ตั้งกรรมการสอบ ปมผู้บริหารสื่อคุกคามทางเพศนักข่าวสาว

หลังมีกระแสข่าวผู้บริหารองค์กรสื่อแห่งหนึ่งคุกคามทางเพศพนักงานในสังกัด ล่าสุดสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้มีมติตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้

นายมงคล บางประภา เลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ระบุว่า กระแสข่าวที่เกิดขึ้นนำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง และกระทบต่อปัญหาจริยธรรมและคุณธรรมอันเป็นพื้นฐานของวิชาชีพสื่อมวลชนโดยรวม และภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือขององค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน

สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยได้หารือเบื้องต้น และให้มีการตั้งคณะกรรมการแสวงหาข้อเท็จจริงจากผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหา เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานให้สมาคมนักข่าวพิจารณาดำเนินการต่อไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทาบทามกรรมการทั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก ผู้บริหารองค์กรสื่อ และสื่อมวลชนที่ไม่มีส่วนได้เสียกับคู่กรณี

ในกรณีที่เกี่ยวพันกับองค์กรที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของสมาคมนักข่าวฯ เพื่อให้เกิดความเป็นจริงและความเป็นธรรม ดังนั้นก่อนที่ข้อเท็จจริงจะปรากฎ ขอวิงวอนสื่อมวลชนระมัดระวังในการนำเสนอข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

สอดคล้องกับนางทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน บ้านกาญจนาภิเษก ในฐานะบุคคลดีเด่นด้านการคุ้มครองสิทธิและการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ประจำปี 2559 ระบุว่า หากองค์กรสื่อไม่ตรวจสอบเรื่องนี้ ย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือ

ขณะที่นักข่าวภาคสนามได้ร่วมกันลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องไปยังองค์กรวิชาชีพสื่อ เพื่อให้ตั้งกรรมการอิสระตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้เช่นกัน หลังมีกระแสข่าว ผู้บริหารองค์กรสื่อแห่งหนึ่งมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศลูกจ้างสาว โดยใช้ตำแหน่งหน้าที่บังคับขู่เข็ญ จนทำให้ลูกจ้างรายนั้นต้องลาออกจากองค์กร

เปิดนาที พระซิ่งรถหนีด่านตรวจ ก่อนถูกชนจนมรณภาพ

คลิปนาทีชีวิต ขณะพระสายซิ่งเลี้ยวรถกลางถนน ก่อนถูกชนจนเสียชีวิต 

ความคืบหน้าเหตุพระสงฆ์ขับรถเก๋งก่อนถูกกระบะชนจนทำให้พระรูปดังกล่าวมรณภาพคาซากรถ ที่ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดในโลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีชีวิตขณะเกิดอุบัติเหตุ

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพการจราจรบนถนนสายบุรีรัมย์-ขาเข้า อ.บ้านด่าน บริเวณบ้านตะโคง ที่เหมือนจะมีไม่มีอะไร แต่เมื่อรถวิ่งผ่านไปได้สักระยะก็มีรถเก๋งคันที่พระขับมา คล้ายจะกลับรถกะทันหัน ทำให้รถกระบะที่ติดกล้องหน้ารถเบรกไม่ทันและชนเข้าอย่างจัง จนนำไปสู่เหตุของการเสียชีวิต

ทั้งนี้จากหลักฐานภาพจากกล้องดังกล่าว ตรงกับคำให้การของนายประติเวช จันทร์หอม อายุ 55 ปี เป็นเจ้าหน้าที่การประปาส่วนภูมิภาค และคนขับรถกระบะพุ่งชนรถพระ ที่ให้การว่าขณะขับรถจะไปทำงานที่ อ.สตึก ได้มีรถเก๋งเลี้ยวกลับรถกะทันหัน คล้ายกับจะเลี้ยวรถกลับก่อนจะถึงด่านตำรวจ ที่กำลังนำกรวยมาวางเตรียมตั้งด่าน ทำให้เบรกไม่ทันพุ่งชนในที่สุด

ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านด่าน ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาคนขับรถกระบะ เพราะจะต้องดูภาพวีดีโอให้ละเอียด รวมถึงพยานบุคคลอื่นที่เห็นเหตุการณ์ ถึงสาเหตุที่พระเลี้ยวรถกะทันหัน เนื่องจากภาพที่ปรากฏยังก้ำกึ่งว่าพระเบรกรถเพราะจะชนท้ายรถคันหน้าที่เบรกกะทันหันเมื่อเห็นด่านตรวจก่อนหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

Huawei ยอดขายพุ่งอันดับ 2 ของโลก แซงหน้า Apple

บริษัทวิจัยชี้ Huawei ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือจากประเทศจีน สามารถผงาดขึ้นเป็นอันดับ 2 ของแบรนด์มือถือที่มียอดจำหน่ายตัวเครื่องสูงสุดในโลก

Counterpoint Research บริษัทวิจัยตลาดเผยว่า ยอดขายของ หัวเหว่ย (Huawei) ในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมแซงหน้าแอปเปิลขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลกได้แล้ว หลังจากที่ซีอีโอของหัวเหว่ยเคยกล่าวไว้เมื่อปีที่แล้วว่า จะขึ้นเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเบอร์ 2 แซงหน้าแอปเปิลให้ได้ภายใน 2 ปี

อย่างไรก็ตาม การขึ้นนำแอปเปิลในครั้งนี้ของหัวเว่ย Counterpoint เผยว่า ยังมีส่วนต่างที่น้อยมากๆ อีกทั้งในวันที่ 12 กันยายน ก็จะมีการเปิดตัวไอโฟนรุ่นล่าสุดของแอปเปิลเกิดขึ้นด้วย สำหรับสาเหตุของการขึ้นนำนั้น นักวิเคราะห์ต่างมองว่า เพราะช่วงไตรมาสที่สองของปีนั้น เป็นช่วงที่แอปเปิลมียอดขายต่ำสุด เนื่องจากแฟน ๆ ส่วนมากต่างเก็บเงินไว้รอซื้อไอโฟนตัวใหม่ที่จะเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนมากกว่า

กระนั้นสภาพตลาดในขณะนี้ก็ดูจะเป็นใจให้กับหัวเว่ยไม่น้อย เพราะทิศทางของแอปเปิลนั้น แม้จะมียอดขายที่สูงมาก แต่ก็มีอัตราการเติบโตที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ตรงกันข้ามกับหัวเว่ย เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หัวเว่ยมียอดขายเพิ่มสูงขึ้นมาโดยตลอด อีกทั้งบริษัทยังตั้งเป้าจะเป็นผู้ขายสมาร์ทโฟนในลำดับหนึ่งของโลกภายใน 4-5 ปี

โดยในขณะนี้ 3 อันดับผู้นำในตารางเป็นการแข่งขันกันระหว่างแบรนด์จากเกาหลีใต้ จีน และสหรัฐอเมริกา แต่นักวิเคราะห์จาก AndroidAuthority มองว่า จุดด้อยเพียงอย่างเดียวของหัวเว่ย คือ การขาดผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง โดยมองว่า Mate 10 ยังไม่แกร่งพอที่จะสู้กับคู่แข่งได้ ต่างจากแอปเปิลที่มีไอโฟน และซัมซุงที่มีสมาร์ทโฟนตระกูล S นั่นเอง

ปัญหาหลักของหัวเว่ยอีกประการหนึ่ง คือ ยังยึดโยงอยู่กับตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ยุโรป และละตินอเมริกา แต่ตลาดสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจ และควรเข้าไปสำหรับหัวเว่ยในตอนนี้ คือ อินเดีย และสหรัฐอเมริกา มากกว่า ซึ่งในจุดนี้ หัวเว่ยได้มีความพยายามออกมาแล้ว โดยประกาศว่าได้จับมือกับ AT&T ในการวางจำหน่าย Mate 10 ในสหรัฐอเมริกา และจะเริ่มอย่างเป็นทางการในต้นปีหน้า