เพจดังเผยภาพ อบต. จัดทริปเพิ่มวิสัยทัศน์ โดยการดำน้ำดูปะการัง

โลกออนไลน์วิจารณ์ยับ หลังเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้านเผย อบต. จัดทริปเพิ่มวิสัยทัศน์ เกาะมุก ถ้ำมรกต อ่าวนาง สระมรกต

วันนี้ (8 ก.ย.60) กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากแฟนเพจชื่อดังอย่าง ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน โพสต์ภาพพร้อมข้อความ เกี่ยวกับการใช้งบประมาณในการจัดทริปการศึกษาดูงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และวิสัยทัศน์ของผู้บริหารกับพนักงาน ของอบต.ห้วยบง อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

ทางแฟนเพจระบุรายละเอียดไว้ว่า …

อบต.ห้วยบง อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา จัดสองทริปซ้อนล่องใต้ห้วงเวลาห่างกันหนึ่งสัปดาห์ ทริปแรกเป็นรายการศึกษาดูงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและวิสัยทัศน์ของผู้บริหารกับพนักงาน ลงใต้ไปตรัง กระบี่ ระหว่าง 19-23 มีนาคม 2559

กิจกรรมเพิ่มวิสัยทัศน์นี้เริ่มจาก 19 มี.ค. ออกจากโคราชระหว่างทางแวะไหว้พระวัดสะแกงาม แถวบางขุนเทียน 20 มี.ค. เข้าดูงานผลิตภัณฑ์สมุนไพรบ้านวังอินทร์และสวนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านหนำควาย ในเขต ต.นาท่ามเหนือ อ.เมืองตรัง ตกบ่ายล่องเรือไปเกาะมุก ดำน้ำดูปะการังถ้ำมรกต ตกเย็นรับลมชมวิว ดูพระอาทิตย์ตกโพล้เพล้แถวหาดปากเมง

21 มี.ค. สิบโมงเช้าเข้าดูงาน อบต.ช่อง อ.นาโยง ต่อด้วยเขาพับผ้าแหล่งเที่ยวขึ้นชื่ออีกแห่งของเมืองตรังรอยต่อกับพัทลุง เช้า 22 มี.ค. เพิ่มวิสัยทัศน์ที่สระมรกต อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ตามด้วยอ่าวนางที่เที่ยวทางทะเลชื่อดังของกระบี่ก่อนกลับโคราช

อาทิตย์ถัดมาจัดอีกทริป รอบนี้เป็นการฝึกอบรมกลุ่มอาชีพแม่บ้าน ลงไปไม่ไกลแค่เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระหว่าง 31 มีนาคม- 2 เมษายน 2559 วันแรกเป็นวันเดินทาง กิจกรรมแรกออกศึกษาดูงานที่ถ้ำเขาหลวงอันโด่งดังของเมืองเพชร ชมหินงอกหินย้อย ช่วงบ่ายไปต่ออุทยานราชภักดิ์ที่หัวหิน แล้วกลับมาหาดชะอำ 2 เม.ย. ช่วงเช้าชิลหาดชะอำ ตกสายเข้าเยี่ยมชมโครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ บ่ายเย็นแวะตลาดน้ำอัมพวา แล้วกลับโคราช

เพิ่งเคยเห็น! เผยวิธีทำแป้งสาคู สู่ขนมหวานพื้นบ้าน

จากลำต้นจนกลายมาเป็นแป้งสาคู สู่ขนมสาคูขนมหวานพื้นบ้านของพัทลุง ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ

สำหรับต้นสาคูสามารถเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ บริเวณลำคลองต่างๆ มีทั่วไปในภาคใต้ ที่ผ่านมาชาวบ้านจะนำใบสาคูมาเย็บจากเพื่อมุงหลังคา มีชาวบ้านบางรายที่ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ในการนำต้นสาคูมาสกัดเป็นแป้ง เพื่อทำขนมสาคูกวน นับเป็นขนมพื้นบ้านที่หากินยาก เนื่องจากกรรมวิธีการทำมีความยุ่งยาก นอกจากนั้นต้นสาคูจะถูกทำลายจากภาครัฐและเอกชน โดยการขุดลอกคูคลองเพื่อระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วม จึงทำให้ต้นสาคูถูกทำลายไปจากระบบนิเวศน์ จนมีจำนวนลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง

ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าขนมหวาน สาคูต้น ได้รับความนิยมกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นขนมที่ทำมาจากวัตถุดิบธรรมชาติที่ได้มาจากต้นสาคู ซึ่งไม่มีการปรุงแต่งสี รสชาติ และสารกันบูด โดยการนำแป้งที่ได้มาจากต้นสาคู มากวนในน้ำเดือดผสมน้ำตาลทราย นำมาราดกะทิสด มีความเหนียวๆเค็มๆ หวานๆ มีความอร่อยในตัวของแป้งสาคู จนมีการพัฒนามาเป็นสาคูเม็ด ออกจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน จนผลิตไม่ทันกับความต้องการของลูกค้า

นางพวงเพ็ญ หนูขาว อายุ 38 ปี ชักชวนญาติ ๆ และสมาชิกในครอบครัว ใช้พื้นที่ข้างบ้านเลขที่ 83 หมู่ที่ 12 ต.ชัยบุรี อ.เมือง จ.พัทลุง เป็นโรงงานขนาดย่อมผลิตเมล็ดจากแป้งสาคูต้นจำหน่ายสร้างอาชีพและรายได้ให้กับสมาชิกในครอบครัว ไม่ต้องไปหางานทำนอกบ้าน

นางพวงเพ็ญ เล่าว่า  ตนเติบโตมากับครอบครัวที่ทำแป้งจากต้นสาคูจำหน่ายให้กับแม่ค้าขายขนมหวาน จนมีการพัฒนาจากแป้งมาเป็นสาคูเม็ด จากการที่ได้ช่วยเหลือแม่ ทำให้ตนมีความรู้และความชำนาญ เมื่อแต่งงานแยกครอบครัวออกมาอาศัยในพื้นที่ ต.ชัยบุรี อ.เมือง จึงมีแนวคิดในการขยายอาชีพให้กับครอบครัว

โดยมีแรงจูงใจมาจากการที่สินค้าดังกล่าวเป็นที่ต้องการของตลาดสูงเพราะหากินได้ยาก จึงได้ชักชวนญาติๆ ทางฝ่ายสามี ระดมแรงงานในการผลิตเม็ดสาคูต้น โดยการใช้ต้นสาคูที่มีอายุระหว่าง 10 – 15 ปี นำมาเลาะเปลือกออกเหลือแต่เนื้อของลำต้น ไปบดให้ละเอียดพร้อมกับใส่น้ำสะอาดลงไปปั่นประมาณ 3 นาที

แยกกากออกจากกันนำน้ำที่ได้กักไว้ในถังทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จะได้แป้งที่ตกตะกอนอยู่ก้นถัง เอาแป้งดังกล่าวห่อผ้าขาวทับทิ้งไว้ 1 คืน นำแป้งมาขยี้ให้ให้ผงนำไปใส่เครื่องร่อน จนได้เม็ดสาคู จากนั้นนำไปตากแดดร้อนจัดประมาณ 6 ชั่วโมง บรรจุลงถุงพร้อมจำหน่ายถุงละ 1 กิโลกรัม ในราคา 100บาท สามารถเก็บได้นานเป็นปี โดยไม่ต้องใส่ตู้เย็น

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันต้นสาคูมีจำนวนจำกัด ในบ้างครั้งต้องหาซื้อในราคาต้นละ 500 – 600 บาท สำหรับต้นสาคูที่ถูกตัดมาสกัดแป้งนั้น ไม่เป็นการทำลายป่าสาคู เนื่องจากต้นสาคูที่มีอายุมากกว่า 10 ปี หลังจากออกลูกก็จะยืนต้นตายไปเอง

คลิปคนขับรถไร้น้ำใจ ซิ่งฝ่าวงกู้ภัย ระหว่างเข้าช่วยผู้ประสบเหตุ

แชร์ว่อนเน็ต คลิปคนขับรถหัวร้อน ซิ่งฝ่าวงกู้ภัยระหว่างเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ 

เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก ก้อย โคโลราโด รถชิ่งหลังถนน ได้มีการโพสต์คลิปนาทีระทึก ขณะคนขับรถยนต์คันหนึ่ง ขับฝ่ากลุ่มกู้ภัยที่กำลังเข้าช่วยปฐมพยาบาลคนเจ็บอยู่กลางถนน

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพของกลุ่มเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่ง กำลังช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บออกจากที่เกิดเหตุเพื่อนำส่งโรงพยาบาล พร้อมกับเคลียร์เส้นทางหลังเกิดอุบัติเหตุ ด้วยการยืนให้สัญญาณโบกรถอยู่ แต่ระหว่างนั้นได้มีรถยนต์คันหนึ่ง ขับแทรกมาด้วยความเร็วก่อนจะขับฝ่ากลุ่มเจ้าหน้าที่ออกไปโดยไม่สนใจว่าเหตุข้างหน้านั้นเขากำลังทำอะไรกันอยู่

ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า  ‘ไม่รู้ว่าคุณจะรีบไปไหน ถ้าเกิดเหตุซำ้ซ้อนขึ้นมาคุณจะรับผิดชอบยังไง ถ้าคุณมีกิจเร่งด่วนจริงๆ แค่คุณแจ้งเจ้าหน้าที่เขาก็ให้คุณไป แค่เจ้าหน้าที่เขาขอความร่วมมือเปิดทางให้รถกู้ชีพนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลแค่นี้เอง

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของผู้ขับรถคันดังกล่าวที่รีบออกตัวไปแบบนั้น เพราะอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนอย่างเช่นผู้โพสต์ได้แสดงความเห็นไว้ได้