สลด! โจรใจบาปย่องตัดหูแม่วัว คาดเอาไปต้มซุป-แกล้มเหล้า

สุดชั่ว โจรใจบาปย่องตัดหูแม่วัวขาดสองข้าง คาดเอาไปต้มซุป – แกล้มเหล้า 

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า  เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 60 ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุสุดสลดขึ้นที่บ้านพร้อมเพรียง หมู่ 3 ต.บางรูป อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อมีชาวบ้านรายหนึ่งเข้าร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวให้ช่วยกระจายข่าวติดตามจับคนร้ายใจบาป ก่อเหตุย่องมาตัดหูแม่วัวอายุ 15 ปี ขาดทั้ง 2 ข้าง

โดย นายพรรัตน์ มัฎฐารักษ์ อายุ 32 ปี เจ้าของวัว เผยว่า ขณะที่ตนกำลังจะจูงแม่วัวที่ล่ามไว้กลับบ้าน ก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่าหูของแม่วัวได้หายไปทั้งสองข้าง โดยมีร่องรอยของมีคมตัดขาดเสมอหนังหัว เลือดไหลนอง ตนจึงหายามาทารักษาแผลเบื้องต้น และไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ทุ่งใหญ่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่หาพยานหลักฐานเพื่อจับตัวคนร้ายใจบาปต่อไป

ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด เพราะตนไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใคร ไม่ทราบว่าคนร้ายใจบาปจะตัดหูแม่วัวไปทำไม แม่วัวดังกล่าวก็ไม่เคยไปทำร้ายกินพืชผลของใคร อย่างไรก็ตามเบื้องต้นคาดว่าคนร้ายอาจคึกคะนองอยากกินต้มซุบหูวัว หรือไม่ก็เอาไปกินแกล้มเหล้า จึงมาตัดหูแม่วัวของตนไปดังกล่าว

ร้อง ป.ป.ช.เอาผิด ตำรวจ-อัยการ ละเว้นปฏิบัติคดี ‘บอส อยู่วิทยา’

ศรีสุวรรณ ยื่นร้องเรียน ป.ป.ช.เอาผิด ตำรวจ-อัยการ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ คดี บอส อยู่วิทยา ทายาทธุรกิจกระทิงแดง

วันนี้( 4 ก.ย. 2560) เวลา 10.30 น. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถนนสนามบินน้ำ นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนเพื่อให้สอบสวนและดำเนินการเอาผิดกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้อง ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้ นาย วรยุทธ์ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทธุรกิจกระทิงแดง ผู้ต้องหาคดีขับรถพุ่งชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ตำรวจสายตรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต หลบหนีออกนอกประเทศ อันเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม

นายศรีสุวรรณ เปิดเผยว่า สำหรับผู้ที่จะร้องเอาผิดนั้น คือ 1.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 2.พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 3.นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 4.นายสุพล ยุติธาดา อดีตอัยการอาวุโส และ 5.นายฤชา ไกรฤกษ์ อัยการเจ้าของสำนวนและพวก

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่ผ่านมานานกว่า 5 ปี การดำเนินคดีนี้ยังไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหาฟ้องต่อศาล ซึ่งถือได้ว่าเป็นการประวิงเวลาโดยชัดแจ้ง แม้ปัจจุบันเป็นที่ชัดเจนว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปอยู่ต่างประเทศแล้ว แต่โดยพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจซึ่งก็คือพนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการเกี่ยวกับการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ย่อมมีอำนาจหน้าที่จะดำเนินการเป็นการเร่งด่วน

หากพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของสำนวนและอัยการจะเร่งรีบทำสำนวนส่งฟ้องคดีต่อศาล แต่กลับกลายเป็นการปล่อยให้ผู้ต้องหาหนีคดี อันเกิดจากกระบวนการไม่เร่งรีบหรือไม่ใส่ใจที่จะกระทำการนำตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียมตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้อย่างน้อย 4 ข้อหาหมดอายุความไป ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 ก.ย.60 ที่ผ่านมาข้อหาไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือและไม่แจ้งเจ้าพนักงานก็ได้หมดอายุความลง

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงข้อวิพากษ์วิจารณ์กันของสังคมจนเป็นกระแสที่ไม่ควรให้เกิดขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า คุกมีไว้ขังคนจน ซึ่งสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ไม่อาจยอมรับได้

แชร์ว่อนตรรกะเด็กแว้น โวยตำรวจทำเกินกว่าเหตุ หลังไล่จับจนมีคนดับ 1 ราย

ชาวเน็ตสุดทนด่ากลับเด็กแว้น หลังโพสต์โวยตำรวจตั้งด่านปิดประตูตีแมว ทำกลุ่มเพื่อนตาย 1 

จากกรณีที่ตำรวจ 191 ล้อมจับกลุ่มเด็กแว้นที่ปิดถนนป่วนย่านสุวินทวงศ์ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมวัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวได้ 21 คน ยึดรถจักรยานยนต์ 40 คัน แต่ระหว่างที่ทำการจับกุมได้เกิดอุบัติเหตุจนทำให้กลุ่มเด็กแว้นเสียชีวิตไป 1 ราย โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 1 ก.ย. 60 ผ่านมานั้น (อ่านข่าว :จับแว้นป่วนสุวินทวงศ์ ยึดจักรยานยนต์ 40 คัน ชนกันเองตาย 1 เจ็บ 6 )

วานนี้ (3 ก.ย. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Keen Panrob” ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมไม่พอใจการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการล้อมจับจนทำให้มีคนเสียชีวิต และกล่าวหาว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทำเกินกว่าเหตุ โดยระบุว่า

“ทำเกินกว่าเหตุไปไหมครับพี่ เสียชีวิต 1 สาหัส 3 บาดเจ็บเป็นสิบ รถล้มสิบกว่าคัน กระเด็นกระดอน คิดเอาชีวิตคนนะครับ คุณทำเกินไปไหม ลองเป็นลูกคุณสิ คุณจะปิดกล่องทำไมไม่ปิดดีๆ สมองคิดหน่อยครับ”

ซึ่งเมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนส่งต่อและแสดงความเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการโพสต์ตำหนิการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะถือว่าการจับกลุ่มขับรถจักรยานยนต์บนถนนสร้างความเดือนร้อนรำคาญให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ

แต่กลับมีกลุ่มเด็กแว้นบางส่วนก็เข้ามาแสดงความเห็นตอบโต้ว่า เบื่อพวกโลกสวย แว้นก็จริงแข่งก็จริง แต่พวกแว้น
พวกแข่งว่างก็จัดทริป ทำบุญกวาดวัด กวาดโรงเรียน ช่วยเหลือสังคม ก็เห็นพวกโลกสวยดีแต่เห่าไม่เห็นทำอะไรเลย

ตอนเรียนพวกคงเก็บกดมาก พ่อแม่ไม่ให้เที่ยว อ่านแต่หนังสือ อยู่แต่บ้าน สมองพวกจึงมีแต่อคติ ดูถูกแต่คนอื่น ทั้งๆที่พวกก็แย่พอๆ กันและ กูเห็นพวกแย่ยิ่งกว่าเด็กพวกนี้อีก ก่อนที่ในเวลาต่อมาผู้โพสต์ได้มีการลบข้อความดังกล่าวออกไป หลังถูกคนเข้ามาโจมตีอย่างหนัก