ข้าวแกงตรัง ยังไม่เพิ่มค่าอาหาร หลังมีการปรับราคาก๊าซหุงต้ม

ร้านข้าวแกง ในจังหวัดตรัง ยังไม่เพิ่มค่าอาหาร หลังมีการปรับราคาก๊าซหุงต้ม

วานนี้(6 ก.ย. 60) นางสมใจ ยิ่งขจร แม่ค้าขายข้าวแกง บริเวณอนุสาวรีย์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง บอกว่าการปรับราคาของก๊าซหุงต้มเพิ่มขึ้นอีก 10 บาทถังนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งตนเองนั้นทำอาหารวันละ 30 อย่าง โดยจะเป็นแกง และของทอด จำหน่ายในราคาข้าวแกงจานละ 30 บาท กับข้าวสองอย่าง ส่วนแกงถุงอยู่ที่ 30-50 บาท ต่อถุง มากว่า 4 ปีแล้ว ที่ทำข้าวแกงจำหน่าย ยังไม่มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด ยังคงขายในราคานี้มาจนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการปรับราคาก๊าซหุงต้มขึ้นอีก 10 บาทต่อถัง เมื่อก่อนถังละ 365 บาท ขนาดถัง 15 กิโลกรัม เมื่อปรับขึ้นจะเป็น 375 บาทต่อถัง ในแต่ละวันจะใช้ก๊าซหุงต้มวันละ 2 ถัง ในการทำข้าวแกง จำหน่ายให้กับประชาชนผู้บริโภค ถึงแม้ว่าก๊าซหุงต้มจะมีการปรับราคาขึ้น แต่ทางร้านข้าวแกงยังไม่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด อาจจะรอดูสถานการณ์ไปก่อน ว่าจะมีการปรับราคาก๊าซหุงต้มเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ หากมีการปรับราคาขึ้นอีก ต้องมาทบทวนราคาต้นทุนในการทำข้าวแกงอีกครั้งการที่ไม่ปรับราคาข้าวแกง

ในขณะนี้นั้นไม่อยากผลักภาระให้กับประชาชนผู้บริโภค เนื่องจากในปัจจุบันประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อนจากค่าครองชีพอยู่แล้ว หากข้าวแกงปรับราคาขึ้นอีกจะเป็นการซ้ำเติมประชาชนผู้บริโภคให้ได้รับความเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น

แบรนด์ดังเลิกจ้าง นายแบบ-นางแบบ รูปร่างผอมผิดปกติ

บริษัทแฟชั่นชื่อดังในฝรั่งเศส 2 แห่ง ประกาศเลิกจ้างนายแบบและนางแบบที่มีรูปร่างผอมมาก หลังถูกวิจารณ์ว่าเป็นต้นเหตุให้หลายคนมีพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ

บริษัท “เคอริ่ง” และบริษัท “หลุยส์ วิตตอง โมเอต์ เอนเนสซี่” หรือ LVMH ประกาศเมื่อวานนี้ว่า เตรียมจะยกเลิกการว่าจ้างนายแบบและนางแบบที่มีรูปร่างผอมมากเกินไปจากทั่วโลก หลังจากถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องว่า อุตสาหกรรมแฟชั่นสนับสนุนให้เกิดพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ

ฝรั่งเศส ประกาศใช้กฎหมายห้ามนายแบบและนางแบบที่มีรูปร่างผอมเกินไป เมื่อปี 2558 โดยผู้ที่ประกอบอาชีพดังกล่าวจะต้องมีใบรับรองจากแพทย์เกี่ยวกับสุขภาพ น้ำหนัก และรูปร่าง ตามความเหมาะสมกับอายุ

ขณะที่เคอริ่ง และ LVMH ระบุว่า สัญญาใหม่ของบริษัทจะครอบคลุมยิ่งกว่ากฎหมายฝรั่งเศส โดยจะไม่จ้างนางแบบที่มีไซส์ (size) ต่ำกว่า 34 และนายแบบที่มีไซส์ต่ำกว่า 44 ซึ่งหากเทียบกับไซส์ของสหรัฐฯ แล้วไซส์ 32 ของฝรั่งเศสจะเท่ากับไซส์ศูนย์ ซึ่งเป็นไซส์เล็กสุดของสหรัฐฯ

บริษัททั้ง 2 แห่งที่เป็นเจ้าของแบรนด์ต่างๆ อาทิ คริสเตียน ดิออร์, จิวองชี่, อีฟ แซงก์ โรลองต์ และกุชชี่ ระบุว่า สัญญาใหม่ของพวกเขาจะต้องรับประกันถึงสุขภาพที่ดีของนายแบบและนางแบบ ดังนั้นจึงจะไม่จ้างผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 16 ปี มาเดินแบบในวงการแฟชั่นผู้ใหญ่

นอกจากฝรั่งเศสแล้ว อิสราเอลก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ออกกฎหมายห้ามนางแบบและนายแบบมีรูปร่างผอมผิดปกติ ในขณะที่อิตาลีและสเปน ยังไม่ได้ออกเป็นกฎหมาย แต่ก็ใช้วิธีขอความร่วมมือ

สุเทพ ร้องเปลี่ยนตัว วิชา มหาคุณ จากอนุกรรมการ ป.ป.ช. สอบทุกคดีของตัวเอง

สุเทพ เทือกสุบรรณ ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ร้องเปลี่ยนตัวอนุกรรมการสอบสวนคดี 7 ตุลาฯ จากนาย วิชา มหาคุณ เป็นคนอื่น อ้างหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังมีความขัดแย้งส่วนตัว 

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (6 ก.ย. 60) นายสุเทพ  เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ได้ส่งหนังสือถึง ประธาน ป.ป.ช. ลงวันที่ 8 ก.พ. 2560 เรื่อง ขอความเป็นธรรม โดยอ้างถึงสำนวนการไต่สวนคดีหมายเลขดำที่ ปช 01-2-258/2556, 01-2-059-2556  โดยระบุว่า

การไต่สวนคดีที่อ้างถึงของคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. ที่ทำหน้าที่ไต่สวนมาเป็นระยะเวลายาวนานตั้งแต่ประมาณปี 2556 จนถึงขณะนี้ยังไม่แล้วเสร็จ ตนสังเกตเห็นในแต่ละครั้งที่มาให้ถ้อยคำ คณะกรรมการดังกล่าวมีข้อจำกัดในการทำความเข้าใจประเด็นข้อเท็จจริง อีกทั้ง นายวิชา มหาคุณ อดีตประธานอนุกรรมการ

ซึ่งในเวลานี้ก็ยังเป็นอนุกรรมการอยู่ด้วย ตนสังเกตเห็นท่าทีแสดงออกเหมือนไม่ใส่ใจต่อคำชี้แจงของตน ทำให้วิตกว่าอาจมีความเห็นที่เป็น “อคติ” เพราะในอดีต นายวิชา เคยไม่พอใจ ตนเรื่อง มติ ก.ตร. ต่อกรณี พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่ไม่สอดคล้องกับมติ ป.ป.ช. ซึ่งชี้มูลความผิดวินัยร้ายแรง ในคดีสลายการชุมนุมของพันธมิตรฯ เมื่อ 7 ตุลาคม 2551

โดย นายวิชา เข้าใจว่า ตนมีส่วนสำคัญในมติดังกล่าว ในฐานะประธาน ก.ตร. ขณะนั้น จึงเกรงว่า นายวิชา ยังอาจมี “อคติ” ต่อตนอยู่ จึงขอเรียกร้อง 2 ประการ ดังนี้ 

1. ขอเปลี่ยนคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงใรคดีที่อ้างถึง เป็นอนุกรรมการชุดใหม่เข้าทำหน้าที่แทน 


2. ขอโอกาสเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงในคดีโดยวาจาต่อตณะกรรมการ ป.ป.ช. เต็มคณะ ก่อนที่จะมีมติชี้มูลความผิดหรือไม่ 

อนึ่ง สำหรับคดีสลายการชุมนุมพันธมิตรฯ เมื่อปี 2551 นั้น ป.ป.ช.ในสมัยที่นายวิชา มหาคุณ เป็นกรรมการ ได้มีมติเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2552 ชี้มูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ต่อ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว อดีต ผบช.น. และ พล.ต.ต.เพิ่มศักดิ์ ภราดรศักดิ์ อดีต ผบก.ภ.จ.อุดรธานี

และต่อมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ขณะนั้น ได้มีคำสั่งปลด พล.ต.อ.พัชรวาท ออกจากตำแหน่ง ผบ.ตร. ต่อมานายตำรวจทั้ง 3 นายร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และที่ประชุม ก.ตร.เมื่อวันที่ 15 ม.ค.2553 ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นประธาน มีมติให้นายตำรวจทั้ง 3 คนกลับเข้ารับราชการ

ภาพจาก Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ)