‘ครูจอมทรัพย์’ ร้องนายกฯ เร่งคืนใบประกอบวิชาชีพ

ครูจอมทรัพย์ เข้าร้องเรียนนายกรัฐมนตรี ให้เร่งรัดกระบวนการคืนใบประกอบวิชาชีพเพื่อกลับมารับราชการตามเดิม เพราะขณะนี้เดือดร้อนอย่างมาก

เมื่อวานนี้ (4 ก.ย.60) นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ พร้อมนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครู ซึ่งตกเป็นแพะคดีขับรถชนคนเสียชีวิตเมื่อปี 2548 ได้เข้ายื่นหนังสือถึง พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักปลัดนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้เร่งรัดคืนใบประกอบวิชาชีพครู

โดยนางจอมทรัพย์ กล่าวว่า หลังจากออกจากเรือนจำมานานกว่า 8 เดือน ได้ดำเนินการขอต่อใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อจะได้กลับไปสอนตามเดิม แต่กระบวนการดังกล่าวกลับมีความล่าช้า และผ่านมาแล้วกว่า 8 เดือน แต่ยังไม่ได้รับใบประกอบวิชาชีพ และไม่ทราบว่าจะได้รับเมื่อใด ส่งผลให้ไม่สามารถกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งครูได้เหมือนเดิม ทำให้มีผลต่อการดำรงชีพ เพราะไม่ได้รับค่าจ้าง หรือสวัสดิการต่างๆ ที่ควรได้รับ

จึงอยากให้นายกรัฐมนตรี เร่งรัดดำเนินการให้มีการเยียวยาให้ได้สิทธิต่างๆ คืนมาด้วย นางจอมทรัพย์ ระบุด้วยว่า ทางคณะกรรมการของคุรุสภาที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาประเด็นดังกล่าวในช่วงต้นเดือนกันยายน ซึ่งส่วนตัวคาดหวังว่า จะได้รับความเป็นธรรม

โหรวารินทร์ ย้ำไม่มีนารีขี่ม้าขาว ชี้บุญทรงต้องก้มหน้ารับกรรมที่ก่อไว้

โหรวารินทร์ ย้ำไม่มีนารีขี่ม้าขาว ชี้บุญทรงต้องก้มหน้ารับกรรมที่ก่อไว้ ระบุรัฐบาล คสช.ยังทำหน้าที่ต่อไปอีกยาว ส่วนบ้านเมืองกำลังก้าวสู่ยุคศิวิไล

ที่วิหารหลวงปู่เกวลัน ในหมู่บ้านสุขิโต อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ หรือ ฉายาโหร คมช. ได้เปิดวิหารให้สัมภาษณ์ยืนยันคำทำนายของหลวงปู่ที่เคยทำนายไว้เมื่อ 2 ปีก่อนว่า ยังเป็นไปตามคำทำนายของหลวงปู่ ที่ระบุว่า หมดเวลาของกลุ่มอำนาจเก่าไปแล้ว ส่วนที่มีผู้ทำนายว่าจะมีนารีขี่ม้าขาวเข้ามานั้น ดูแล้วไม่ใช่เพราะเวลานี้ยังเป็นหน้าที่ของรัฐบาล คสช. และนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้ว่าตามเจตนาของท่านจะไม่อยากทำหน้าที่ แต่ด้วยหน้าที่ที่ถูกกำหนดมาท่านจะยังทำหน้าที่ต่อไปอีกยาว

ทั้งนี้คำทำนายเมื่อ 2 ปีก่อน ก็ปรากฏให้เห็นชัดเจนแล้วตามคำทำนาย ทั้งการที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้หนีออกนอกประเทศ อำนาจเก่าจึงหมดสิ้นไป เหลือแต่เป็นหน้าที่ขอรัฐบาล คสช.ที่จะประคับประคองชาติบ้านเมืองให้เดินหน้าสืบต่อไป ยุคนี้จึงถือเป็นยุคที่บ้านเมืองมีระเบียบแบบแผน ข้าราชการ สถาบัน และผู้ที่อยู่ในบ้านเมืองจะได้รับความเป็นธรรม ดังที่หลวงปู่บอกว่าจะเป็นยุคศิวิไลอย่างแท้จริง

ส่วนสถานการณ์ของบ้านเมืองก็จะเดินหน้าไปตามโรดแมป แต่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ปัจจุบันบ้าง ขณะที่การเลือกตั้งอาจเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นในปี 2561 ซึ่งการเลือกตั้งจะต้องปรากฎขึ้นอย่างแน่นอน

สำหรับเหตุความวุ่นวายต่างๆของประเทศได้ผ่านพ้นไปแล้ว ถือว่าวิบากกรรมของชาติบ้านเมือง ผู้ที่ก่อกรรมกับชาติได้จบสิ้นไป ปัจจุบันกฎหมายอันศักดิ์สิทธิ์ได้พยุงความเป็นธรรมให้กับคนในชาติ ผู้ที่ทำผิดย่อมได้รับผิดตามกระบวนการทางกฎหมาย

โหรวารินทร์ ยังกล่าวถึงวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในประเทศว่า ก็เกิดขึ้นทั่วโลกไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศเรา รัฐบาลเองก็พยายามลงมาแก้ไขปัญหา แต่ต้องใช้ระยะเวลา เพราะปัญหาบางเรื่องสะสมหมักหมมมานาน จึงต้องให้เวลารัฐบาลได้ทำงาน

ส่วนกรณีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นั้น โหรวารินทร์ กล่าวว่า คดีความที่ถูกตัดสินไปแล้ว ทุกคนก็ต้องรับกรรมตามที่ตนเองได้สร้างมา ตามความยุติธรรมของบ้านเมืองที่กำหนดไว้ จะมีการลดหย่อนโทษหรือไม่นั้น ก็อยู่ที่การประพฤติปฎิบัติของผู้ที่ได้รับผล คงต้องใช้เวลา แต่ทุกคนที่ผิดได้เสวยกรรมแล้ว

โหรวารินทร์ ยังกล่าวย้ำว่า อดีตนายกรัฐมนตรีตระกูลชินวัตรที่หนีออกนอกประเทศคงไม่ได้กลับมา เพราะหมดเวลาของท่านทั้งสองไปแล้ว

ป๋าแหง็ม แจ้งจับแท็กซี่กร่าง ขับรถปาดหน้าชักมีดขู่

“ป๋าแหง็ม” ผู้สื่อข่าวรุ่นใหญ่ เจ้าของวลี “ครับเจ้านาย” แจ้งจับแท็กซี่กร่าง ขับรถปาดหน้า แถมลงมาชักมีดขู่

นี่เป็นคลิปเหตุการณ์ที่รถแท็กซี่ (หมายเลขทะเบียน ทส 3806 กรุงเทพฯ) ขับปาดหน้ารถของ นายศักดินา รักษ์อุดมการณ์ วัย 54 ปี หรือ ป๋าแหง็ม ผู้สื่อข่าวรุ่นใหญ่ เจ้าของวลีติดหู “ครับเจ้านาย” ก่อนที่คนขับแท็กซี่ จะถือมีดเล่มใหญ่ลงมาขู่กรรโชก ลักษณะหมายจะทำร้าย พร้อมเดินวนรอบรถ จากนั้นก็กลับขึ้นรถและขับออกไป โดยเหตุเกิดบนถนนรัชดาภิเษก มุ่งหน้าถนนวิภาวดีฯ ใกล้สี่แยกรัชโยธิน ช่วงเช้าตรู่วันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา

ขณะที่วานนี้ (4 ก.ย.60) นายศักดินา ได้นำคลิปดังกล่าว เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ให้ดำเนินคดีกับคนขับแท็กซี่ พร้อมเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองกำลังขับรถกลับบ้านตามปกติ ซึ่งมีจังหวะที่ต้องชะลอ และขับตามรถคันหน้าไปเรื่อยๆ แต่มีรถแท็กซี่ขับมาจอดขวางโดยไม่ทราบสาเหตุ กระทั่งเกิดเหตุตามที่เห็นในคลิป

ขณะที่ตำรวจตรวจพบว่า รถแท็กซี่ในคลิป เป็นของสหกรณ์แท็กซี่กาญจนาภิเษก โดยมีนายบุญสนอง บรรยงค์ อายุ 40 ปี เป็นคนขับในช่วงเกิดเหตุ จึงประสานให้นายสมศักดิ์ โสนะรินทร์ อายุ 57 ปี ผู้ดูแลคิวรถ พานายบุญสนอง มาพบตำรวจ

ต่อมา นายสมศักดิ์ ได้ขับรถแท็กซี่คันเกิดเหตุ มาพบเจ้าหน้าที่ พร้อมอ้างว่าได้นัดหมายนายบุญสนอง มาพบตำรวจแล้ว แต่เจ้าตัวนำรถมาจอดไว้ แล้วก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ตัวเองจึงนำรถมาให้ตรวจสอบ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

เบื้องต้น ตำรวจได้สอบปากคำนายศักดินา และเจ้าของรถอย่างละเอียด พร้อมออกหมายเรียกนายบุญสนอง ให้มาพบ เพื่อแจ้งข้อหา พกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ และทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวโดยการขู่เข็ญ ซึ่งหากไม่มา จะออกหมายจับ

นอกจากนี้ ในการสอบประวัติ ยังพบว่านายบุญสนอง เคยต้องโทษคดีเสพยาเสพติด พื้นที่ สน.ตลิ่งชัน ปี 2557 และคดีครอบครองยาเสพติด พื้นที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ปี 2558 มาแล้ว