สมาพันธ์ชาวพุทธ ประณามเกม Fight of Gods มีเนื้อหาไม่เหมาะสม

สมาพันธ์ชาวพุทธฯออกแถลงการณ์ประณามเว็บจำหน่าย ผู้ผลิต เกม Fight of Gods เหตุมีเนื้อหาหมิ่นศาสนาหนัก หวั่นนำไปสู่ความแตกแยก

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (7 ก.ย. 60) สมาพันธ์เครือข่ายชาวพุทธแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ประณามผู้สร้างและผู้จัดจำหน่ายเกม Fight of Gods เนื่องจากมีเนื้อหาไม่เหมาะสม นำศาสดาของแต่ละศาสนา รวมถึงเหล่าทวยเทพมาต่อสู้กัน โดยมีใจความว่า เนื่องจากสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย ได้รับข้อมูลของเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ได้ลงโฆษณาจัดจำหน่ายเกม Fight of Gods ซึ่งพัฒนาโดย Digital Crafter จากประเทศจีน และได้มีการนำมาโฆษณาจัดจำหน่ายในประเทศไทย

ในเกมดังกล่าว มีการนำเอาพระพุทธเจ้า พระเยซู เทพโอดิน เทพีเอเธน่า เทพีอามาเทราสุ โมเสส เทพีซิฟ เทพเจ้ากวนอู อานูบิส เทพซุส มาเป็นตัวละครต่อสู้กัน ศาสนาทุกศาสนาล้วนให้ความเคารพสักการะศาสดา และพระเจ้าของตนเองอย่างสูงสุด การนำเอาพระศาสดา มาทำเป็นเกมเพื่อหาผลประโยชน์เช่นนี้ นับได้ว่าเป็นความเลวร้าย ความเห็นแก่ตัวของผู้ผลิตรวมถึงผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย

ในปัจจุบัน มีกฎหมายที่ปกป้องคุ้มครองศาสนา คือ กฏหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 67 และกฏหมายอาญามาตรา 206 โดยเฉพาะกฏหมายอาญามาตรา 206 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ แก่วัตถุ หรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนา ของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยาม ศาสนานั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

เบื้องต้นขอให้เว็บไซต์ยกเลิกการจัดจำหน่าย และหยุดโฆษณา พร้อมออกประกาศขอโทษศาสนาต่างๆที่ได้นำเอาศาสนามาแสวงหาประโยชน์ สำหรับประเทศไทย หากยังไม่หยุดการจัดจำหน่าย รวมถึงการโฆษณา ทางสมาพันธ์ชาวพุทธฯ จะพิจารณาร่วมกับองค์กรชาวพุทธอื่นๆ รวมถึงองค์กรศาสนาคริสต์ เพื่อใช้กฏหมายดำเนินการเอาผิดต่อไป ในส่วนของผู้ผลิตนั้น สมาพันธ์ชาวพุทธฯ จะพิจารณาดำเนินการยื่นหนังสือผ่านสถานทูตหรือให้องค์กรพุทธอื่นๆ ในประเทศจีนดำเนินการประท้วงต่อไป

ขณะที่โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) นายประดับ โพธิกาญจนวัตร ได้เปิดเผยว่า ทาง พศ.ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว และขณะนี้กำลังประสานข้อมูลดังกล่าวไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อดำเนินการไม่ให้มีการนำมาวางขายและเผยแพร่ในไทยแล้ว

ผอ.ชี้แจงผ่านรายการข่าวดัง ปมดราม่าประกาศจ้างครูผู้ช่วย 2,500 บาท/เดือน

ผอ.รร. เปิดใจถึงสาเหตุ ประกาศจ้างครูผู้ช่วย ให้เงินเดือน 2,500 ชี้มีเงินเท่านี้แต่อยากแก้ปัญหาช่วยให้เด็กอ่านออก เขียนได้

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพใบประกาศรับสมัครลูกจ้างชั่วคราวตำแหน่ง ครูผู้สอน วุฒิปริญญาตรี ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นครราชสีมา เนื่องจากมีการให้ค่าตอบแทนที่น่าตกใจ โดยให้อัตราเงินเดือนเพียง 2,500 บาท (สองพันห้าร้อยบาท) จนทำให้มีคนต่างสงสัยว่าประกาศดังกล่าวเป็นเรื่องจริง หรือแค่เรื่องเท็จที่มีคนนำมาโพสต์เล่นๆ นั้น

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (8 ก.ย. 60) นายทิวากร มีระหันนอก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านโคกสะอาด (ประชาราษฎร์รังสรรค์) ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ออกประกาศรับสมัครครูผู้ช่วยดังกล่าว ได้ออกมาเปิดใจผ่านรายการข่าว เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง เนื่องจากโรงเรียนขาดแคลนครูผู้สอนที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาไทยเป็นการเฉพาะ จึงต้องการรับครูที่จบเอกภาษาไทยเพื่อมาแก้ปัญหาดังกล่าว

ส่วนการที่ให้ค่าตอบแทนเพียงเดือนละ 2,500 บาทนั้น เป็นเพราะเห็นว่าเป็นการว่าจ้างในระยะสั้น อีกทั้งเงินที่จ่ายเป็นค่าตอบแทนไม่ใช่เงินจากทางราชการ แต่เป็นเงินที่ได้รับบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธา เช่น ชาวบ้านในพื้นที่ ที่เมื่อมีงานบุญต่างๆ ก็จะบริจาคให้โรงเรียนไว้ใช้ ซึ่งโรงเรียนก็มีกำลังเพียงเท่านี้ ก็จ้างได้เพียงเท่านี้

ส่วนจะมีคนมาสมัครหรือไม่เป็นสิทธิของผู้ที่สนใจ หากไม่มีผู้มาสมัคร ครูที่มีอยู่ก็ต้องช่วยกันสอนต่อไป และเมื่อถามว่าลูกจ้างชั่วคราวกลุ่มนี้มีสิทธิได้รับสวัสดิการใดๆ หรือไม่ นายทิวากรตอบว่าไม่มี สวัสดิการก็คงเป็นการช่วยเหลือกันเองภายในโรงเรียนเท่านั้น

รวบ ‘ธนบดี’ เสี่ยเต็นท์รถมือ 2 เค้นสอบเครียด 2 ชม. เจ้าตัวยืนยันบริสุทธิ์

ตำรวจกองปราบฯ รวบ “ธนบดี” เสี่ยเต็นท์รถมือ 2 เค้นสอบเครียด 2 ชั่วโมง เจ้าตัวยืนยันบริสุทธิ์

วันนี้ ( 8 ก.ย. 60 ) ที่ กองบังคับการปราบปราม ตำรวจกองบังคับปราบปราม ควบคุมตัวนายธนบดี จิตตา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ ในข้อหาฉ้อโกง หลอกขายทะเบียนรถและรถยนต์มือสองที่มีผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ก่อนหน้านี้ มาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม หลังถูกจับกุมตัวได้ในพื้นที่ จังหวัดปทุมธานี เมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ โดยพนักงานสอบสวนใช้เวลาในการสอบปากคำไปนานกว่า 2 ชั่วโมง

ก่อนเจ้าหน้าที่จะควบคุมตัวนายธนบดี ไปคุมขัง เพื่อรอตำรวจ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ มาอายัดตัวไปดำเนินคดี ซึ่งนายธนบดี ได้เปิดเผยขณะเดินไปยังห้องขังกองปราบปราม ว่า ยังยืนยันในความบริสุทธิ์ของตนเองและมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณที่พักในวันเกิดเหตุที่มีการใช้อาวุธปืนข่มขู่ชัดเจน

ขณะที่ มารดา ของ นายกันตพิชย์ งามเอก หรือ มาร์ค ผู้เสียหาย ที่เดินทางมาดูการสอบสวน ระบุว่า ดีใจที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ และยอมรับด้วยว่า ลูกชายของตนเองก็มีส่วนผิดที่กระทำผิดขั้นตอนไป แต่ลูกชายก็เข้าสู่กระบวนการของกฎหมายทุกขั้นตอนไม่เคยหลบหนี พร้อมยืนยันเคยเห็นคลิปวิดีโอที่นายธนบดี กล่าวอ้างแล้วแต่ไม่ปรากฏข้อมูลดังกล่าว

ทั้งนี้ นายรณรงค์ แก้วเพชร ทนายความ กล่าวว่า หากคดีมีไม่มีพยานหลักฐานคงไม่นำไปสู่การออกหมายจับ และหากนายธนบดี ยอมชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้เสียหายก็คงจะไม่ถูกจับกุม