เหนือ-ใต้ ตอนล่าง ฝนตกหนักบางแห่ง กทม. 40% ช่วงบ่าย-ค่ำ

กรมอุตุนิยมวิทยา เผย ภาคเหนือและภาคใต้ตอนล่างสุดติดกับประเทศมาเลเซียยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง – กทม.และปริมณฑลฝนร้อยละ 40 ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีแนวโน้มปริมาณฝนเท่าเดิม เว้นแต่ภาคเหนือ และภาคใต้ตอนล่างสุดที่ติดกับประเทศมาเลเซีย ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

สำหรับ กรุงเทพฯและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ชาวบ้ารเกาะแรด ยันเหตุรุมโทรมหญิง 30 ปีที่แล้ว ไม่เป็นความจริง

ชาวบ้านเกาะแรดยันข้อมูลข่าวเคยเกิดเหตุรุมโทรมหญิงเมื่อ 30 ปีก่อน ไม่เป็นความจริง

หลังจากเกิดเหตุการณ์คดีรุมโทรมเด็กหญิงอายุ 15 ปี ในหมู่บ้านเกาะแรด อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา จนเป็นเหตุให้ศาลออกหมายจับ 8 ผู้ต้องหาอยู่ในขณะนี้ ล่าสุดพี่สาวของพ่อเลี้ยงเด็กหญิงที่ถูกรุมโทรมออกมาให้ข้อมูลกับสื่อรายหนึ่งว่า เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ตนยังจำได้ คือมีการเลี้ยงฉลองงานแต่งงานคู่บ่าวสาวคู่หนึ่งตนเองก็ไปร่วมงาน ไปกับเพื่อนสาวอีกคนหนึ่ง แต่พ่อมาตามให้ตนกลับบ้านก่อนปล่อยให้เพื่อนอยู่ในงาน พอตอนเช้ามาทราบข่าวอีกทีว่าเพื่อนของตนนั้นถูกวัยรุ่นในหมู่บ้าน 5-6 คน รุมโทรมเมื่อคืน ซึ่งขณะที่ถูกรุมโทรมมีชาวบ้านไปพบพอดี ตนรู้สึกตกใจมาก แต่เหตุการณ์ครั้งนั้นได้ถูกปิดเป็นความลับ ไม่มีใครพูดถึงเนื่องจากเกรงว่าจะทำให้หมู่บ้านเสื่อมเสียชื่อเสียง

ด้าน นาย น. (นามสมมุติ) ชาวบ้านเกาะแรด ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนและชาวบ้านเกาะแรดรู้สึกตกใจมาก และขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งเหตุการณ์นั้นไม่ใช่เป็นการรุมโทรมแต่อย่างใด เนื่องจากว่า หญิงคนดังกล่าวชอบพอมีแฟนคบหาดูใจกัน และได้แอบมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งถึงขั้นได้เสียจนพ่อแม่ของฝ่ายหญิงทราบเรื่องจึงได้ไปแจ้งความไว้ที่โรงพัก แต่หลังจากนั้นก็ได้มีการตกลงกันระหว่างฝ่ายชายกับฝ่ายหญิงโดยฝ่ายชายยินดีตกลงรับผิดชอบจัดงานแต่งงานกันถูกต้องตามประเพณี ตนขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด อีกทั้งยังทำให้ชาวบ้านเกาะแรดเสียหายไปมากกว่าเดิมเข้าไปอีก

คืบระเบิดที่ภูทับเบิก เพิ่มปมชนวนขัดแย้งรื้อรีสอร์ท

คืบระเบิดที่ภูทับเบิกสันนิษฐานเป็นกระสุนปืนคอ 60 พบพิรุธสายไฟฟ้าและหลุมระเบิด เพิ่มปมสงสัยชนวนเหตุขัดแย้งรื้อรีสอร์ท

ความคืบหน้าเหตุคนขับรถโดยสารเหยียบระเบิดริมถนนปากทางเข้าภูทับเบิกเป็นเหตุให้เสียชีวิต และมีนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ ปรากฏว่า หลังทางเจ้าหน้าที่ทหารชุดเก็บกู้และเก็บวัตถุระเบิด (EOD) พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าทำการตรวจสอบบริเวณสถานที่เกิดเหตุพร้อมเก็บหลักฐาน

โดยมี พ.อ.ถนัดพล โกศัยเสวี รองผบ.พล.ม.1 เดินทางไปติดตามสถานการณ์เช่นกัน ปรากฏว่าทางเจ้าหน้าที่พบหลุมระเบิดอยู่ชิดเสาตั้งป้ายคัทเอ้าท์ส่อผิดปกติ และอยู่ใกล้จุดที่มีการตั้งศูนย์ปฎิบัติการส่วนหน้ารื้อถอนรีสอร์ทภูทับเบิก โดยจะมีการรวบรวมกำลังเจ้าหน้าที่ก่อนเข้าปฎิบัติการ ซึ่งเดิมเจ้าหน้าที่ชุดนี้มีกำหนดจะเข้ารื้อรีสอร์ทในสัปดาห์หน้า ทางเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบอย่างละเอียดกระทั่งพบสายไฟฟ้าขนาด 9 โวลต์ ถูกวางซุกพงหญ้าจึงทำการเก็บกู้และจากการตรวจสอบสะเก็ดระเบิด เบื้องต้นมีการสันนิษฐานว่าระเบิดดังกล่าน่าจะเป็นกระสุนปืนคอ 60

ต่อมานายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์, นายกฤษณ์ คงเมือง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ในฐานะประธานคณะทำงานฝ่ายรื้อถอนรีสอร์ทภูทับเบิก และนายสมลักษณ์ ยกน้อยวงษ์ นายอำเภอหล่มเก่า ได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อติดตามความก้าวหน้าเหตุการณ์ดังกล่าว จากนั้นได้ร่วมประชุมฟังรายงานสรุปผลเบื้องต้น โดยบรรยากาศประชุมเป็นไปด้วยความเคร่งเครียด เนื่องจากมีการตั้งปมสงสัยเหตุระเบิดครั้งนี้มีส่วนเชื่อมโยงกับปมขัดแย้งเรื่องการรื้อถอนรีสอร์ทบนภูทับเบิกอีกด้วย อย่างไรก็ตามหลังเสร็จสิ้นการประชุมนายพิบูลย์พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังไม่แถลงข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว