สลด!! แรงงานจีนตกงานเกลื่อน ‘ก่อนรวมตัวนอนบนทางเท้า’

สลด!! แรงงานจีนจำนวนมากตกงาน ก่อน ‘นอนขดตัวบนทางเท้าใต้ดิน’ – ชาวเน็ตให้กำลังใจ 

เมื่อวันที่ (18 ธ.ค. 60) ที่ผ่านมานี้ ผู้ใช้แรงงานจากชนบทหลายแห่งต่างรวมตัวกัน “ปูผ้านอนขดตัวตามพื้น บนทางเดินใต้ดินท่ามกลางสภาพอากาศที่หยาวเย็น” ณ เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน ของประเทศจีน ทำให้ชาวเน็ตเกิดความรู้สึกสงสารและเห็นใจเป็นอย่างมาก

ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ได้เล่าว่า “ตนและเพื่อนๆยังหางานไม่ได้ และเพื่อเป็นการประหยัดค่าที่พักรวมไปถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆ จึงมานอนตามทางเดินใต้ดิน ทั้งนี้ทุกคนจะตื่นตั้งแต่ตีห้าทุกวันเพื่อออกตระเวนหางานทำ” นอกจากนี้พวกเขายังได้ระบุอีกว่า “ตอนนี้เริ่มรู้สึกกังวลแล้ว เนื่องจากมีรายงานข่าวออกมาทำให้ไม่กล้าที่จะมานอนตรงนี้อีกต่อไป”

ในขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊คบางรายได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยระบุว่า  “ความจริงแล้วเราสามารถพบเห็นเรื่องแบบนี้ค่อนข้างปกติที่ “เปจิ่งหรือปักกิ่ง” ในสถานนีขนส่ง ซึ่งจะปะปนทั้งผู้โดยสารและแรงงานที่หางานทำในเมือง เนื่องจากมีการแข่งขันสูง ประกอบกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นทุกปี

ขอขอบคุณข้อมูล : Xinhua News

แคชเชียร์โรงแรมขโมยบัตรลูกค้า ไปรูดซื้อทองมูลค่าเกือบครึ่งล้าน

ตำรวจพัทยารวบแคชเชียร์โรงแรมขโมยบัตรเดบิดของลูกค้าไปรูดซื้อทองมูลค่าเกือบครึ่งล้าน

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 ธ.ค.60 พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.สุกัญญา ดีเจริญ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 55 หมู่ 13 ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ผู้ต้องหาในคดีลักทรัพย์ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 520/2560 ลงวันที่ 20 ธ.ค.60

พร้อมยึดของกลางเป็นสร้อยข้อมือทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้น, สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท 1 เส้นพร้อมพระเลี่ยมทอง, แหวนทองคำหนัก 50 สตางค์ 1 วง, โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, ตั๋วจำนำทอง, ใบรับซื้อขายฝากทอง 3 ใบ, สัญญาจะซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 1 ฉบับ, สำเนาโฉนดที่ดิน 1 ใบ, สัญญาจองทาวน์โฮม 1 ฉบับ, สมุดบัญชีธนาคารพร้อมใบเสร็จรับเงิน 3 ใบ, รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า ซิตี้ สีเทาดำ ทะเบียน กฉ 7656 เพชรบูรณ์ และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน จลค 493 ชลบุรี ที่ใช้ในการก่อเหตุ

น.ส.สุกัญญา ให้การรับสารภาพทั้งน้ำตาว่า ทำงานเป็นแคชเชียร์ที่โรงแรม เพอร์เฟค เรสซิเด้นท์ ย่านพัทยาเหนือ ก่อนหน้านี้ลูกค้าชาวไทยและต่างชาติที่เข้าพักได้ฝากกุญแจห้องไว้แล้วเดินทางไปต่างจังหวัด จึงนำกุญแจไปไขประตูเข้าไปขโมยบัตรเดบิดแล้วนำไปรูดซื้อทองรูปพรรณ จากนั้นจึงนำทองไปจำนำแลกเปลี่ยนเป็นเงินมาใช้หนี้สินและใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จนมาถูกจับกุมตัวดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.จิดาภา ทองจันทร์ อายุ 42 ปี ชาว จ.สุรินทร์ พร้อมสามีชาวต่างชาติ ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ว่ามีคนขโมยบัตรเดบิดและสมุดบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ที่เก็บไว้ในห้องพักโรงแรมเพอร์เฟค เรสซิเด้นท์ แล้วนำไปรูดซื้อสินค้าและเบิกถอนเงินออกมาจำนวน 478,959 บาท

โดยผู้เสียหายให้การว่า ปกติเมื่อสามีเดินทางมาพักผ่อนที่เมืองไทย ก็จะพาเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้เป็นประจำ และพักอยู่คราวละ 6 เดือน ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุร้ายใดๆ แต่พอมาปีนี้เปลี่ยนพนักงานใหม่จึงเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น ทั้งนี้ เป็นเพราะความที่ไว้ใจพนักงานของโรงแรมจึงฝากกุญแจห้องไว้ก่อนพาสามีเดินทางกลับบ้านเกิดที่ จ.สุรินทร์ พอมาตรวจสอบบัญชีธนาคารพบว่าเงินหายไปหลายแสนบาท จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน

ภายหลังจึงสั่งการให้ชุดสืบสวนออกหาข่าวพร้อมกับตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรมและตามสถานที่ต่างๆ จนทราบว่าคนร้ายรายนี้คือ น.ส.สุกัญญา พอได้หลักฐานแน่ชัดจึงขออำนาจศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับ และตามไปจับกุมตัวได้ที่ห้องพักพร้อมของกลางบางส่วน ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาพบว่าเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาแล้ว 2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์ และใช้บัตรอิเลคทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบฯ ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

บีทีเอส โต้ข่าวลือจ่อขึ้นค่าโดยสาร หลังเปิดใช้บัตรแมงมุม

บีทีเอส ออกโรงแจงยันไม่จริง เตรียมขึ้นค่าโดยสาร หลังเปิดใช้ระบบตั๋วร่วม หรือบัตรแมงมุม 

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (21 ธ.ค. 60) นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่มีข่าวว่า บริษัทฯ เตรียมขึ้นราคาค่าโดยสารหลังเปิดใช้ระบบตั๋วร่วม หรือบัตรแมงมุมเพื่อเชื่อมกับระบบขนส่งมวลชนอื่นโดยใช้บัตรเพียงใบเดียวนั้นว่า ข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริง บริษัทยังไม่มีนโยบายขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสแต่ประการใด

ส่วนการปรับค่าโดยสารที่เรียกเก็บสำหรับรถไฟฟ้าบีทีเอสในส่วนของเส้นทางสัมปทานระยะทาง 23.5 กิโลเมตร สายสุขุมวิท และสายสีลม บริษัทฯ ได้มีการปรับราคาค่าโดยสารครั้งล่าสุดที่ผ่านมาเมื่อเดือนตุลาคม 2560 ซึ่งสัญญาสัมปทานกำหนดให้บริษัทฯสามารถปรับค่าโดยสารที่เรียกเก็บได้ทุก 18 เดือนแต่ต้องไม่เกินเพดานอัตราค่าโดยสาร ดังนั้นจึงขอให้ผู้ใช้บริการวางใจได้ว่าบริษัทฯ จะยังไม่มีการเรียกเก็บหรือปรับราคาค่าโดยสารในขณะนี้แต่อย่างใด

รถไฟฟ้า, บีทีเอส, บัตรแมงมุม

ส่วนการจัดทำตั๋วร่วมของรัฐบาลไม่มีผลกับการปรับขึ้นค่าโดยสารบีทีเอส เพราะเป็นเรื่องของอนาคต ที่รัฐบาลจะพิจารณาร่วมกับเอกชนผู้ให้บริการทุกราย บริษัทฯ ยินดีให้ความร่วมมือในการจัดทำตั๋วร่วมมาตั้งแต่ต้นไม่ว่าเอกชนรายใดจะถอนตัวออกไป บริษัทฯก็ยังคงร่วมงานกับรัฐ โดยเฉพาะระบบบัตรบัตรแมงมุมที่พัฒนาระบบเปิดไว้ให้บัตรโดยสารของผู้ให้บริการทุกรายสามารถเชื่อมต่อกับบัตรแมงมุมได้โดยง่าย ไม่ใช่เฉพาะของบีทีเอสเพียงรายเดียว