เปิดแนวทางสู้คดี หลังคำตัดสินทุจริตคดีจำนำข้าว

เปิดแนวทางสู้คดี หลังคำตัดสินทุจริตคดี จำนำข้าว ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  หลังศาลมีกำหนดอ่านคำพิพากษาวันนี้

สำหรับวันนี้ ถือเป็นวันที่จะปิดฉากคดีทุจริตจำนำข้าว โดยศาลศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้กำหนดอ่านคำพิพากษาในวันนี้ (27 ก.ย.) ที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตกเป็นจำเลย ฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

เกือบ 3 ปี ที่ฝ่ายโจทก์และจำเลยต่อสู่กันในชั้นศาล ก่อนที่สุดท้ายแน่ชัดแล้วว่าอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของไทย จะไม่เดินทางมาฟังคำพิพากษาแน่นอน ทั้งนี้เมื่อคำพิพากษาออกมาแล้วนั้น หลายคนคงอยากทราบว่าแนวทางการต่อสู้ทางคดีหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

สำหรับแนวทางการพิพากษาหากศาลตัดสินว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ไม่มีความผิดตามที่ถูกฟ้อง หรือมีคำพิพากษาให้โทษจำคุกรอลงอาญา มีความเป็นไปได้ว่าทีมทนายความของ นางสาวยิ่งลักษณ์ จะไม่ยื่นอุทธรณ์สู้คดี เพราะถือเป็นคุณแก่จำเลย และสามารถนำคำพิพากษานี้ ไปใช้ต่อสู้คดีทางปกครองและคดีแพ่งที่มีการยึดทรัพย์ไปก่อนหน้า ส่วนฝ่ายอัยการอาจขอยื่นอุทธรณ์เพื่อสู้คดีภายใน 30 วัน ซึ่งจะเหมือนคดีการระบายข้าวแบบจีทูจี ที่อัยการเตรียมยื่นอุทธรณ์จำเลยที่เป็นบริษัทเอกชน

แต่หากศาลพิพากษาให้มีโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญา ประเด็นนี้ นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นว่า ตามกฎหมายใหม่ระบุว่าให้จำเลยมาแสดงตัวเพื่อขออุทธรณ์ด้วยตัวเองเท่านั้น ทนายความไม่สามารถดำเนินการแทนได้

นั่นแสดงว่าหากอดีตนายกรัฐมนตรีต้องการอุทธรณ์ จะต้องเดินทางมาด้วยตนเอง สอดคล้องกับความเห็นของ นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายของความนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่ยังขอรอดูผลคำพิพากษาก่อนตัดสินใจ

สุดท้ายไม่ว่าผลการตัดสินของศาลจะออกมาเป็นอย่างไร การปรากฎตัวหลังคำพิพากษาของนางสาวยิ่งลักษณ์ คงเป็นไปได้ยากเพราะ ยังมีคดีที่สำคัญอีก 10 คดีที่ ป.ป.ช.จ่อฟ้อง หนึ่งในนั้นคือ คดีจ่ายเงินเยียวยากลุ่มผู้ได้รับผลกระทบการชุมนุมปี 2553

ศาลสั่งคุก ลูกสาวเสี่ยเปี๋ยง 4 ปี เหตุร่วมโกงคดีข้าวจีทูจี

ศาลฎีกาฯ พิพากษาจำคุก4ปี  “ลูกสาวเสี่ยเปี๋ยง” คดีโกงข้าวจีทูจี ให้ร่วมชดใช้กว่า 1,294 ล้าน

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (27 ก.ย. 60)  นายไพโรจน์ โปเล็ม เลขานุการศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้แจ้งกับอัยการ โจทก์ และสื่อมวลชนที่รอทำข่าวการตัดสินคดีจำนำข้าว ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ  ให้ทราบว่า

วันนี้ น.ส.ธันยพร จันทร์สกุลพร จำเลยที่ 21 บุตรสาวเสี่ยเปี๋ยงจำเลยที่ 14 คดีทุจริตระบายข้าวจีทูจี ซึ่งศาลออกหมายจับไปเมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ได้เดินทางมาศาล และในวันนี้ก็ไม่มีตัวมาศาล องค์คณะฯ คดีทุจริตระบายข้าวซึ่งมีนายธนฤกษ์ นิติเศรณี รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวนคดี จึงงดอ่านคำพิพากษาของ น.ส.ธันยพร ในวันนี้

โดยให้ถือว่าจำเลยรับทราบผลคำพิพากษาแล้วซึ่งศาลอ่านให้อัยการโจทก์ฟังตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยให้จำคุก น.ส.ธันยพร ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทกีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด 4 ปีและให้ปรับ 40,000 บาท รวมทั้งให้ร่วมกันกับบริษัท กีธา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด จำเลยที่ 20 ชดใช้เงิน 1,294,109,764.80 บาท

โดยวันนี้องค์คณะฯ มีคำสั่งให้ออกหมายจับน.ส.ธันยพร จันทร์สกุลพร จำเลยที่ 21 บุตรสาวเสี่ยเปี๋ยง มารับโทษตามคำพิพากษาต่อไป

ตัวแทนชาวบ้าน ร้องเพิกถอนที่ดิน ‘เกาะนาคาน้อย’ ของตระกูลหิรัญพฤกษ์

ตัวแทนชาวบ้านภูเก็ต ร้องกรมที่ดิน ให้เพิกถอนที่ดิน ‘เกาะนาคาน้อย’ ของตระกูลหิรัญพฤกษ์

วันนี้ (27 ก.ย. 60) เมื่อเวลา 10.00 น. มีรายงานว่า นายณรงค์ฤทธิ์ เนติเกียรติวงค์ ตัวแทนกลุ่มชาวบ้าน จ. ภูเก็ต พร้อมด้วยทนายความ บจก.ภูเขาหกลูก ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมที่ดิน ให้เพิกถอนที่ดินเกาะนาคาน้อย จ.ภูเก็ต ของตระกูลหิรัญพฤกษ์ (ภูริ ดาราหนุ่ม) โดยมี นายเอกสิทธิ์ ชนะสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมกรมที่ดิน เป็นผู้รับเรื่อง

ทั้งนี้ นายณรงค์ฤทธิ์ เนติเกียรติวงค์ เปิดเผยว่า เรื่องดังกล่าวเคยมีการร้องเรียนให้เพิกถอนที่ดินไปแล้วเมื่อปี 2558 ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วทางกรมที่ดินระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวมีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ จากข้อมูลพบว่าการยื่นคำร้องขอเอกสารสิทธิ์พื้นที่ดังกล่าวเป็นเลขที่ 88 แต่จากข้อมูลพื้นที่หมู่ 5 ต.เกาะนาคาน้อย มีการยื่นครอบครองพื้นที่ล่าสุดเพียง 87 แปลงเท่านั้น

แม้จะมีการยื่นเรื่องไปแล้วแต่ก็ยังไม่มีคำสั่งเพิกถอนที่ดินเกาะนาคาน้อยของดาราตระกูลดังแต่อย่างใด จากข้อมูลยังพบอีกว่าในวันที่ 9 ตุลาคม 2560 จะมีการรังวัดเพื่อดำเนินการขอโฉนดที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว เบื้องต้นทางผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมกรมที่ดิน ได้รับเรื่องพร้อมจะประสานตรวจข้อมูลหลักฐานกับทางสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ตเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป