ไฟไหม้บ้านพักคนเฝ้าบ่อเลี้ยงกุ้ง คลอกชายวัย 56 ดับ

เกิดไฟไหม้บ้านพักคนเฝ้าบ่อเลี้ยงกุ้งย่านปทุมธานี คลอกหนุ่มใหญ่วัย 56 ปี เสียชีวิต

ร.ต.อ.นิพนธ์ บุตรสง่า ร้อยเวรสอบสวนสภ.หนองเสือ ได้รับแจ้งเหตุไฟไหม้บ้านพักคนเฝ้าบ่อเลี้ยงกุ้ง และมีผู้ถูกไฟคลอกเสียชีวิต บริเวณ ม.3 ต.หนองสามวัง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์โรงพยาบาลหนองเสือ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู  ที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักอยู่ห่างจากถนนประมาณ 1.5 กิโลเมตร และมีบ่อเลี้ยงเป็นทางยาว พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 รายทราบชื่อคือ นายหลง โพธิ์เล็ก อายุ 56 ปี ถูกไฟคลอกเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านพักดังกล่าว โดยรอบๆ บ้านพบกองเลือดและขวดเหล้าแตกอยู่พร้อมทั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่อยู่ 1 เครื่อง

จากการสอบถามนายวิชัย (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นลูกเขยของผู้ตาย บอกว่าผู้ตายจะนอนเฝ้าบ่อเลี้ยงกุ้งอยู่ทุกวัน และนอนอยู่คนเดียว ซึ่งขณะเกิดเหตุตนเห็นมีไฟลุกมาจากบ้านที่พ่อตาพักอยู่ จึงได้รีบวิ่งมาดูก็พบว่าไฟได้กำลังลุกไหม้บ้านพักของพ่อ จึงได้ใช้น้ำฉีดเพื่อดับไฟ หลังจากไฟดับลงแล้วก็เห็นพ่อตานอนเสียชีวิตอยู่ในกองไฟดังกล่าว ตนจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุจึงได้นำตัวลูกเขยผู้ตายไปสอบสวนเพิ่มเติม ที่สภ.หนองเสือ อีกครั้ง ส่วนผู้เสียชีวิตได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งนิติเวช โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

เตรียมขอหมายจับเพิ่มอีกล็อตใหญ่ คดีรุมโทรมเด็กหญิงวัย 14 ปี

ตำรวจพังงานำตัวอีก 3 ผู้ต้องหาคดีรุมโทรมที่เหลือฝากขังหลังก่อนหน้านี้ฝากขังไปแล้ว 5 คน ขณะที่เตรียมขอหมายจับเพิ่มอีกล็อตใหญ่ ด้านทนายผู้เสียหายยันมีผู้ร่วมทำผิดมากกว่า 8 รายแน่นอน

พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรโคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่จะนำตัวผู้ต้องหาในคดีรุมโทรมเด็กวัย 14 ปี ที่บ้านเกาะแรด อ.ตะกั่วทุ่ง อีก 3 คน ในจำนวน 8 คนที่ถูกออกหมายจับ หลังก่อนหน้านี้ได้ฝากขังไปแล้ว 5 คน ไปฝากขังเพิ่มเติม ทำให้สรุปแล้วขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทุกคนที่ถูกออกหมายจับได้ครบแล้ว ส่วนการจะขอหมายจับเพิ่มเติมนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน โดยยังไม่ขอเปิดเผยจำนวน เพราะต้องดูพยานหลักฐานอย่างละเอียดว่า เชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับใครบ้าง

ด้าน นายฮานีฟ หยงสตาร์ เลขาธิการมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ และทนายความของเด็กหญิงพังงาที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ เผยว่า จากการสอบถามเด็กหญิงให้รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ต้องหาในคดีนี้ไปหมดแล้ว ซึ่งพบว่ามีผู้ร่วมกระทำความผิดมากกว่า 8 ราย ที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว ซึ่งขณะนี้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินการสืบสวนว่ามีบุคคลใดบ้างที่เข้าไปเกี่ยวข้อง

ส่วนจำนวนจะถึง 40 รายตามที่ถูกระบุตามข่าวก่อนหน้านั้นหรือไม่ ไม่สามารถบอกได้เพราะเป็นเรื่องของคดีความ และเป็นหน้าที่ของตำรวจโดยตรง และกรณีที่ศาลให้ประกันตัวผู้ต้องหาไปแล้ว 2 รายนั้น ทางมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติ มองว่าเป็นสิทธิในการต่อสู้คดี แต่ให้คำสั่งให้ประกันตัวนั้นระบุชัดเจน ห้ามไปยุ่งกับพยาน หรือกับผู้เสียหาย ซึ่งถ้าหากผู้ต้องหาที่ได้รับการประกันไปมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ทางทนายจะร้องขอให้ยกเลิกการประกันตัวทันที

อย่างไรก็ตามแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ จ.พังงา ระบุว่า วันนี้ (11 ก.ย. 60) จะมีการขอออกหมายจับเพิ่มอีกชุดหนึ่ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าป็นชุดเดียวกับ 17 ราย ที่เคยขอหมายจับต่อศาลไปแล้ว แต่ศาลอนุมัติแค่ 5 ราย จึงเหลืออีก 12 ราย ดังนั้นทางตำรวจจึงกลับไปหาหลักฐานเพิ่ม จากปากคำของผู้เสียหายให้การกับทีมสหวิชาชีพ รวมกับคำให้การของ 3 ผู้ต้องหารายเดิมที่นำมาสู่หลักฐานที่จะนำไปขอหมายจับจากศาลเพิ่มเติม ดังนั้นจึงคาดว่าทางตำรวจจะขอหมายจับอีกหลายราย อาจจะถึง 12 ราย แต่จะได้รับการอนุมัติเท่าไหร่ อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล

ป้ายบอกทาง ‘วัดหลวงพ่อสด’ โดนกระสุนปืนยิงพรุน เร่งหาตัวคนทำ

ป้ายบอกทางวัดดังอ่างทองโดนกระสุนปืนยิงจนพรุนหลายสิบนัด ทางหลวงชนบทเตรียมแจ้งความ

บริเวณทางหลวงชนบทหมายเลข 32 หมู่ 1 ตำบลโพสะ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พบป้ายทางหลวง ที่บอกเส้นขนาดกว้าง 50 เซ็นติเมตร ยาว 1.20 เมตร บอกเส้นทางเข้า วัดหลวงพ่อสด โดนกระสุนปืนไม่ทราบชนิดหลายสิบนัดยิงจนพรุนได้รับความเสียหาย สร้างความหวาดผวาแก่ผู้เดินทางที่ผ่านไปมาและพบเห็น คาดเป็นกระทำของพวกวัยรุ่นที่คึกคะนอง หรือพวกที่ข่มขู่ทางวัด

ด้าน นายชัยณรงค์ ไก่แก้วกาญ ผู้อำนวยการปฏิบัติการแขวงทางหลวงชนบทอ่างทอง เปิดเผย ว่า ป้ายที่ถูกกระสุนปืนจนพรุนนั้นเป็นป้ายของทางหลวงชนบท ที่บอกเส้นทางเข้าไปยังวัดหลวงพ่อสด ที่ติดตั้งคู่ไว้กับป้ายบอกเส้นทางออกสู่ถนนสายเอเชีย แต่ป้ายที่บอกเส้นทางวัดหลวงพ่อสดกับโดนกระสุนปืนไม่ทราบชนิดยิงพรุนเสียหาย

เบื้องต้นทางหลวงชนบทจะทำการเปลี่ยนป้ายใหม่มาติดไว้ที่เดิม และเตรียมเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง เพื่อหาตัวคนร้ายที่ทำให้ทรัพย์สินของทางราชการเสียหายมาลงโทษ คาดว่าสาเหตุที่ยิงป้ายบอกทางครั้งนี้เกิดจากความคึกคะนองของวัยรุ่นป่วนเมืองที่นำอาวุธปืนมายิงป้ายบอกทางเพื่อลองปืน และอีกสาเหตุอาจจะเป็นการข่มขู่ทางวัดเนื่องจากป้ายบอกทางออกสายเอเซียที่อยู่ติดกันไม่โดนคมกระสุนปืนสักนัด แต่อย่างไรก็ดี ทางหลวงชนบทจะเร่งดำเนินการนำป้ายบอกทางเข้าวัดเปลี่ยนป้ายให้เร็วที่สุด