เมียครูตีเด็ก 8 ขวบ ก่อเรื่องฉาวซ้ำ จ้างทนายฟ้องชาวบ้าน ลั่นต้องกราบขอขมา จึงจะถอนฟ้อง

เมียครูเกษียณอายุตีเด็ก 8 ขวบ ส่งทนายฟ้องครอบครัวเด็กและชาวบ้านกว่า 10 ราย ลั่นต้องกราบขอขมาเท่านั้น จึงจะถอนฟ้อง

ชาวบ้านกระสังสามัคคี ต.โคกเหล็ก อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ กว่า 10 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวนายากจน ต่างหวาดผวา หลังได้รับหมายจากศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ฟ้องฐานหมิ่นประมาท และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ระบุผู้ฟ้องคือ นางสุเพียบ ภรรยาครูเกษียณอายุในหมู่บ้าน ที่เคยก่อเหตุตามไปตีเด็ก 8 ขวบถึงบ้าน

ทั้งนี้ นางสำเริง เดือนวันจันทร์ ชาวบ้านที่ถูกฟ้อง เผยไม่คิดว่า นางสุเพียบ จะมาฟ้องแบบนี้ เพราะยายและแม่เด็กได้ไปถอนแจ้งความพร้อมสัญญากับนางสุเพียบ ว่าจะไม่เอาเรื่องต่อกัน

ด้านนางสุเพียบ ได้ประกาศว่า หากใครมากราบขอโทษถึงบ้าน ก็จะถอนฟ้องให้ ซึ่งมีเพียงรายเดียวที่ไปกราบขอโทษ ส่วนคนอื่นๆ ที่ถูกฟ้องไม่ยอมไปขอโทษ เพราะแต่ละคนมีความคิดเหมือนกันคืออยากจะเอาศักดิ์ศรีของความเป็นคน สู้กับคนรวย แต่ก็ยังหวาดผวากันไปตามๆ กัน จึงอยากเรียกร้องให้ผู้มีความรู้ด้านกฎหมาย มาให้ความรู้หรือช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนมีอิทธิพล

สำหรับ การฟ้องดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา นางสุเพียบ ได้ก่อเหตุทำร้ายเด็กชายวัย 8 ขวบ ด้วยการใช้ไม้มะยมตีจนก้านหัก แล้วใช้มือตบใบหน้าหลายครั้ง จับหัวโขกเสาบ้านจนหัวโน ซึ่ง นางอุไร ร่าเริง ยายของเด็กและเพื่อนบ้าน เห็นเหตุการณ์ หลังจากเป็นกระแสข่าวออกไป ครอบครัวของภรรยาครูเกษียณอายุ จึงเปิดบ้านเชิญนักข่าวไปแถลงข้อเท็จจริง ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง มีเพียงใช้มือแตะปากเบาๆ ดึงหูเบาๆ จนกระทั่งฝ่ายครอบครัวเด็กชาย 8 ขวบ ได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ห้วยราช จากนั้นครอบครัวของภรรยาครูเกษียณอายุ ได้ไปเจรจาที่ สภ.ห้วยราช ขอให้ยุติเรื่องทั้งหมดพร้อมขอโทษเด็กและครอบครัว โดยขอชดใช้เงินทำขวัญเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท แต่ครอบครัวเด็กเอาเงินคืน เพราะต้องการแค่คำขอโทษ โดยทั้งสองฝ่ายตกลงจะขอยุติเรื่องจะไม่เอาผิดซึ่งกันและกันอีกจนกระทั่งมีหมายศาลออกมาล่าสุด

ประยุทธ์ ฉะนักการเมืองเลอะเทอะ หลังบอกประเทศไม่มีเงิน !!

นายกรัฐมนตรี อ้อนเด็กขอให้ช่วยทำความเข้าใจมีหลายคนมาต่อต้าน แขวะนักการเมืองเลอะเทอะโจมตีประเทศไม่มีเงิน ทำเสียหาย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีแล้วโดยก่อนการประชุม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี นำคณะเข้าพบเพื่อจัดแสดงนิทรรศการหนังสือเดินทางตามรอยพระราชา

โดยนายกรัฐมนตรี ได้เยี่ยมชมนิทรรศการ และกล่าวเชิญชวนเยาวชนที่มาร่วมกิจกรรมให้เรียนรู้ศาสตร์พระราชา นำไปใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะเรื่องความพอเพียง ก่อนจะปักหมุดหลักกิโลเมตรแรกของการเรียนรู้เพื่อเป็นสัญลักษณ์การเปิดตัวเส้นทางตามรอยพระราชา พร้อมกล่าวด้วยว่าระยะทางไกล แต่จะพัฒนาไปเรื่อยๆ โดยเริ่มจากกิโลเมตรที่หนึ่ง วันข้างหน้าจะได้ไม่ลำบาก

หลังจากนั้น นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนำคณะเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมการชำระเงินผ่านระบบคิวอาร์โค้ดและโครงการ National e – Payment โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้ต่างประเทศใช้ระบบดังกล่าวหมดแล้ว เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา

แต่วันนี้มีหลายคน รวมถึงนักการเมืองกลับมีการพูดจากันให้เสียหาย ว่า รัฐบาลไม่มีเงิน จึงใช้ระบบนี้แทน ซึ่งเป็นเรื่องที่เลอะเทอะ คิดได้อย่างไง พอใช้ตรงนี้ ก็ต้องไปตัดเงินที่มี เพียงแต่ ไม่ต้องไปเสียสตางค์ตอน
ซื้อเท่านั้นเอง คือ หาเรื่องจนได้ หลายคน นักการเมืองแหละ เลอะเทอะ

ขอให้นำไปสร้างความเข้าใจด้วย บางครั้งอะไรที่เปลี่ยนแปลงเร็วๆ คนอาจมองว่าเป็นเรื่องที่ใช่หรือไม่ใช่ คนพอใจก็ไม่มีปัญหา แต่หลายคน ก็ออกมาต่อต้านอยู่ตลอด จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้หันมาพูดคุยกับเยาวชนอีกครั้งว่า ขอให้ช่วยทำความเข้าใจเพราะวันนี้มีหลายคนมาต่อต้านลุงตลอด

ชัดเจน! เพจดังยันคุณแม่ไม่ผิด ห้ามเพื่อบ้านกอด-หอมลูก เหตุหวั่นติดเชื้อโรค

เพจดังยันแม่ไม่ผิด หลังห้ามเพื่อนบ้านกอดลูก เหตุหวั่นติดเชื้อโรค จนโดนตำหนิอนามัยเกินเหตุ 

วานนี้ (25 ก.ย. 60) เพจ Drama-addict  ได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นไว้ได้อย่างน่าสนใจ หลังเกิดเรื่องราวดรามาเมื่อมีแม่คนหนึ่งโพสต์ข้อความไปถึงเพจ แหม่มโพธิ์ดำ เพื่อขอคำปรึกษา หลังเธอถูกเพื่อนบ้านตำหนิอย่างรุนแรงผ่านเฟซบุ๊ก ทำนองว่า เป็นคนอนามัยจัดจนเว่อร์ แถมยังบอกด้วยว่า คนป่วยไม่ใช่ลูกแต่เป็นแม่ต่างหากที่วิตกจริต หวาดระแวงเกินไป จากการที่เธอห้ามไม่ให้เพื่อนบ้านกอดหอมลูก เนื่องจากหวั่นเกรงติดเชื้อโรค RSV ที่กำลังระบาดอย่างหนักในเด็กอยู่ในขณะนี้

โดยมีข้อความระบุว่า การกระทำของคุณแม่รายดังกล่าวถือว่าไม่ผิด แต่กลับเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะเด็กเล็กยังไม่มีภูมิต้านทาน การที่มีคนนอกเข้ามาจูบ มากอด เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้หลายชนิดมาก และไม่เว่อร์หรืออนามัยจัดตามที่เพื่อนบ้านเข้าใจแต่ประการใด 

‘ไม่ผิดนะครับ สิ่งที่ขุ่นแม่ทำไปนั้นถูกต้องแล้ว เพราะลูกยังเล็ก ภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรงดีพอ การเอาไปให้คนนอกบ้านกอดจูบฟัดหอมแก้มนั้น เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้หลายชนิดมาก ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เริม มือเท้าปาก RSV บลาๆ โอ้ย สารพัด และในบางกรณีเด็กที่ติดเชื้อในลักษณะนี้ ก็อาจจะป่วยหนักถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย ที่ ตปท. ก็มีรายงานเคสแบบนี้อยู่เรื่อยๆ

ดังนั้นสิ่งที่ขุ่นแม่ทำไปนั้นถูกต้องแล้ว และคนไทยก็ควรทำงี้กันเป็นเรื่องปรกติได้แล้ว คือไม่ไปกอดฟัดหอมแก้มลูกเด็กเล็กแดงของคนอื่นสุ่มสี่สุ่มห้า ควรรู้ว่าเด็กทารกนั้นภูมิยังไม่ดีพอ ส่วนผู้ใหญ่นี่แม่งก็ถังบรรจุเชื้อโรคดีๆนี่เอง ดังนั้นขุ่นเพื่อนบ้านก็อ่านๆแล้วเข้าใจกันด้วยนะครับว่า ขุ่นแม่เขาไม่ได้เว่อร์ พวกเอ็งต่างหากที่คิดน้อยเกินไป’