ตำรวจขอสื่อ-ประชาชน เห็นใจเด็กหญิง 14 ถูกข่มขืน ยันเป็นธรรมทุกฝ่าย

ผู้การพังงา ขอสื่อ – ปชช.เห็นใจเด็ก 14 ปี ถูกข่มขืน ขู่หากใครทำผิดมีหลักฐานสาวถึงแน่ ยันเป็นธรรมทุกฝ่าย

วันนี้(7 ก.ย.) ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา พล.ต.ต.บุญทวี โตรักษา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงา กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีข่มขืนเด็ก ที่เกิดขึ้นในจังหวัดพังงา ว่า อำนาจการสอบสวนเป็นอำนาจของกลุ่มสหวิชาชีพ พนักงานสอบสวนเป็นเพียงผู้เข้าร่วมทำการสอบสวนเท่านั้น ซึ่งความคืบหน้าต่าง ๆ จึงเป็นหน้าที่ที่กลุ่มสหวิชาชีพรับผิดชอบ โดยส่วนหนึ่ง เรื่องนี้ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใด ขอให้สื่อมวลชน ประชาชน ที่ติดตามเห็นใจ สงสาร เด็ก

นอกจากนี้ ยังระบุว่า หากใครทำผิดกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่ก็มีหลักฐาน ที่จะสาวไปถึงตัวทั้งหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่พร้อมจะให้ความเป็นธรรมตามที่กฎหมายและหลักฐานปรากฏ โดยการจะออกหมายจับใคร เจ้าหน้าที่จะต้องมีหลักฐาน ขอไปยังศาลจึงจะสามารถออกหมายจับได้ ซึ่งหากใครมีหลักฐานหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีก็สามารถติดต่อให้ข้อมูลมาโดยตรง ซึ่งทางตำรวจจะรวบรวมเป็นหลักฐาน โดยเรื่องนี้มีกฎหมายบังคับวิธีพิจารณาความอยู่แล้ว ดังนั้นขอให้ทุกฝ่ายสบายใจ หากไม่ได้กระทำผิดก็ไม่ต้องกังวล

วิกฤต! ลองกองนราธิวาส ไร้ผลผลิตออกจำหน่ายในรอบ 40 ปี

เจ้าของสวน ลองกอง ใน อ.ระแงะ จ.นราธิวาส โอด วิกฤตในรอบ 40 ปี ไร้ผลผลิตออกจำหน่าย เหตุฝนตกต่อเนื่อง

นางลัดดาวัลย์ จันทิตย์ เกษตร อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 121/1 ม.3 ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ ซึ่งมีนายผิน วงษ์น้อย อายุ 70 ปี เป็นเจ้าของบ้านพัก โดยได้เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรและแปลงเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บนเนื้อที่ 10 ไร่

นายผิน เล่าว่า ตนเองได้ยึดอาชีพทำสวนผลไม้มาเป็นเวลา 40 ปีแล้ว โดยลองกองซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อในนาม ลองกองตันหยงมัส เป็นหนึ่งในผลไม้ที่ตนเองได้เกิดแนวคิดในการที่จะต่อยอดไปสู่ผู้ที่สนใจจะศึกษาเรียนรู้การเพิ่มผลผลิตไปยังพื้นที่อื่นๆ เป็นการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาปรับใช้

แต่จากสภาพอากาศซึ่งในปีนี้ฝนได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่องโดยไม่ทิ้งช่วง ทำให้เกิดผลกระทบต่อต้นลองกองเป็นอย่างมาก ลองกองออกผลน้อยมากเพียงแค่ 1% ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนผลผลิตลองกองออกจำหน่ายตามท้องตลาด ในปีที่ผ่านมาลองกองที่นราธิวาสออกสู่ตลาด จำนวน 2,570 ตัน ส่วนปีนี้เพียง 37 ตัน

ส่วนของตนเองนั้น ปีที่แล้วจำนวน 3 ตัน ซึ่งปัญหาเรื่องของธรรมชาติแก้ไขไม่ได้ เพราะเมื่อฝนไม่ทิ้งช่วงทำให้ไม่มีเวลาให้ลองกองแทงช่อดอก ซึ่งถือเป็นวิกฤตในรอบ 40 ปี ลองกองที่ออกผลมามีเพียงได้แค่พอกินในครอบครัวเท่านั้น และในพื้นที่อื่นๆ ก็มีสภาพไม่แตกต่างกัน

ถึงแม้จะหาหนทางในการแก้ปัญหาด้วยการถางหญ้าใส่ปุ๋ยเร่งดอกก็ไม่เป็นผล ทำให้ขาดรายได้ไปประมาณแสนกว่าบาทสำหรับพื้นที่ถือครองทางการเกษตรของ อ.ระแงะ ทั้งหมดรวม 199,788 ไร่ โดยเป็นพื้นที่ทำสวนลองกองจำนวน 11,583 ไร่และมีเกษตรกรลองกองจำนวน 8,000 ราย

นายกรัฐมนตรี-ฮุนเซน ย้ำ! ร่วมมือการค้า เชื่อมโยงคมนาคมรถไฟถึงพนมเปญ

นายกรัฐมนตรี – ฮุนเซน ร่วมแถลงข่าวย้ำความมุ่งมั่นร่วมมือด้านการค้า แก้ปัญหาแรงงาน ค้ามนุษย์ เชื่อมโยงคมนาคม รถไฟถึงพนมเปญ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย สมเด็จอัครมหาเสนาบดี เดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ร่วมแถลงข่าวผลการประชุมร่วมนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการ หรือ JCR ครั้งที่ 3 โดย นายฮุนเซน กล่าวว่า ผลลัพธ์ของการหารือในครั้งนี้เป็นเหมือนเข็มทิศชี้ทางเดินร่วมกันของไทยและกัมพูชา โดยทางด้านเศรษฐกิจ ได้เน้นเรื่องการเชื่อมโยงเส้นทางถึงกันทั้งสองประเทศ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ

ส่วนการเพิ่มมูลค่าการค้าการลงทุน ฝ่ายไทยตกลงที่จะรับซื้อสินค้าเกษตรกรรมมากขึ้น ขณะกัมพูชานำเข้าสินค้าไทยมากเป็น 5 เท่าส่วนเรื่องการเชื่อมโยงระหว่างประเทศ ทั้งสองฝ่ายตกลงเปิดด่านถาวร 4 แห่ง เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก และกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้มากขึ้น ขณะเดียวกันได้ หยิบยกปัญหายาเสพติดกับการค้ามนุษย์ มาหารือด้วย โดยอยากให้คนงานของกัมพูชาเข้ามาทำงานในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ถูกหลอกให้เข้ามาทำงานแบบผิดกฎหมาย

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอบคุณการต้อนรับด้วยมิตรไมตรีและอบอุ่น โดยการหารือร่วมกันวันนี้สิ่งที่อยากจะย้ำให้ตรงกับประเด็นที่นายฮุนเซนได้กล่าวไปคือ การรับซื้อสินค้าทางการเกษตร ไทยยินดีที่จะช่วยเหลือดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องพิจารณาการปรับปรุงพัฒนา คุณภาพสินค้าการเกษตร เพื่อเป็นการค้าขายร่วมกัน และส่งออกไปค้าขายต่างประเทศอีกด้วย โดยเป้าหมายทางการค้า ที่ตั้งเป้าไว้ร่วมกันที่ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2563

ส่วนการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ และแรงงานประมง จะร่วมมือกันมากยิ่งขึ้นในทุกประเด็น ขณะที่ความเชื่อมโยงด้านคมนาคม ทั้งสองประเทศตกลงกันว่า จะหาหนทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ให้รถไฟเชื่อมต่อไปถึงกรุงพนมเปญให้ได้โดยเร็ว และถือเป็นเส้นทางสายรถไฟสายประวัติศาสตร์ ที่เชื่อมโยงกับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเส้นแรก

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ขอขอบคุณในความร่วมมือ ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นตั้งใจ เดินไปข้างหน้า ต้องเติบโตไปข้างหน้า ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อยู่บนประโยชน์ที่ยั่งยืน บนพื้นฐานเชื่อมั่นไว้วางใจซึ่งกันและกัน ไม่มีความหวาดระแวง เพื่อประชาชนทั้ง 2 ประเทศ