กรมการค้าภายในเข้ม!! ห้ามขึ้นราคาอาหารจานเดียว หลังก๊าซแอลพีจีปรับราคา

กรมการค้าภายในสั่งเข้มดูแล ราคาก๊าซหุงต้มห้ามขายเกินราคาแนะนำ ชี้ถัง 15 โลขึ้นแค่ 10 บาท ห้ามอ้างขึ้นราคาอาหารจานเดียว เหตุทุนเพิ่มแค่จานละ 3 สตางค์

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (6 ก.ย. 60)  นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่ กบง. ได้มีมติปรับเพิ่มราคาขายปลีก LPG อีก 0.67 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 21.15 บาทต่อกิโลกรัม หรือ 10 บาท ต่อถังขนาด 15 กิโลกรัมนั้นว่า (อ่านข่าว : มีผลวันนี้! มติ กบง. ปรับราคาก๊าซหุงต้มอีก 10 บาท) การปรับขึ้นครึ้งนี้แม้จะกระทบในเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แต่ก็คงไม่มากนัก ขณะเดียวกันจากการวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในพบว่า การปรับขึ้นค่าก๊าซ ส่งผลต่อต้นทุนอาหารปรุงสำเร็จเพิ่มขึ้นจาน/ชามละ 3 สตางค์เท่านั้น

ดังนั้นผู้ประกอบการอาหารปรุงสำเร็จ จึงไม่มีเหตุผลที่จะปรับราคาอาหารปรุงสำเร็จเพิ่มสูงขึ้น รวมไปถึงได้แจ้งไปยัร้านค้าปลีกจำหน่ายก๊าซหุงต้ม อย่าคิดขึ้นราคาสูงกว่าราคาแนะนำเด็ดขาด เพราะอย่างนั้นถือว่ากระทำผิดกฎหมาย มาตรา 29 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับมีโทษ

โจรใจเด็ด! บุกเดี่ยวปล้นธนาคารธนชาตบางโคล่ ชิงเงิน 2 แสน

เกิดเหตุคนร้ายบุกเดี่ยวปล้นธนาคารธนชาต สาขาบางโคล่ ชิงเงิน 2 แสนบาทหลบหนี เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ

วันนี้(7 ก.ย.) เกิดเหตุคนร้ายเป็นชาย 1 ราย สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ กางเกงสีดำ รูปร่างผอม สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด บุกปล้นธนาคารธนชาต สาขาบางโคล่ ถนนพระราม 3 โดยคนร้ายได้ใช้ปืนขู่ให้พนักงานธนาคารส่งเงินในลิ้นชักให้ ก่อนได้เงินไปประมาณ 2 แสนบาท หลังก่อเหตุ ได้เดินเท้าหลบหนีออกจากธนาคารไป

ล่าสุด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบพื้นที่ โดยกั้นไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปภายใน โดยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเตรียมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ในธนาคารและบริเวณด้านหน้า เพื่อสืบหาเส้นทางหลบหนีของคนร้าย ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ควายเผือกนำโชค เจ้าของเผย หลังไถ่ควายจากโรงเชือดทำครอบครัวสุขสบายขึ้น

ชายอายุ 66 ปี ไถ่ชีวิตควายเผือกจากโรงฆ่าสัตว์ เผย หลังได้ควายมาเลี้ยง หน้าที่การงาน – ครอบครัวสุขสบายขึ้น

วันที่ 7 กันยายน 2560 ที่บ้านของนายกะหนี ซาชา อายุ 66 ปีเลขที่ 45 หมู่ที่ 7 ต.บางเป้า อ.กันตัง จ.ตรัง มีเพื่อนบ้านมาขอดูเจ้าเผือกเพชร ควายเผือกอายุประมาณ 3 ปี 7 เดือน มีรูปร่างสูงใหญ่ สีขาวอมชมพูตลอดทั้งตัว น้ำหนักกว่า 700 กิโลกรัม ซึ่งนายกะหนีหรือบังหนี ไปพบเข้าขณะที่เจ้าของเดิมกำลังนำเจ้าเผือกเพชรเข้าโรงฆ่าสัตว์ในอำเภอย่านตาขาว จ.ตรัง

โดยเห็นว่ารูปร่างสีสันแปลกตาและรู้สึกถูกชะตากับควายตัวนี้ จึงตัดสินใจไถ่ชีวิตมาในราคา 40,000 บาท น้ำหนักตอนนั้นประมาณ 300 กิโลกรัม และนำมาเลี้ยงไว้เมื่อ 7 เดือนที่แล้ว ตอนนี้น้ำหนักเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว โดยตั้งชื่อว่าเจ้าเผือกเพชร

ซึ่งหลังจากได้ควายตัวนี้มาแล้ว หน้าที่การงาน เงินทองและโชคลาภต่าง ๆ ก็ไหลมาเทมา ครอบครัวสุขสบายขึ้น ส่วนหนึ่งเชื่อว่าจากอานิสงส์ของการไถ่ชีวิตเจ้าเผือกเพชรเอาไว้ ซึ่งเจ้าเผือกเพชรเองก็กินอิ่มนอนหลับและอ้วนพี แถมยังเลี้ยงง่าย ชอบให้เกาบริเวณท้อง ก้นและอัณฑะ ซึ่งจะยกหางขึ้นทุกครั้งที่ถูกเกา และยังหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ซึ่งมีคนมาติดต่อขอซื้อแล้วในราคา 70,000 บาท โดยจะเอาไปเป็นพ่อพันธุ์ แต่เจ้าของไม่ขายเนื่องจากมีความรักและความผูกพันกันมากขึ้น จนกระทั่งรู้ว่าเจ้าเผือกเพชรมีน้องชายอีกตัวที่มีลักษณะเป็นควายเผือก เกิดคลอกที่ 2 อายุประมาณ 1 ปีครึ่ง จึงไปซื้อมาเลี้ยงไว้เมื่อ 20 กว่าวันที่ผ่านมา ในราคาตัวละ 35,000 บาท

และจากความผูกพันกับเจ้าเผือกเพชร บังหนีจึงคิดจะเลี้ยงควายอย่างจริงจัง และซื้อมาเพิ่มอีกหลายตัว ซึ่งในอนาคตอาจชักชวนลูกหลานให้หวนกลับมาทำนาโดยใช้ควายอีกครั้ง หลังจากเลิกราไปนานกว่า 20 ปี เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้เห็นคุณค่าของควายไทยและต้องการอนุรักษ์ไว้ เพื่อไม่ให้ควายไทยสูญพันธุ์ไปจากท้องทุ่งนา โดยยังคงเก็บคันไถและอุปกรณ์เกี่ยวกับการไถนาไว้เป็นอย่างดี

นายกะหนี ซาชา เจ้าของควายเผือก อ.กันตัง จ.ตรัง กล่าวว่า ปกติตนก็มีอาชีพเลี้ยงและเชือดวัวเชือดแพะขาย แต่พอเห็นเจ้าเผือกเพชรก็ถูกใจจึงไถ่ชีวิตมาในลักษณะผอมโซน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม โดยนำมาเลี้ยงแบบธรรมชาติ ซึ่งรู้สึกได้ว่าทำมาหากินคล่องขึ้นจึงไปซื้อน้อง ๆ ของมันมาอีก 3 ตัว เป็นควายเผือก 1 ตัว ซึ่งเจ้าเผือกเพชรชอบให้คลุกคลีให้เล่นและเกาให้ นิสัยไม่ดุร้ายและคุ้นกับคนได้ง่ายมาก