อดีตนักกีฬาทีมชาติชุดเยาวชนวอนช่วยเหลือ หลังป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ แต่ไร้เงินรักษา

วอนช่วยอดีตนักกีฬาวอลเล่ย์บอลเยาวชนทีมชาติ ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ หลังผ่าตัดมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอต่อการรักษา 

วานนี้ (27 ก.ย. 60) ผู้สื่อข่าว MThai ได้เดินทางไปตรวจสอบ ที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย เลขที่ 628 โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังทราบว่ามีอดีตนักกีฬาวอลเล่ย์หญิงทีมชาติ ชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี นอนเข้ารับการรักษาอาการป่วยมะเร็งลำไส้อยู่ แต่ขาดเงินในการใช้จ่ายเป็นค่ารักษาจึงร้องเรียนให้ผู้สื่อข่าวช่วยกระจายเพื่อให้ผู้ใจบุญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

เมื่อไปถึง พบ น.ส.จุไรรัตน์ ผลเลขา อายุ 25 ปี หรือน้องไหม กำลังนอนพักรักษาตัวจากการเข้าผ่าตัดอยู่ในห้องดังกล่าว โดย น.ส.จุไรรัตน์ เผยว่า ปัจจุบันตนยังเล่นวอลเลย์บอลอยู่ ซึ่งอยู่สโมสร ไทยเดนมาร์คหนองเรือ จ.ขอนแก่น และตั้งแต่จบการแข่นขันวอลเลย์บอลลีกไป ตนก็ได้เดินทางมาสมัครงานที่ นาจอมเทียน ทำตำแหน่งธุรการ ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง จนกระทั่งเมื่อเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา ตนได้ปวดท้องอย่างหนัก จนต้องเดินทางมารักษาตัวที่โรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา และได้เข้าผ่าตัดด้วยอาการฝีแตกในท้อง

เมื่อผ่าตัดแล้วอาการปวดท้องยังไม่หาย จึงได้เปลี่ยนมารักษาตัวที่ โรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา และได้รับเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้งเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งหมอระบุว่า ยังพบฝีในช่องท้องอยู่อีก พร้อมกับได้ผ่าตัดไส้ติ่งออกด้วย ต่อมามีอาการแทรกซ้อน จึงต้องเข้ารับผ่าตัดเป็นครั้งที่ 3 จนพบว่าลำไส้ตีบและรั่ว แพทย์จึงได้ดำเนินการตัดลำไส้ที่ตีบและรั่วออก โดยได้ยกลำไส้ออกมาไว้ข้างท้อง ประมาณ 2 เซนติเมตร และต้องรออีก 3 เดือนจะทำการผ่าตัดเข้าให้เข้าที่อีกครั้ง

นอกจากนี้ทางด้าน แพทย์ระบุว่า ตนเป็นมะเร็งลำไส้ ตนรู้สึกกลัวมาก โดยภายหลังจากที่ผ่าตัดแล้วแผลหายแล้ว ตนก็ต้องเดินทางไปทำคีโม ต่ออีก ที่ศูนย์มะเร็งชลบุรี (มะเร็งระยะที่ 2) เพื่อรักษาตัวต่อไป สำหรับการผ่าตัดในแต่ละครั้งต้องมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ซึ่งตอนนี้รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 6 แสนกว่าบาทแล้ว

จึงอยากวอนขอให้ผู้ใจบุญ ช่วยสมทบทุนเพื่อช่วยค่ารักษาพยาบาลของ น.ส.จุไรรัตน์ ผลเลขา อายุ 25 ปี หรือน้องไหม โดยโอนเงินเข้าที่บัญชีของน้องไหมโดยตรง ชื่อบัญชี จุไรรัตน์ ผลเลขา ธนาคารกสิกรไทย สาขาน้ำยืน เลขที่ 3662560668, หรือติดต่อน้องไหมโดยตรงได้ที่เบอร์ 098-4078804

ศาลอนุมัติหมายค้นบ้านยิ่งลักษณ์แล้ว-จ่อเข้าตรวจบ่ายนี้!

รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยัน ศาลอนุมติหมายค้นบ้านพัก “ยิ่งลักษณ์” แล้ว – “ศรีวราห์” นำทีมเข้าค้นด้วยตนเอง บ่ายวันนี้

พล.ต.ต.ภัคคพงศ์ พงษ์เภตรา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมายังสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี กรณีที่ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ขับรถแคมรี่ ทะเบียน ฌข 5323 พานางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีภายหลังการประชุมย่อย 30 นาที ยืนยันว่า ศาลอาญาอนุมัติหมายค้นบ้าน นางสาวยิ่งลักษณ์ในซอยโยธินพัฒนา 3 เขตบึงกุ่มจริง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องการดีเอ็นเอ ของใช้ในบ้านมาเทียบกับดีเอ็นเอที่พบภายในรถเพื่อยืนยันว่าผู้หญิงที่นั่งในรถเป็น อดีตนายกรัฐมนตรี จริงหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่พนักงานสอบสวนจะขอเข้าค้นบ้านของผู้ต้องหาตามหมายจับเพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ส่วนกรณี ของรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ขณะนี้พนักงานสอบสวนมีการแจ้งข้อหาปลอมแปลงเอกสารราชการ แต่หากพบมีความเกี่ยวข้องกับความผิดอื่นก็จะมีแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องเรียกตัว พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ มาสอบสวนเพิ่มเติมอีกครั้ง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว เพื่อเตรียมเข้าค้นบ้านนางสาวยิ่งลักษณ์ ในช่วงบ่ายวันนี้ด้วยตนเอง

ตำรวจคลิปดังเปิดใจ ปมดรามาตั้งข้อหา ถ่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต

ตำรวจในคลิปดังเปิดใจ หลังถูกกระแสโซเชียลกระหน่ำเละ จากการตั้งข้อหาถ่ายภาพยนตร์ให้กับประชาชนที่อัดคลิปขณะถูกจับปรับคาด่าน

หลังจากเกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้าง กรณีที่เพจดัง “เจ้าพ่อคลิปเด็ด” ได้มีการเผยแพร่คลิปตำรวจนายหนึ่งตั้งข้อหาถ่ายภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาตให้กับประชาชน หลังมีชาวบ้านรายหนึ่งถ่ายคลิป VDO ระหว่างที่เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวเรียกตรวจบริเวณด่านตรวจ

ก่อนที่จะมีข้อความกำกับว่า ‘ตำรวจตั้งข้อหาถ่ายภาพยนตร์(ถ่ายVDOขณะตั้งด่าน)โดยไม่ได้รับอนุญาต งามไส้จริงๆ ข้อหาถ่ายภาพยนตร์(ด่าน)โดยไม่ได้รับอนุญาต พะนะ จับรถยนต์แต่จะยึดใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ น่าจะผ่านการอบรมหลักสูตรหมวดเลื่อนไหล ตำรวจแบบนี้พบเห็นได้ทั่วประเทศ เชื่อดิ! เครดิต @ ทวีศักดิ์ งามจำรัส’ นั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าว MThai ได้เดินทางไปสอบถาม พ.ต.ท.ณรงค์ อร่ามพงษ์ รองผกก.สส. สภ.ป่าโมก ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพ.ต.ท.ณรงค์ เผยว่า เมื่อเห็นคลิปแล้วก็ตกใจ แต่เป็นเหตุการณ์ที่กวดขันวินัยจราจร แล้วเกิดเหตุการณ์ถ่ายคลิปแล้วนำไปลงสื่อสังคมออนไลน์ทำให้มีการแสดงความคิดเหตุไปต่างๆนานา แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ทำการเปรียบเทียบปรับในข้อหาไม่พกใบอนุญาตขับขี่รถยนต์เท่านั้น

ขณะที่ ร.ต.ท.ศตวรรษ บุญสุระ รองสารวัตรจราจร สภ.ป่าโมก ซึ่งเป็นนายตำรวจที่อยู่ในคลิป เผยว่า ภาพในคลิปนั้นเกิดขึ้นที่ บริเวณถนนป่าโมก-ทับน้ำ หน้าวัดโพธิ์ศรี หมู่ 8 ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก ขณะตั้งด่านกวดขันวินัยจราจร

พบรถยนต์วิ่งเข้าด่านตรวจจึงขอดูใบขับขี่ แต่ผู้ขับขี่รถยนต์อ้างลืมกระเป๋าไว้ที่บ้าน มีแต่ใบขับขี่รถจักรยานยนต์ยื่นให้ตรวจสอบ แล้วก็เกิดเหตุการณ์โต้เถียงเกิดขึ้นพร้อมมีการถ่ายภาพวีดีโอจากโทรศัพท์มือถือ ก่อนที่จะทำการเปรียบเทียบปรับในข้อหาไม่พกใบอนุญาตขับขี่รถยนต์เท่านั้น

ก่อนมีการนำคลิปไปโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งตนเองก็ไม่ได้ถือโทษโกรธแต่อย่างใด ตนเองรู้แต่เพียงทำในสิ่งที่ถูกต้อง ตนเองเป็นข้าราชการ เป็นตำรวจของพระราชา ไม่มีสิทธิ์ไปโกรธใคร คนที่รู้จักจะรู้ว่าเป็นคนสนุก ตลกขบขัน นักเรียนที่สอนอยู่ก็จะชอบเราทุกคน ผมคิดว่าการสื่อสารวันนั้นทำให้น้องเขาอาจเข้าใจผิด แต่ผมก็ไม่ได้ลงข้อหาอะไรเขานอกจากไม่พกพาใบอนุญาตขับขี่รถยนต์เพียงเท่านั้นเอง

ด้านนักเรียน และนายสุชาติ ดาบทอง ครู โรงเรียนวัดอัมพวัน กล่าวว่า ร.ต.ท.ศตวรรษ บุญสุระ เป็นครูตำรวจที่มีอัธยาศัยดี มาสอนให้ความรู้แก่นักเรียนในเรื่องกฎหมายจราจร และยาเสพติด อยู่เป็นประจำ เป็นที่รักของนักเรียนทุกคน