อความล่อแหลมนั้น และโพสต์ท่าถ่ายรูปแบบฆราวาสนั้น ทางวัดได้มีการเรียกสามเณรเข้าตักเตือนแล้ว ทางเณรได้ทำความเข้าใจและนำไปปรับปรุงแก้ไขแล้ว อย่างไรก็ตามจากนี้ไป ทางวัดคงต้องวางมาตรการปรับความเข้าใจในเรื่องการใช้โซเชียลมีเดียกับสามเณรทั้งหมด เนื่องจากส่วนใหญ่นั้นอยู่ในช่วงวัยรุ่น เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก

ข้อมูลจาก  AMARIN TVHD

สิบล้อเบรกแตกชนระนาว 6 คัน กลางสามแยกแปดริ้ว

สิบล้อบรรทุกปูน เบรกแตกชนท้ายระนาว 6 คันรวด กลางสามแยกเมืองแปดริ้ว เจ็บเล็กน้อย 3 คน

ร.ต.อ.พุทธิพงษ์ ชื่นชม รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ มีรถยนต์ชนกันจำนวนหลายคัน บริเวณสามแยกสัญญาณไฟเทศบาล 2 (แยกเข้าวัดโสธร) บนถนน 314 (สิริโสธร) ฉะเชิงเทรา-บางปะกง เขตเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวน ที่เกิดเหตุพบรถยนต์บรรทุกคอนกรีตผสมเสร็จ (รถโม่ปูน) ขนาด 10 ล้อ คันสีขาว พุ่งเข้าชนกับด้านท้ายของรถตู้สีขาว และชนต่อเนื่องกันเป็นแถวยาวไปจนถึงรถยนต์คันหน้าสุด ที่กำลังจอดติดสัญญาณไฟแดง ประกอบด้วยด้านหน้าของรถตู้ได้พุ่งกระแทกชนเข้ากับด้านท้ายของรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สีเทา โดยด้านหน้าของรถกระบะได้พุ่งชนเข้ากับท้ายรถ 3 ล้อ

ขณะที่ รถ 3 ล้อ ได้พุ่งชนเข้ากับท้ายของรถยนต์กระบะมิตซูบิชิ สีดำ และรถยนต์กระบะได้พุ่งเข้าชนกับด้านท้ายของรถยนต์เก๋งโตโยต้า แคมรี่ สีเทา สอบถามนายประทีป อายุ 47 ปี คนขับรถ 10 ล้อ บรรทุกปูน กล่าวว่า ได้ขับรถออกมาจากโรงผสมคอนกรีต ในเขตพื้นที่ ต.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ เพื่อที่จะนำเข้าไปส่งในเขตตัวเมืองฉะเชิงเทรา เมื่อขับรถมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางสามแยกสัญญาณไฟ ได้เหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ แต่เมื่อแตะเหยียบเบรกไปแล้ว ตัวรถกลับเบรกไม่อยู่ จึงได้พยายามเหยียบซ้ำอีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผลจึงทำให้ตัวรถได้พุ่งเข้าชนกับท้ายของรถตู้ และทำให้เกิดการชนกระแทกไหลไปพุ่งชนกันกับรถอีกหลายคัน ซึ่งในเบื้องต้นนั้นรถคันที่ตนขับมามีการทำประกันภัยเอาไว้ด้วย

ด้าน ร.ต.อ.พุทธิพงษ์ กล่าวว่า เบื้องต้นในที่เกิดเหตุนั้นมีรถพุ่งชนกันรวม 6 คัน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเพียง 3 รายที่นั่งมาในรถตู้ ได้ถูกนำส่งไปยังโรงพยาบาลพุทธโสธรแล้ว โดยรถยนต์คันด้านหลังสุดนั้นได้ยอมรับผิดว่าเป็นฝ่ายขับรถเข้ามาพุ่งชนรถคันหน้าก่อน