รพ.สัตว์อีกแห่งแฉ นศ.แพทย์ นำสุนัขปอมมาฝากชม.เดียวตาย ก่อนเรียกเงินประกัน

รพ.สัตว์อีกแห่งแฉ หนุ่ม นศ.แพทย์ วางยาสุนัขตาย นำสุนัขพันธุ์ปอมมาฝากชั่วโมงเดียวตาย ก่อนเรียกเงินประกัน 40,000 บาท

โรงพยาบาลสัตว์บ้านหมอต้น ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เป็นโรงพยาบาลสัตว์อีกแห่งที่เจอเหตุการณ์หนุ่มนักศึกษาแพทย์รายหนึ่ง ได้ว่าจ้างบริษัทรถขนส่งสัตว์เลี้ยง เพื่อมาส่งสุนัขพันธุ์ปอมมาที่โรงพยาบาลสัตว์เซ็นเตอร์เพ็ท ตั้งอยู่บริเวณริมถนนสาย 304 ต.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา

แต่ปรากฏว่าสุนัขได้ตายก่อนที่จะถึงมือหมอ จึงทำให้หนุ่มนักศึกษาแพทย์ พยายามเรียกร้องเอาเงินค่าประกันกับบริษัทรถขนส่งสัตว์เลี้ยง ก่อนที่ทางคนขับรถจะขอให้ทางโรงพยาบาลสัตว์ทำการผ่าพิสูจน์ซากสุนัข และพบว่าในกระเพาะสุนัขมียาอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันกับหลายแห่ง

จากการสอบถาม นางเครือวรรณ รักษาทรัพย์ เจ้าของโรงพยาบาลสัตว์บ้านหมอต้น ได้รับการเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีเหตุการเกิดขึ้นในลักษณะดังกล่าว และการเรียกร้องค่าประกันกับบริษัทรถขนส่งสัตว์เลี้ยง เป็นจำนวนเงินถึง 40,000 บาท แต่เนื่องจากว่าบริษัทรถขนส่งสัตว์เลี้ยงไม่รับผิดชอบ เพราะได้ส่งสุนัขถึงโรงพยาบาลสัตว์แล้ว ลูกค้าจึงหันมาเรียกร้องให้โรงพยาบาลกับบริษัทรถขนส่งสัตว์เลี้ยงจ่ายให้คนละครึ่ง

แต่ทางโรงพยาบาลสัตว์ก็ยืนยันว่า ไม่รับผิดชอบ เพราะเป็นแค่การมาฝากไว้ให้ดูแล ยังไม่ได้ทำอะไรกับสุนัขเลย เมื่อตกลงกันไม่ได้ลูกค้าจึงมีอาการโกรธและตัวสั่นมาก ก่อนที่จะพากันออกจากโรงพยาบาลสัตว์ไป และมาทราบเรื่องอีกทีว่าลูกค้ารายนี้ไปก่อเหตุกับโรงพยาบาลสัตว์อีกแห่ง

ตำรวจคุมแม่และลูกสะใภฝากขัง หลังทำร้ายเพื่อนบ้านดับ ปมเหตุต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยเตาอั้งโล่

ตำรวจคุมแม่และลูกสะใภ้ ร่วมทำร้ายเพื่อนบ้านเสียชีวิตฝากขังศาลมีนบุรี ขณะพ่อและลูกชายยังเจ็บสาหัสรอแจ้งข้อหาหากอาการดีขึ้น

จากกรณีข่าวเพื่อนบ้านทะเลาะวิวาทกันโดยใช้มีดไล่ฟันกัน ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในซอยคู้บอน 28 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ถูกอาวุธมีดแทง และพบผู้บาดเจ็บอีก 3 ราย เป็นชาย 2 ราย หญิง 1 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลนพรัตน์เรียบร้อยแล้ว

จากการบอกเล่าของผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ทั้งคู่เป็นเพื่อนบ้านกัน มักมีเรื่องทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้ทะเลาะวิวาทกัน กู้ภัยก็เพิ่งไปทำแผลให้ และผู้ที่เสียชีวิตได้มีการเข้าไปแจ้งความไว้กับ สน.คันนายาว จึงทำให้เรื่องบานปลาย จนเกิดเหตุใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายกันถึงขั้นเสียชีวิต

ล่าสุดวันนี้ ( 9 ก.ย.60) พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผู้กำกับกา รสน. คันนายาว เปิดเผยว่าวันนี้พนักงานสอบสวนควบคุมตัวแม่และลูกสะใภ้ ที่ร่วมกันก่อเหตุ รุมทำร้ายเพื่อนบ้านจนเสียชีวิต จากกรณีไม่พอใจที่น้องชายของผู้เสียชีวิต ต้มบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปด้วยเตาอั้งโล่ จนควันเข้าไปรบกวนบ้านของผู้ต้องหา ไปฝากขังที่ศาลมีนบุรี โดยท้ายคำร้องไม่ได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี และตำรวจได้เก็บวัตถุพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุได้มากพอสมควร จึงไม่น่าจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานได้

ส่วนพ่อและลูกชาย ขณะนี้ยังรักษาอาการบาดเจ็บสาหัส จากการถูกอาวุธมีดแทงอยู่ที่โรงพยาบาล รพ.นพรัตน์ราชธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้าไว้ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีอาการดีขึ้น ตำรวจก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเป็นลำดับต่อไป

สำหรับทางด้านคดี พ.ต.อ.สิงห์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บวัตถุพยานหลักฐาน ในที่เกิดเหตุได้มากพอสมควรพร้อมสอบพยานที่เห็นเหตุการณ์ คือบุคคลเสื้อสีขาวที่ปรากฏในภาพวงจรปิดไปแล้ว 1 ปาก และพยานแวดล้อมญาติพี่น้อง 3 ปาก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรบาดแผล รวมถึงหลักฐานที่กองพิสูจน์หลักฐานที่เข้ามาตรวจสอบ เพื่อมาประกอบสำนวนคดี

คลิกชมคลิปเหตุการณ์ >>> ต้มมาม่าหน้าบ้าน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดกิจกรรมรับน้องขึ้นดอย มีผู้เข้าร่วมกว่า 30,000 คน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมสืบสานประเพณีนำนักศึกษาใหม่ เดินขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ ประจำปี 2560

นายปวิณ ชำนิประศาสตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีร่วมกับคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมสืบสานประเพณีนำนักศึกษาใหม่ เดินขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ ประจำปี 2560 โดยจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในปี พ.ศ.2507 เป็นต้นมา

สำหรับประเพณีรับน้องขึ้นดอยในปีนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 30,000 คน รวมทั้งนักศึกษาปัจจุบัน ในชั้นปีต่างๆ นักศึกษาเก่าที่สำเร็จการศึกษาไปแล้ว คณาจารย์ และเจ้าหน้าที่ ในจำนวนนี้เป็นนักศึกษาใหม่ชั้นปีที่ 1 ร่วม 8,000 คน ร่วมกันเดินขึ้นไปนมัสการพระบรมธาตุดอยสุเทพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ และศูนย์รวมจิตใจของชาวล้านนา ซึ่งอยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยประมาณ 12 กิโลเมตร เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกทั้งยังเป็นการแสดงถึงความสามัคคี ความพร้อมเพรียงในหมู่คณะเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีให้กับหมู่นักศึกษาด้วย โดยสโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่

โดยได้ประสานทางตำรวจมาดูแลด้านการจราจร และรักษาความปลอดภัย และประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลทั้งภาครัฐ เอกชน ได้จัดจุดสวัสดิการและจุดพยาบาลจำนวน 13 จุด ไว้คอยดูแลความเรียบร้อย และความปลอดภัยของน้องใหม่อย่างใกล้ชิด รวมถึงการรณรงค์รับน้องปลอดเหล้า และกิจกรรมดังกล่าวอาจเกิดการจราจรติดขัด จึงขอความกรุณา ผู้สัญจรโปรดหลีกเลี่ยงเส้นทางจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไปยังวัดพระบรมธาตุดอยสุเทพ ตั้งแต่เวลา 05.00-18.00 น.