จวกยับ! หนุ่มนักเหยียบ ซิ่งรถหวาดเสียว บนทางพิเศษศรีรัช

ชาวเน็ตวิจารณ์ยับ! หนุ่มนักเหยียบ ซิ่งรถหวาดเสียว บนทางพิเศษศรีรัช หวั่นเกิดอันตรายบนท้องถนน

วันนี้(4 ก.ย.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากเฟซบุ๊กเพจ “Social Hunter” ซึ่งโพสต์เผยให้เห็นภาพเหตุการณ์จากกล้องหน้ารถคันหนึ่ง ที่ผู้ขับขี่มีพฤติกรรมขับรถเร็วเกินกำหนด และหวาดเสียว บนทางพิเศษศรีรัช ช่วงมุ่งหน้าถนนงามวงศ์วาน โดยข้อความระบุว่า “จะโพสต์เห็นแค่เพื่อน คงไม่ทันแล้วละ”

หลังจากที่คลิปดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างแชร์บอกต่ออย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของหนุ่มรายนี้เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่มองว่าไม่ควรขับรถเร็ว ซึ่งอาจเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุต่อผู้อื่นด้วย

ภาพจาก Social Hunter

ย่องขโมยรถเข็นบิณฑบาตพระ วงจรปิดบันทึกภาพไว้ ตามรวบได้ทันควัน

ย่องขโมยรถเข็นบิณฑบาตพระ วงจรปิดบันทึกภาพไว้ตามรวบได้ทันควัน คนร้ายอ้างตั้งใจจะไปยืม แต่ไม่เห็นมีใครจึงเอารถเข็นไปเลย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ก.ย. 2560 พ.ต.ต.วิชัย แก้วศรี สวป.สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งจาก พระครูศรีปริยัตยานุยุต อายุ 65 ปี เจ้าอาวาสวัดเกตุ ต.บ้านใหม่ อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา มีคนร้ายเข้าไปขโมยรถเข็นบรรทุกของบิณฑบาตของวัดหายไปเจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถเข็นของรับบิณฑบาตของวัดที่จอดเอาไว้ใต้กุฏิของพระสงฆ์หายไป จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าคนร้ายเข้ามาในช่วงเวลา 09.00 น. ของวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา คนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี ผมยาว สวมรองเท้าบูธขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าซูมเมอร์เอ็กซ์ สีเหลือง เข้ามาในบริเวณวัด จากนั้นได้ขับรถเข้าไปที่กุฏิแล้วลากเอารถเข็นของวัดออกไป

พระครูศรีปริยัตยานุยุต เจ้าอาวาสวัดเกตุ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ช่วงเช้า พระในวัดออกกิจนิมนต์จนหมดวัดไม่มีใครอยู่ พอกลับมาก็ไม่ทันได้สังเกตอะไร จนเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 4 ก.ย.พระสงฆ์จะออกบิณฑบาตพบว่ารถเข็นหายไปสอบถามคนในวัดพระในวัดไม่มีใครทราบ ไม่มีรถขนของที่ชาวบ้านใสบาตร ชาวบ้านต้องช่วยกันขนกลับมาที่วัด แล้วมานั่งเปิดกล้องวงจรปิดดู โดยไล่ดูตั้งแต่ช่วงกลางดึกก็ไม่พบ จนย้อนไปดูช่วงเช้าเมื่อวันที่ 3 ก.ย.จึงปรากฏภาพชายดังกล่าว

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้ติดตามชายตามภาพจากกล้องวงจรปิดจนทราบว่าคือ นายธนวัฒน์ ยอดจิตร์ อายุ 41 ปี จึงไปควบคุมตัวมาสอบสวน ได้ที่ บ้านพัก ม.4 ต.วัดตูม องพระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้พร้อมรถเข็นรับของบิฑบาตของวัดและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ

ทั้งนี้ นายธนวัฒน์ อ้างว่า ตนเองมีอาชีพรับจ้างเลี้ยงควายและตัดหญ้าไปเลี้ยงควาย วันเกิดเหตุรถของตนเองยางแตก ตั้งใจจะไปยืมรถเข็นของวัด แต่พอดีไม่เห็นมีใครอยู่ในวัดจึงเอารถเข็นออกเลยแล้วยังไม่ได้ส่งคืน จนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัว

ชาวภูเก็ต ตั้งคำถามจระเข้น้ำเค็มอาศัยอยู่มานานแล้วแต่ตกสำรวจหรือไม่?

เพจดังเมืองภูเก็ต ตั้งคำถามกรณีพบจระเข้น้ำเค็ม ชี้มันอาศัยอยู่ที่ภูเก็ตมานานแล้วแต่ตกสำรวจหรือไม่? หลังเสียงคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ระบุว่าพบเจอมานานมากแล้ว แต่ไร้หน่วยงานเข้ามาตรวจสอบ

จากกรณีมีนักท่องเที่ยวพบจระเข้น้ำเค็มกำลังว่ายน้ำใกล้บริเวณชายหาดบางเทา จ.ภูเก็ต ความยาวประมาณ 3 เมตร สร้างความตื่นตกใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตามจับไว้ได้ โดยคาดว่าเป็นจระเข้ที่หลุดออกมาจากฟาร์มเลี้ยงในพื้นที่ดังกล่าว

ล่าสุดวันนี้ 4 ก.ย.60 มีรายงานว่าในโลกออนไลน์เพจ ‘เสียงประชาชน คนภูเก็ต’ ได้โพสต์นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องจระเข้น้ำเค็มที่พบ โดยข้อความระบุ “#จระเข้น้ำเค็มมันอาศัยอยู่ที่ภูเก็ตมานานแล้วแต่ตกสำรวจหรือป่าว?” โดยทางเพจได้มีการรวบรวมการแสดงควมคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ภูเก็ต

โดยเนื้อหาระบุว่า “วันนี้ใช้เวลาทั้งวันหาข้อมูลจากคอมเมนท์ต่างๆเรื่องจระเข้น้ำเค็มที่เพิ่งถูกจับได้เมื่อวันก่อน เพราะมีนักวิชาการบอกว่า ไม่เคยมีประวัติพบเจอจระเข้น้ำเค็มหรือน้ำกร่อยในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต มาตั้งแต่ที่มีการก่อตั้งหน่วยวิจัยต่างๆและศูนย์ชีวะภูเก็ตขึ้นในปี พ.ศ. 2515

แต่จากเท่าอ่านคอมเมนท์ของชาวบ้านในพื้นที่หรือคนที่เคยอาศัยอยู่ ก็ต่างให้ข้อมูลไปในทางเดียวกันว่า มีจระเข้น้ำเค็มหรือน้ำกร่อยมันอาศัยอยู่ในแทบหาดบางเทา เลพัง และลายัน มานานหลายสิบปี ก่อนจะมีการสร้างโรงแรมเสียด้วยซ้ำ แต่ก่อนจะมีการทำเหมืองแร่มั้ยไม่แน่ใจ เพราะมีบางคนบอกเคยมีการจับและเจอจระเข้ในขุมเหมืองด้วย มีบางคนเคยเห็น บางคนเคยไปดูตอนที่จระเข้ถูกจับได้ในพื้นที่ต่างๆแถบนั้น แต่ชาวบ้านคิดว่าคงเป็นเรื่องธรรมชาติ เป็นเรื่องธรรมดา

เนื่องจากพบเจออยู่บ่อยๆหรือเปล่า จึงไม่ได้แจ้งให้กับผู้นำท้องถิ่น หน่วยงานราชการรับทราบ หรือไปบอกแล้วไม่มีหลักฐานไม่มีใครเชื่อ หรืออีกอย่างที่ไม่แจ้งเพราะอาจจะกลัวความผิดเพราะไปจับมัน จนทำให้หน่วยงานราชการ โดยเฉพาะประมงจังหวัด หน่วยวิจัยต่างๆและศูนย์ชีวะภูเก็ต ตกสำรวจว่าในจังหวัดภูเก็ตมีจระเข้น้ำเค็มหรือน้ำกร่อยอาศัยอยู่จริงในจังหวัดภูเก็ต นอกจากนี้ก็ยังมีชาวบ้านพบเห็นจระเข้ว่ายน้ำอยู่แถวหาดไม้ขาวอีกด้วย

ประเด็นหนึ่งที่น่าจะเป็นสาเหตุของการตกสำรวจคือ ในยุคนั้นต่างกับสมัยนี้ สมัยก่อนไม่มีสื่อโซเชียล หรือการติดต่อที่ทันสมัย เมื่อมีชาวบ้านพอเจอก็เลยรู้กันแค่เฉพาะกลุ่ม แต่มาสมัยนี้เจอแค่ตัวเดียวจากการถ่ายคลิปมุมสูงได้เลยเป็นกระแสข่าวเกิดขึ้น และมีการจับตัวจระเข้ได้ในที่สุด

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากที่ประมงจังหวัดรวมถึงหน่วยงานราชการต่างๆที่เกี่ยวข้อง ต้องทำการบ้าน ต้องลงพื้นที่หาข้อมูลกับชาวบ้านให้ชัดเจน ก่อนที่มานั่งเทียนยืนยันว่า ไม่เคยได้ข่าวก็เลยบอกว่ามันไม่มีจริง มันมีแค่ตัวเดียวที่จับได้ ให้มันจบๆไป แล้วถ้ามันมีอยู่จริง มีมานานแล้วตามคำบอกเล่าของชาวบ้านมันก็คงจะไม่มีแค่ตัวเดียวแน่ แล้วจะทำอย่างไรกับจระเข้พวกนี้ต่อไปหละ เลยแนะนำว่าต้องลงพื้นที่หาข้อมูลจากคนแถวนั้นน่าจะดีที่สุด

ขอบคุณเพจ เสียงประชาชน คนภูเก็ต