แฉนักศึกษาแพทย์ วางยาสุนัขตาย หวังเงินประกัน จากการขนส่งสัตว์

ชาวเน็ตแห่แชร์ เรื่องราวแฉนักศึกษาแพทย์ วางยาสุนัขตาย หวังเงินประกัน หลังขนส่งสัตว์ พบทำมาแล้วหลายครั้ง

วันนี้(8 ก.ย.) โลกออนไลน์มีการแชร์เรื่องราวจากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก “Jakkarin Riangngoen” ซึ่งเป็นสัตวแพทย์แห่งหนึ่ง ที่ได้รับซากสุนัขมาตรวจ โดยตายระหว่างการขนส่ง แต่เนื่องจากมีการทำประกันและเรียกร้องค่าเสียหาย จึงต้องมีการผ่าซากตรวจ และพบว่า นักศึกษาแพทย์ เจ้าของสุนัข ได้วางยาสุนัข โดนให้ยาความดันคน จนสุนัขช็อกตาย

ซึ่งระบุว่า เจ้าของสุนัขพยายามให้สัตวแพทย์ เขียนใบชันสูตร เพื่อระบุว่า ตายโดยไร้สาเหตุ ภายหลังพบว่า เจ้าของสุนัขได้เรียกร้องเงิน 5 หมื่นบาทจากโรงพยาบาลที่ตรวจสัตว์เลี้ยงก่อนเดินทาง และเรียกเงิน 5 หมื่นบาท จากบริษัทประกัน ทั้งนี้ ยังพบว่ามีความพยายามปลอมแปลงเอกสารใบชันสูตรซาก และภายหลังมีการเปิดเผยว่า มีการกระทำดังกล่าวมาหลายครั้งอีกด้วย

โดยเรื่องราวทั้งหมด มีดังนี้

หนุ่มร้อง! ถูกรุมเตะต่อย-มีดแทงชายโครง แต่ตำรวจไม่แจ้งข้อหาพยายามฆ่า

หนุ่มร้อง! ถูกรุมเตะต่อย-มีดแทงชายโครง แต่ตำรวจไม่แจ้งข้อหาพยายามฆ่า ผ่านมา 1 เดือน คดียังไม่คืบหน้า

วันนี้(8 ก.ย.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากเฟซบุ๊กเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ซึ่งโพสต์เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทหน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยระบุว่า ชายเจ้าของคลิป ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ รวม 3 คน เข้ามารุมทำร้าย ทั้งเตะต่อย และใช้มีดแทงเข้าที่ชายโครง เหตุมาจากชายทั้ง 3 คน มีเรื่องกับพนักงานในร้าน แล้วตนขี่รถเข้ามาจอดพอดี ทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุเข้าใจว่า ตนเป็นพวกเดียวกับคนที่มีปัญหากันอยู่ แม้จะพยายามปฏิเสธว่าตนไม่เกี่ยวข้อง แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ฟัง

ทั้งนี้ เรื่องเกิดตั้งแต่คืนวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ผ่านมาร่วมเดือน ผู้ก่อเหตุยังลอยนวล ส่วนผู้ที่ถูกทำร้ายต้องตกงาน นอกจากนี้ ตำรวจยังแจ้งข้อหาผู้ก่อเหตุแค่ทำร้ายร่างกาย ทำให้บาดเจ็บสาหัส ทั้งที่ ผู้โพสต์มองว่า น่าจะเป็นข้อหาพยายามฆ่ามากกว่า

เหตุเกิดวันที่ 12 สิงหาคม เวลาประมาณ 1 ทุ่ม เศษๆ ผมได้ขับรถเข้ามาในบริเวรที่จอดรถของร้านพิซซ่า ได้มีชายหนึ่งคนรูปร่างอ้วน ซึ่งเป็นพี่ชายของเด็กที่ทำร้านพิซซ่าด้วยกัน เดินเข้ามาถาม ผมว่า “ไอ้นี่ด้วยรึป่าว” ได้มีการกระชากคอเสื้อของผม ซึ่งผมก็ได้ตอบไปว่า “ผมไม่เกี่ยว ผมไม่ยุ่ง” แล้วก็ได้มีคนมาห้ามเขาออกไป แต่ให้ช่วงที่ห้ามนั้นชายอ้วนที่เข้ามากระชากคอเสื้อผมตอนแรกได้หลุดตรงมาที่ผมอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้ได้เข้ามาดึงผมออกไปด้านหน้าที่จอดรถ แล้วก็ชกมาที่ผมก่อน 1 ครั้ง ผมก็ได้ป้องกันตัว แต่เพื่อนที่มากับเขาอีก 1 คนก็ได้เข้ามารุมทำร้ายผม แล้วได้มีอีก 1 คน(รวมทั้งหมดมีผู้ก่อเหตุทั้งหมด 3 คน) ได้ใช้มีดแทงเข้าด้านหลังตรงซี่โครงด้านซ้าย(ตามคลิป) หลังจากที่โดนแทงผมได้ล้มลง ก็โดนไอ้อ้วนเตะเข้าที่หน้าอีก 1 ที (ตามคลิป) ทำให้จมูกหัก จากนั้น เพื่อนก็ได้พาไป รพ. ตำรวจ

ปล. ตำรวจได้แจ้งข้อหา กับทางผู้ก่อเหตุว่า “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนบาดเจ็บสาหัสทั้งทางร่างกายและจิตใจ” ผมอยากจะสอบถามว่าคดีแบบนี้เราสามารถแจ้งเป็นพยายามฆ่าได้รึป่าว เพราะเขามีอาวุธ มากัน 3 คน ส่วนผมคนเดียว คดีผ่านมาเกือบๆ เดือนแล้ว ผู้ก่อเหตุยังเอ้อละเหย ส่วนผมตกงาน ครับ

ภาพจาก แหม่มโพธิ์ดำ

รวบ! จนท.ศูนย์สงเคราะห์-เจ้าอาวาส หลอกขายยาเสพติด

ป.ป.ส.สนธิกำลังร่วมหลายหน่วยงาน จับกุม จนท.ประจำสงเคราะห์วัดเขาเพิ่มศรีสว่าง และเจ้าอาวาสวัด ใน จ.นครนายก หลอกขายยาแผนโบราณมีสารเสพติดให้ปชช.

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เปิดเผย กรณีได้รับเรื่องร้องเรียนทางสายด่วน 1386 ว่ามีการเปิดศูนย์สงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติดที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.นครนายก และมีการจัดจำหน่ายยาแผนโบราณสูตรต่างๆ ซึ่งมีส่วนผสมของยาเสพติดให้กับประชาชน ว่าได้สั่งให้นายสิทธิศักดิ์ วัจนะรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด ทำการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริง สืบสวนหาข่าวในพื้นที่ โดยพบว่ามีการเปิดศูนย์สงเคราะห์และพื้นฟูผู้ติดสารเสพติดภายในวัดจริง จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปขอรับการบำบัดฟื้นฟู โดยเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าโครงการ 500 บาท

ต่อมาจึงทราบว่านายสุวรรณโชติ หรือ แดง อิ่มสมัย เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ดังกล่าว เป็นผู้ผลิตยาถอนพิษยาเสพติดและยาแผนโบราณ และนำมาจำหน่ายขวดล่ะ 100 บาท โดยมีนายสุวรรณ วงศ์ศรีชา หรือ พระครูโอภาสธรรมโชติ เจ้าอาวาสวัดเป็นผู้จำหน่าย เจ้าหน้าที่จึงได้ติดต่อขอซื้อตัวอย่างยาจำนวน 6 ขวด ในราคา 600 บาท ก่อนส่งตรวจพิสูจน์พบว่าผลการตรวจตัวยาแผนโบราณ (สูตร1) มีสารเสพติดประเภทแอมเฟตามีนและกาเฟอีนผสมอยู่

เมื่อวันที่ 4 กรกฏาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงได้ซื้อยาชนิดเดิมอีก 5 ขวด เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ยืนยันผลอีกครั้งซึ่งพบว่ามีแอมเฟตามีนและกาเฟอีนผสมอยู่เหมือนเดิม เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ นายสุวรรณโชติ และ นายสุวรรณ หรือ พระครูโอภาสธรรมโชติ ในข้อหาร่วมกันมีสารเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และล่าสุดสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และตำรวจภูธร จ.นครนายก นำกำลังเข้าตรวจค้นพร้อมเข้าจับกุมนายสุรรณโชติ อายุ 43 ปี และนายสุวรรณ หรือพระครูโอภาสธรรมโชติ เจ้าอาวาสวัด อายุ 61 ปี พร้อมยึดของกลางในการผลิตยาแผนโบราณ

นายศิรินทร์ยา กล่าวว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินการตามข้อเรียกร้องของประชาชน ลดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในรูปแบบของการมอมเมาประชาชน โดยใช้ศูนย์สงเคราะห์และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดและวัดเป็นสถานที่จำหน่ายยาเสพติด

ที่มา… INN