ระทึก! ชายคลั่งหนีตำรวจ ขับรถชนชาวบ้านกลางเมืองสุราษฏร์ฯ ก่อนถูกยิงเจ็บสาหัส

ชายคลั่งขับรถหนีตำรวจ วุ่นกลางเมืองสุราษฏร์ธานี ก่อนถูกยิงเจ็บสาหัส พบปัสสาวะเป็นสีม่วง

วันนี้(28 ก.ย.) พ.ต.อ.ศิริชัย ทรงวศิน ผกก. สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุคนร้าย 1 คน ปะทะ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณสี่แยกถนนหน้าเมือง อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ส่งผลให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุเกิดหลังมีคนแจ้งเบาะแสว่าคนร้ายรายดังกล่าว ซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 35 ปี ได้แสดงพฤติกรรมข่มขู่คนภายในปั้มน้ำมัน ที่ ต.บางกุ้ง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบ

โดยเมื่อเดินทางไปตรวจสอบพบคนร้ายมีพฤติการณ์หลบหนี ใช้เส้นทางหน้า รพ.สุราษฎร์ธานี เจ้าหน้าที่จึงพยายามยิงสกัดเพื่อไม่ให้คนร้ายขับรถไปยังแหล่งชุมชนอื่น ๆ ที่มีประชาชนอยู่อย่างหนาแน่น เบื้องต้นพบคนร้ายได้ขับรถชนชาวบ้านที่ใช้เส้นทางดังกล่าว ก่อนที่ตำรวจ จะยิงสกัดเพื่อจับกุมตัว จนรถคนร้ายชนเข้ากับฟุตปาธ หน้าร้านทองก้องไพศาล ซึ่งเป็นย่านชุมชนกลางเมือง และคนร้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบ พบปัสสาวะของคนร้ายเป็นสีม่วง ส่วนจะมีอาการคุ้ลุ้มคลั่งเพราะเสพยาเสพติดหรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป

‘โอ๊ค’ ส่งทนายยื่นหนังสือ DSI ขอความเป็นธรรม ปมฟอกเงินกรุงไทย

“โอ๊ค พานทองแท้” ส่งทนาย ยื่นหนังสือ DSI ขอความเป็นธรรมปมฟอกเงินแบงค์กรุงไทย ชี้ หลักฐานไม่มีน้ำหนักเอาผิด ขอให้พิจารณาอย่างเป็นธรรม

วันนี้ (28 ก.ย. 60) มีรายงานว่า นายชุมสาย ศรียาภัย ทนายความของ นายพานทองแท้ ชินวัตร นำเอกสารเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ภายหลัง ป.ป.ง. มีมติ ให้แจ้งข้อกล่าวหา นายพานทองแท้ กับพวก ในคดีฟอกเงินจากการทุจริตปล่อยเงินกู้ของธนาคารกรุงไทย ให้กับกลุ่มบริษัทกฤษดามหานค

ทั้งนี้ ทนายความ เผยว่า การเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม เนื่องจากเชื่อว่าการสอบสวนของ พนักงานสอบสวนในการจะแจ้งข้อกล่าวหา กับ นายพานทองแท้ ยังขาดน้ำหนัก และไม่มีเหตุอันควรที่จะแจ้งข้อกล่าวหา เพราะจากพฤติการณ์ นายพานทองแท้ ไม่ทราบว่าทรัพย์ดังกล่าว ได้มาจากการกระทำความผิด ไม่ได้มีพฤติกรรมซุกซ่อนอำพราง เนื่องจากเงินดังกล่าวถูกโอนมาในลักษณะทางการค้าตามปกติ จึงขอให้อธิบดี ดีเอสไอ พิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม รอบคอบถี่ถ้วน

พร้อมกันนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า พฤติการณ์ในคดีนี้ ก็มีลักษณะการกระทำความผิดแบบกระจาย มีคนร่วมกระทำผิดมากกว่า 150 คน เหตุใดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีเป็นกระจุก เจาะจง
เอาผิดเพียง นายพานทองแท้ กับพวกเท่านั้น จึงจำเป็นต้องนำหลักฐานเข้ายื่นร้องขอความเป็นธรรมดังกล่าว

ขณะที่ พ.ต.ต. วรนันท ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ระบุว่า ได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ ก่อนเสนอให้อธิบดีดีเอสไอ รับทราบและพิจารณา ก่อนส่งให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีดำเนินการตามลำดับขั้นตอนต่อไป

รวบมือฆ่าโหด สาววุฒิศักดิ์วัย 19 ฝากขัง ศาลนนทบุรี

ตำรวจบางบัวทอง นำตัวมือฆ่าโหด สาววุฒิศักดิ์วัย 19 ฝากขัง ที่ศาลนนทบุรี

วันนี้(28 ก.ย. 60) เวลา 10.00 น. ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ร.ต.อ.สุธน จิตตภูมิภักดี รอง.สว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง ได้ควบคุมตัวนายธีระพงศ์ หรือหนุ่ม อดิษฐ์ศร ผู้ต้องหาใช้อาวุธมีดแทง น.ส.ประภาพร วรวงศ์ พนักงานเสริมความงามวุฒิศักดิ์คลีนิคกว่า 20 แผลจนเสียชีวิต ขึ้นรถพร้อมกับผู้ต้องหาในคดีอื่นอีกจำนวน 4 คนไปฝากขังต่อศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี

โดยนายธีระพงศ์ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนสั้น ๆ ว่า อยากฝากขอโทษทุกอย่างที่ผ่านมากับญาติผู้เสียชีวิตในสิ่งที่ตนเองทำลงไป สำนึกผิดแล้ว

ด้าน พ.ต.ท.สมุทย์ เกตุยา รอง.ผกก.สอบสวน กล่าวว่าหลังสอบสวนนายธีระพงศ์เมื่อวานนี้ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 1 ข้อหาในข้อหาลักทรัพย์เนื่องจากก่อนเกิดเหตุนายธีระพงศ์ได้แอบเข้าไปในห้องของผู้ตายก่อนแล้วและได้ขโมยกุญแจห้องสำรองของผู้ตายออกมาและย้อนกลับเข้าไปก่อเหตุอีก รวมเป็นทั้งหมด 5 ข้อหาคือ เจตนาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาทารุนโหดร้าย,ชิงทรัพย์ผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต,พกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ,บุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน และข้อหาลักทรัพย์ พร้อมเสนอต่ออัยการเพื่อคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์