พี่สาว เผย สามีคนแรกของน้ำมนต์ทิ้งไปมีหญิงอื่น คาดเป็นแรงจูงให้ทำพฤติกรรมเช่นนี้

พี่สาว เผย น้ำมนต์ อยู่กินกับสามีคนแรกมีลูก 2 คน แต่สามีทิ้งไปมีหญิงอื่น คาดเกิดจากความคับแค้นใจที่เคยถูกผู้ชายหลอก

กรณีที่นางสาวจริยาภรณ์ บัวใหญ่ หรือน้ำมนต์ ให้การกับตำรวจถึงสาเหตุจูงใจที่หลอกผู้เสียหายที่เป็นชายให้แต่งงานด้วยว่าเกิดจากความคับแค้นใจที่เคยถูกผู้ชายหลอกมาก่อนนั้น ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้พบกับพี่สาวคนโตของน้ำมนต์ โดยเปิดเผยข้อมูลว่า น้ำมนต์ได้อยู่กินกับสามีคนแรกจนมีลูกด้วยกัน 2 คน แต่ฝ่ายชายหนีไปมีผู้หญิงคนใหม่ คาดว่าอาจเป็นแรงจูงให้ทำแบบนี้

พร้อมระบุว่า ตอนนี้เป็นห่วงพ่อกับแม่มาก เพราะหนีหายไปนานกว่า 8 วันแล้ว ทั้งที่อายุมากและเริ่มเจ็บป่วย โดยหลังมีข่าวนี้ออกมา ตนเองก็ออกไปขายของที่ตลาดนัดไม่ได้ ทำให้ขาดรายได้มาเลี้ยงดูครอบครัว จึงอยากให้เรื่องนี้จบลงเร็วๆ ทุกคนจะได้กลับมาใช้ชีวิตตามปก

ขณะที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ได้นำตัวมาสอบสวน ได้นำตัว นางสาว จริยาภรณ์ หรือน้ำมนต์ หรือ พร บัวใหญ่ มาฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 529/2560 โดยพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว

ด้านนางสาว จริยาภรณ์ หรือน้ำมนต์ หรือพร บัวใหญ่ ได้ให้สัมภาษณ์นักข่าวขณะขึ้นรถผู้ต้องขังมาศาลจังหวัดธัญบุรีว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ไปว่ากันที่ศาล และพ่อกับแม่ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการที่ตนเองถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตังครั้งนี้ เป็นการติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามด้วยตัวเอง และผู้เสียหายก็ไม่ได้เยอะมาก 30-40 คน และอยากให้พ่อกับแม่ตนติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์

ตำรวจจ่อส่งตัว ชายเปลือยขับจักรยานยต์ขึ้นทางด่วน ให้หมอตรวจ

ตำรวจเตรียมส่ง ชายเปลือย ขับจักรยานยต์ขึ้นทางด่วน ให้แพทย์ตรวจความผิดปกติทางสมอง ชี้ ยังไม่มีการแจ้งข้อหา เนื่องจากต้องพิสูจน์ทราบตัวบุคคลก่อน

พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผู้กำกับการ สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทางด่วน 1 สามารถควบคุมตัวชายขี่รถจักรยานยนต์เปลือยกายข้าม 3 จังหวัด มาจากอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี ก่อนจะถูกจับกุมตัวได้บนทางด่วนช่วงทางราบบ่อนไก่ในกรุงเทพฯ จนทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่น เมื่อวานนี้ว่า ล่าสุดชายคนดังกล่าวก็ยังไม่ยอมให้การใดๆ กับเจ้าหน้าที่ ทำให้ยังไม่สามารถติดต่อหาญาติของชายคนดังกล่าวได้

พนักงานสอบสวนสน.ลุมพินี จึงส่งตัวไปให้โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาตรวจสอบว่า ชายเปลือยคนนี้มีอาการผิดปกติทางจิต หรือมีสาเหตุมาจากอย่างอื่นจึงมาขับรถเปลือยกายในลักษณะนี้ เบื้องต้นแพทย์จะตรวจสอบความผิดปกติทางสมอง สารเสพติด และสารประกอบยาประเภทต่างๆภายในร่างกาย เพื่อหาสาเหตุก่อนจากทำการรักษา เพื่อให้ได้กลับสู่ภาวะปกติให้มากที่สุด และจะมีการตรวจสอบประวัติข้อมูลคนไข้ที่มีอาการทางจิตตามโรงพยาบาลต่างๆ อีกทางหนึ่งเพื่อหาข้อมูลของญาติและคนใกล้ชิดมารับตัวไปดูแล

นอกจากนี้ ได้มีการตรวจสอบเลขตัวถังของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวก็พบว่า เจ้าของรถก็ไม่รู้จักกับชายเปลือยรายนี้ด้วย ซึ่งจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถแจ้งข้อหาใดๆกับชายคนดังกล่าวได้ จึงขอประชาสัมพันธ์ไปถึงญาติหรือคนรู้จักกับชายคนดังกล่าวขอให้ติดต่อกลับมาที่สน.ลุมพินี หรือ สน.ทางด่วน 1 โดยเร็วที่สุด

บุกรวบเพิ่ม 3 ผู้ต้องหาคดีรุมโทรมเด็กอายุ 14 ปี

ผบก.ภ.จว.พังงา พร้อมกำลังตำรวจในพื้นที่ เข้ารวบตัว 3 ผู้ต้องหาเพิ่มในคดีรุมโทรมเด็กอายุ 14 ปี

พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผบก.ภ.จว.พังงา นำกำลัง กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดพังงา และกำลังตำรวจในพื้นที่ เข้ารวบตัว 3 คน คือ นายวรชิต (อีฉา) นายบุญพจน์ (อาหลี) ได้ภายในหมู่บ้านเกาะแรด ส่วนนายชาติชาย (เล็ก) เข้าจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดพังงาได้ที่ บ้านในไร่ ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาชุดแรกที่ข่มขืนเด็กวัย 15 ปี ที่ได้รับการประกันตัวไปก่อนหน้านี้

จากนั้นได้พาตัวทั้ง 3 คน เข้าสอบสวนและตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด ที่ สภ.โคกกลอย ผลการตรวจเบื้องต้นพบว่า นายชาติชาย และนายบุญพจน์ มีปัสสาวะสีม่วง โดยผู้ต้องหา 3 คน ได้ให้การปฏิเสธ ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย ที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ พาขึ้นรถตู้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดพังงา

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาทั้งหมดในการกระทำผิดฐาน ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาตน ร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ร่วมกันพรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี เพื่อการอนาจาร และเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น พาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี

เพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย หรือวิธีข่มขืนใจด้วยประการใดๆ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การกระทำการใดๆ ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจ ใช้กำลังประทุษร้ายโดยผู้อื่นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นอื่น และร่วมกันบุกรุกในเคหะสถานในเวลากลางคืน โดยกำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย พร้อมนำส่งทั้งหมดเข้าดำเนินคดีตามขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป