รองผู้ว่าฯ กทม.ตรวจความพร้อมแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา และการรื้อย้ายบ้านชุมชนนอกแนวป้องกันน้ำท่วม

วันนี้ 5 ก.ย. 60 นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครลงพื้นที่ตรวจความพร้อมแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา และการรื้อย้ายบ้านชุมชนนอกแนวป้องกันน้ำท่วม โดยจุดแรกท่าเรือศาลเจ้าแม่ทับทิมจุดที่ สองท่าเรือเขียวไข่กาและจุดที่ 3 ท่าราชวรดิษฐ์

ตามที่กรมชลประทานได้มีหนังสือด่วนที่สุดที่ กษ 0328/263 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2560 แจ้งกรุงเทพฯเรื่องสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ว่ามีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในปัจจุบันอัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 1,498 ลบ.ม./วินาที ระดับน้ำหน้าเขื่อนอยู่ที่ระดับ +16.11 ม.( รทก ) และจากสถานการณ์น้ำที่สถานี C2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นนั้น หากมีฝนตกหนักเพิ่มบริเวณ จ.นครสวรรค์ กำแพงเพชร พิจิตร และ จ.อุทัยธานี คาดว่าระดับน้ำหน้าเขื่อนเจ้าพระยาจะไม่สูงขึ้นเกินกว่าระดับที่สามารถที่รับได้ ( ระดับที่สามารถรับได้คือ +17.00 ม.( รทก.) และปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจะไม่เกิน 1,500ลบ.ม./วินาที

สำหรับแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์พื้นที่กรุงเทพฯมีความยาวริมตลิ่งประมาณ 86.00 กิโลเมตร เป็นแนวป้องกันตนเองยาวประมาณ 9.00 กิโลเมตร สำนักการระบายน้ำได้ดำเนินการก่อสร้างแนงป้องกัน้ำท่วมถาวรแล้วเสร็จความยาวประมาณ 77.00 กิโลเมตร สามารถป้องกันปัญหาน้ำล้นจากแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ ที่ระดับ + 2.80 ม.( รทก.) ถึง+3.50 ม.( รทก.)

และในพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีชุมชน นอกแนวป้องกันน้ำท่วม ซึ่งจากการสำรวจ ตั้งแต่ปี 50 มี 32 ชุมชน 1,971 ครัวเรือน แต่ปัจจุบันปี 60 ลดลงเหลือ 18 ชุมชน 441 ครัวเรือน โดยอยู่ในพื้นที่ฝั่งพระนคร 15 ชุมชน ( จำนวน 408 ครัวเรือน ) และในพื้นที่ฝั่งธนบุรี 3 ชุมชน ( จำนวน 33 ครัวเรือน )

อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณทั้ง 2 ฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ชื่นชม! สไปเดอร์แมนขายพวงมาลัย โร่ช่วยคนถูกรถชน

ชาวเน็ตแห่ชื่นชมสไปเดอร์แมน ขายพวงมาลัยสามแยกท่ายาง จ.เพชรบุรี วิ่งโร่ช่วยคนถูกรถชน

ชาวเน็ตแห่ชื่นชมคลิปภาพสไปเดอร์แมน ขายพวงมาลัยสามแยกอำเภอท่ายาง จ.เพชรบุรี ที่รีบวิ่งไปเข้าช่วยเหลือรถจักรยานยนต์ที่ถูกรถยนต์กระบะสีขาว พุ่งชนอย่างเต็มแรงจนร่างกระเด็นตกบนถนน บริเวณสามแยกท่ายาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ส่วนรถจักรยานยนต์ติดคาอยู่บริเวณหน้ารถยนต์คันที่ชน

ซึ่งคลิปภาพดังกล่าว เป็นภาพที่เพจของสถานีตำรวจภูธรท่ายาง จ.เพชรบุรี นำมาเผยแพร่เมื่อ เวลา 09.51 น.ของวันที่ 4 ก.ย. 2560 โดยภาพคลิปกล้องวงจรปิดดังกล่าว บันทึกภาพขณะเกิดเหตุการณ์เอาไว้ได้ ในขณะที่รถจักรยานยนต์ที่ขับขี่อยู่เลนซ้ายสุด แล้วเบี่ยงเลนไปทางขวา โดยขณะนั้นมีรถยนต์กระบะสีขาวขับมาด้วยความเร็วเนื่องจากเป็นสัญญาณไฟเขียว ทำให้พุ่งชนรถจักรยานยนต์เต็มแรง จนคนขี่ร่างกระเด็นกระแทกพื้นนอนแน่นิ่งอยู่กลางถนนได้รับบาดเจ็บ

สำหรับสไปเดอร์แมนที่เห็นในคลิปคือนายวสันต์ เกตุสุวรรณ หรือ มาร์ค พ่อค้าขายพวงมาลัย ที่เดิมมีอาชีพแสดงลิเกและผันตัวมาเป็นพ่อค้าขายพวงมาลัย และได้นำไอเดียวิธีการเรียกลูกค้าด้วยการสวมใส่ชุดต่าง ๆ ทั้งสไปเดอร์แมน ยอดมนุษย์ ชุดลิเก รวมทั้งชุดอื่นๆ อีกหลากหลายรูปแบบ ที่สร้างสีสันเรียกความสนใจให้กับผู้ที่ขับขี่รถผ่านบริเวณสามแยกไฟแดงได้พบเห็น โดยวันที่ประสบเหตุได้สวมใส่ชุดสไปเดอร์แมนและพบเหตุการณ์เข้าพอดี และวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ โดยหลังจากที่ทาง สถานีตำรวจภูธรท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ได้นำคลิปลงเฟสบุ๊กทำให้ชาวเน็ตต่างพากันชื่นชมถึงน้ำใจและแชร์คลิปกันเป็นจำนวนมาก

ศูนย์เด็กในทุ่งหญ้างบ 2.5 ล้าน สร้างเสร็จไม่เคยใช้ประโยชน์

ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้านเผย อาคารศูนย์เด็กเล็กวัดศรีเมือง จังหวัดจันทบุรี สร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2559 ยังไม่เคยใช้ประโยชน์

วันนี้ (5 ก.ย.60) กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ หลังจากแฟนเพจชื่อดังอย่าง ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ได้มีการโพสต์ข้อความระบุถึง การใช้งบประมาณก่อสร้างอาคารศูนย์เด็กเล็กวัดศรีเมือง จังหวัดจันทบุรี งบประมาณที่ใช้ก่อสร้าง 2.5 ล้านบาท เป็นงบอุดหนุนจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 2,274,000 บาท เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ช่วงกลางปี 2558 สร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 2559 ยังไม่เคยใช้ประโยชน์

ทางแฟนเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ระบุว่า …

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณพื้นที่หลังเทศบาลตำบลหนองคล้า จังหวัดจันทบุรี เป็นแบบ สถ.ศพด.3 สำหรับเด็ก 81-100 คน นับตั้งแต่สร้างเสร็จเมื่อช่วงหน้าแล้งปี 2559 ยังไม่เคยใช้ประโยชน์ ทั้งที่สร้างเพื่อย้ายเด็กเล็กจากอีกศูนย์เข้ามา สภาพโดยรอบเต็มไปด้วยป่าหญ้า ช่วงก่อสร้างไม่ได้มีการปรับถมที่ ฝนตกเกิดปัญหาน้ำท่วมขังไม่มีที่ระบาย แถมไม่มีทางเดินเข้า

งบประมาณที่ใช้ก่อสร้าง 2.5 ล้านบาท เป็นงบอุดหนุนจากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น 2,274,000 บาท เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ช่วงกลางปี 58 มีผู้รับเหมาเข้าซื้อซองเพียง 3 ราย เข้าเสนอราคาคาเพียงรายเดียวเท่ากับราคากลาง