เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ลงพื้นที่ทำความเข้าใจ กรณีสาวออกเงินจ้างคนตัดไม้พะยูง เพราะจะล้มทับบ้านชาวบ้านและไม่รู้ว่าคือต้นอะไร
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยการนำของ พ.ต.อ.จิระวุฒิ ตัณฑศรี ผกก.หัวหน้าสถานี พร้อมเจ้าหน้าที่ป่าไม้ หน่วยป้องกันรักษาป่า ที่ ชบ.1 (บ่อทอง) กรมป่าไม้ เข้ากับกุม น.ส.ชลดา อายุ 44 ปี อยู่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และคนงานตัดไม้อีก 4 คน ในข้อหาร่วมกันตัดไม้พะยูง ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 แก้ไขโดยประกาศ คสช.ฉบัยที่ 106/2557 ลงวันที่ 21 ก.ค. 2557 ภายหลังจาก น.ส.ชลดา ว่าจ้างคนงานมาตัดต้นพะยูงในบ้านของตัวเอง ซึ่งเบื้องต้นเจ้าตัวให้การอ้างว่า สาเหตุที่ตัดเนื่องจากต้นไม้จะล้มไปทับสายไฟฟ้าและบ้านชาวบ้านที่อยู่ติดกัน และไม่รู้ว่าเป็นไม้พะยูง ตามที่รายงานไปแล้วนั้น
ความคืบหน้า นายเกียรติศักดิ์ ปรีดา ผอ.ส่วนป้องกันสำนักจัดการป่าไม้และทรัพยากร ที่ 9 ชลบุรี เดินทางไปหา น.ส.ชลดา ที่บ้านพัก เพื่อพูดคุยชี้แจงทำความเข้าใจ ก่อนที่ นายเกียรติศักดิ์ จะเปิดเผยว่า แนวทางปฏิบัติของชาวบ้านเกี่ยวกับการตัดไม้ต้องห้ามในพื้นที่บ้านตัวเอง จะต้องเขียนคำร้องขอตัดไม้มายื่นต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานป่าไม้ ในพื้นที่รับผิดชอบ หากไม่ได้ไปขอและทำการตัดไม้โดยพละการ ถือว่าผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะกรณีใดๆ
ในเวลาต่อมา น.ส.ชลดา ที่ถูกจับข้อหาตัดต้นไม้ในบ้านของตัวเอง ได้นำภาพถ่ายต้นพะยูงก่อนที่จะถูกตัด ก่อนที่จะระบุว่า ต้นพะยูงอยู่ติดชิดจนเบียดกำแพง และมีกิ่งก้านไปพาดกับสายไฟฟ้า ส่วนอีกต้นกิ่งพาดข้ามไปยังบ้านเรือนของเพื่อนบ้าน และเคยหักตกลงไปในเขตพื้นที่ของเพื่อนบ้านมาแล้ว และระบุว่า ไม่ทราบจริงๆ ว่าต้นไม้ที่ตัดเป็นต้นพะยูง คิดว่าเป็นต้นประดู่ลาย
พ.ต.อ.จิระวุฒิ เผยว่า แนะนำให้ น.ส.ชลดา นำหลักฐานทั้งเอกสารและภาพถ่ายก่อนที่จะตัดต้นพะยูง มาเสนอต่อพนักงานสอบสวน เพื่อประกอบสำนวนส่งให้ศาลพิจารณาว่า การกระทำในครั้งนี้เป็นเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และมีความเดือดร้อนจากต้นไม้ที่ตัดจริงหรือไม่ และขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้กลั่นแกล้งประชาชนแต่อย่างใด
