รวบแล้ว! จอมโจรร้อยชื่อ ย่องเบางัดหอพักหาทุนเปิดร้านส้มตำ

รวบจอมโจร 100 ชื่อ ใช้ไขควงอันเดียวตระเวนงัดแงะหอพัก หาทุนเปิดร้านส้มตำ พบประวัติก่อเหตุโชกโชน หมายจับเพียบ

นี่เป็นคลิปภาพที่นายอนุกร หรือ เอ็ม หรือใหญ่ สิงห์แก้ว อายุ 33 ปี   ชาว อ.เมือง จ.พิษณุโลก ผู้ต้องหา “ลักทรัพย์ ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยเข้าช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยใช้ยานพาหนะฯ” ที่ถูกชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ จับกุมได้สาธิตวิธีการงัดแงะเข้าไปภายในหอพัก โดยใช้ไขควงเพียงอันเดียว  งัดซี่กรงหลังห้องแล้วเข้าไปลักทรัพย์

ทั้งนี้ชุดสืบสวนฯ ได้ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ภายในม่านรูดแฮปปี้โอที ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน เมื่อเช้าวานนี้ ( 6 กันยายน)  จากนั้นได้ขยายผลตรวจค้นภายในห้องเช่าของผู้ต้องหา ตั้งอยู่เลขที่ 278/1 หมู่5 ต.แม่แรง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน พบของกลางจำนวนมาก

ล่าสุดเช้าวันนี้ ( 7 กันยายน ) เจ้าหน้าที่ได้นำของกลาง ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ สีดำ ชมพู ขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน , รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาว ทะเบียน 1 กท-8955 เชียงใหม่ , เสื้อผ้าของผู้ถูกจับที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ ทรัพย์สินจำพวกเครื่องประดับ เหรียญพระ เหรียญกษาปณ์ , โทรศัพท์มือถือ มาแถลงข่าวผลการจับกุม โดยมี พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่  แถลงข่าวผลการจับกมด้วยตัวเอง

จากการสอบสวนทราบว่า นายอนุกร รับสารภาพว่า เคยติดคุยในคดียาเสพติดนานกว่า 4 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ จากนั้นได้ตระเวนสมัครงานเป็นยามแต่ไม่มีใครรับเพราะมีประวัติติดคุกมาก่อน จึงตัดสินใจตระเวนลักทรัพย์ตามหอพัก โดยใช้ไขควงเพียงอันเดียวงัดลูกกรงเหล็กหลักห้อง ซึ่งเป็นวิธีที่คิดขึ้นเอง ส่วนเงินที่ได้เตรียมไปเป็นทุนในการเปิดร้านส้มตำที่ อ.ป่างซาง จ.ลำพูน ที่ผ่านมาก่อเหตุมาแล้วนับ 10 ครั้ง แต่ได้เงินเพียง 4 พันบาทเท่านั้น ยังไม่พอลงทุน เพราะทรัพย์สินบางอย่างขายได้เงินไม่กี่บาท เช่น ทีวี เคยขายได้เครื่องละ 60 บาทก็มี จึงต้องออกตระเวนก่อเหตุต่อเนื่องอยู่

ด้าน พล.ต.ต.สรายุทธ ระบุว่า ผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุมาอย่างโชกโชกในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ โดยจะเลือกก่อเหตุตามหอพัก ซึ่งผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับของสถานีตำรวจท้องที่ต่างๆไม่ต่ำกกว่า 10 หมาย

กลุ่มวัยรุ่นชาย โชว์เกรียน!! นำข้าวสวยเต็มหม้อไปกินในร้าน KFC

โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ กลุ่มวัยรุ่นชายโชว์เกรียน หอบข้าวสวยเต็มหม้อ ไปกินในร้าน KFC 

เป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในขณะนี้ หลังจากมีผู้นำคลิปวิดิโอวัยรุ่นชายกลุ่มหนึ่ง นำข้าวสวยเต็มหม้อเข้าไปกินใน KFC ร้านขายไก่ทอดชื่อดัง วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวได้มีการสั่งไก่ของทางร้านมารับประทานจำนวนมาก แต่สิ่งที่ผู้คนมองว่าไม่เหมาะสมคือ การนำข้าวมารับประทานในร้าน เนื่องจาก KFC เองก็มีการขายข้าว

ชาวเน็ตบางท่านแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในคลิป ซื้อสินค้าทางร้านแล้วนำกลับไปกินกับข้าวที่บ้าน อย่างไรก็ตาม มีผู้คนอีกจำนวนหนึ่งมองว่าเรื่องนี้มันอาจจะไม่ผิดก็จริง แต่ผู้กระทำควรคำนึงถึงกาลเทศะ

อากาศแปรปรวนกระทบ มัมมี่ 7,000 ปี ในชิลี

กลุ่มนักวิจัยในชิลี กำลังร้องขอให้องค์การยูเนสโก้ ประกาศให้ “มัมมี่ ชินคอร์โร่” มีสถานะเป็นมรดกโลก เพื่อป้องกันไม่ให้มัมมี่ได้รับผลกระทบจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ

บรรดานักวิจัยชาวชิลี กำลังมองหาหนทางที่จะปกป้องซากมัมมี่ “ชินคอร์โร่” ที่ถูกค้นพบในพื้นที่ทางตอนเหนือของชิลี และถือเป็นมัมมี่ที่อายุเก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

มัมมี่ “ชินคอร์โร่” จำนวนเกือบ 300 ร่าง ที่ถูกค้นพบจากพื้นที่แนวชายฝั่งใกล้พรมแดนเปรู ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ คาดว่าน่าจะมีอายุตั้งแต่เมื่อ 1 พัน 500 ถึง 5 พันปีก่อนคริสตกาล

ทั้งนี้ “ชินคอร์โร่” คือกลุ่มชนชาติสมัยโบราณที่ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายด้วยการล่าสัตว์และเก็บของป่า และมีความเชี่ยวชาญในการทำมัมมี่ด้วยวิธีการที่ซับซ้อน

“แซร์คิโอ้ เมดิน่า” นักมานุษยวิทยาจากมหาวิทยาลัยทาราปาก้า กำลังหาหนทางที่จะทำให้องค์การยูเนสโก้ ขึ้นทะเบียนมัมมี่ชินคอร์โร่ ให้มีสถานะเป็นมรดกโลก และกำลังรวบรวมหลักฐานที่บ่งบอกถึงความสำคัญของวัฒนธรรมเก่าแก่นี้

เหล่านักวิจัยต้องการให้พิพิธภัณฑ์ “ซาน มิเกล เด อาซาปา” ขยับขยายพื้นที่ให้กว้างขึ้นอีก 30 เปอร์เซนต์ เพื่อใช้ในการเก็บรักษาหลักฐานทางโบราณคดี ภายใต้มาตรฐานทั้งระดับชาติและระดับนานาชาติ

นักวิจัยอ้างว่า “มัมมี่” จำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ในสถานที่ที่มีอุณหภูมิและความชื้นในระดับที่พอดี เพื่อป้องกันไม่ให้เน่าเปื่อย แต่ในช่วง 10 ปีหลังมานี้ ระดับความชื้นในอากาศได้เพิ่มขึ้น ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า มัมมี่ชินคอร์โร่กำลังได้รับผลกระทบจากเชื้อแบคทีเรีย ที่กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเพราะความชื้นในอากาศ