เผยรหัสผ่านยอดแย่ ปี 2017

บริษัทความปลอดภัย SplashData เปิดเผยสถิติรหัสผ่านยอดแย่ ประจำปี 2017 โดยพบว่าแชมป์เก่ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง

SplashData ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์สำหรับบริหารจัดการรหัสผ่านชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยถึง 25 รหัสผ่านยอดนิยม หรืออาจเรียกว่าเป็นรหัสผ่านยอดแย่ประจำปี 2017 นี้ ซึ่งอันดับหนึ่งยังคงเป็น “123456” ตามด้วย “password” เช่นเดียวกับปี 2016

SplashData ได้รวบรวมข้อมูลรหัสผ่านกว่า 5 ล้านรายการที่หลุดออกมาสู่โลกอินเทอร์เน็ตในปี 2017 แล้วทำการจัดอันดับรหัสผ่านที่ได้รับความนิยมสูงสุด 100 อันดับแรก ซึ่งในปีนี้ รหัสผ่านที่นิยม แต่แย่ที่สุดยังคงเป็น “123456” และ “password”

ส่วนอันดับ 3 รหัสผ่านยอดแย่คือ ”12345678” ตามมาด้วยอันดับ 4 “qwerty” อันดับ 5 คือ “12345” และอันดับ 6 คือ “123456789”

“มอร์แกน สเลน” ซีอีโอของ SplashData ยังพบว่าผู้คนนิยมใช้รหัสผ่านตามกระแสที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงนั้น เช่น starwars ซึ่งมีภาคใหม่ออกฉายในเดือนธันวาคมนี้ รวมถึงตั้งชื่อตามรายการทีวีอย่าง “letmein” (เล็ตมีอิน) ที่อยู่ในอันดับ 7

รหัสผ่านที่ถูกสร้างขึ้นอย่างง่ายๆ มีความเสียงที่จะถูกเจาะระบบได้ง่ายเช่นกัน จึงแนะนำว่าควรตั้งรหัสผ่านที่ซับซ้อน ใช้ตัวเลขผสมตัวอักษร เพื่อให้ยากต่อการคาดเดา และไม่ควรใช้รหัสผ่านเดิมกับบัญชีอื่นๆ

นอกจากนี้ SplashData ยังระบุอีกว่า ผู้ใช้หลายคนพยายามแทนที่ตัวอักษร “o” ด้วยเลข “0” หรือเพิ่มตัวเลขเข้าไปอีกตัวต่อท้าย เพราะคิดว่าทำให้รหัสผ่านของตนแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเห็นจากลิสต์รหัสผ่านด้านล่างว่า รหัสผ่านที่คล้ายๆ กับ “password” มีมากถึง 3 รูปแบบ เช่น “passw0rd” หรือ “password1” เป็นต้น อย่างไรก็ตาม รหัสผ่านเหล่านี้ไม่เป็นเรื่องยากสำหรับแฮ็กเกอร์ที่จะทำการคาดเดา

SplashData คาดการณ์ว่า อย่างน้อยร้อยละ 10 ของผู้ใช้ทั่วโลกมีการใช้รหัสผ่าน 1 ใน 25 รหัสผ่านยอดแย่เหล่านี้ และร้อยละ 3 ใช้รหัสผ่าน “123456”

SplashData ได้เสนอเคล็ดลับในการเลือกรหัสผ่านไว้หลายทางเลือก เช่น ห้ามใช้กีฬาที่เราชื่นชอบมาตั้งเป็นรหัสผ่าน เช่น “baseball” และ “football” เนื่องจากทั้งสองล้วนแต่ติดอันดับ ท็อป 10 รหัสผ่านยอดแย่ ซึ่งรวมถึงคำว่า “hockey” “soccer” และ “golfer” ที่ล้วนแต่ติด ท็อป 100 หรือชื่อทีมโปรด เช่น “yankees” (แยงกี้ส์) และ “lakers” (เลเกอร์ส)

ทั้งยังแนะนำไม่ให้ตั้งรหัสผ่านตามปีเกิด เพราะตัวเลขปีเกิดเช่น 1989, 1990, 1991 และ 1992 ก็ล้วนแต่ติด ท็อป 100 หรือแม้แต่ชื่อคนที่ได้รับความนิยมทั่วไป เช่น “michael” “jennifer” และ “thomas”

รหัสผ่านต้องห้ามยังรวมถึงคำและประโยคสบถ, งานอดิเรก, นักกีฬาชื่อดัง. ยี่ห้อรถ รวมถึงชื่อภาพยนตร์

ภูหินร่องกล้าไม่น้อยหน้า แม่คะนิ้งโผล่แล้วหลังอุณหภูมิ -3 องศา

ยอดดอยอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก หนาวจัด อุณหภูมิยอดหญ้า -3 องศาเซลเซียส เกิดแม่คะนิ้งแล้ว

เกิดปรากฏการณ์แม่คะนิ้ง หรือ น้ำค้างแข็ง เกาะที่ยอดหญ้า ที่บ้านใหม่ร่องกล้า ม.10 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก หลังอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการตรวจสอบ วัดอุณหภูมิที่ยอดหญ้าพบว่าติดลบ 3 องศาเซลเซียส ขณะที่อุณหภูมิทั่วไปบริเวณยอดดอยอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อยู่ที่ประมาณ 10 องศาเซลเซียส

ด้าน นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล นายอำเภอนครไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาพอากาศใน จ.พิษณุโลก ค่อนข้างหนาวเย็น อุณหภูมิเฉลี่ย 10 องศาเซลเซียส ในช่วงสาย ขณะที่ การเกิดปรากฏการณ์แม่คะนิ้ง ระยะนี้อาจจะพบเห็นได้บ่อย แต่ไม่ค่อยมากเท่าที่ผ่านมาเนื่องจากพบว่าช่วงนี้มีลมแรง ทำให้ไม่เอื้อต่อการเกิดน้ำค้างแข็งเท่าที่ควร

ภูหินร่องกล้า, ดอยอินทนนท์, ข่าวสดวันนี้
ภูหินร่องกล้า

คสรท.ขอปรับค่าจ้าง 360 บาท เท่ากันทั่วประเทศ

คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561 ในอัตราวันละ 360 บาทเท่ากันทั่วประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ และลดปัญหาแรงงานกระจุกตัวในเมือง

นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย ได้ยื่นข้อเรียกร้องหลักการปรับค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2561 ให้กับ พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อให้การปรับค่าจ้างขั้นต่ำมีความเป็นธรรมตามหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ปรับขึ้นวันละ 360 บาทเท่ากันทั้งประเทศ พร้อมทั้งต้องยกเลิกคณะอนุกรรมการพิจารณาอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด ต้องตั้งคณะกรรมการค่าจ้างระดับชาติที่มีทีมนักวิชาการเข้ามามีส่วนร่วม ต้องกำหนดโครงสร้างค่าจ้างและปรับค่าจ้างทุกปี และสุดท้ายต้องมีมาตรการควบคุมราคาสินค้าให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ทั้งนี้การกำหนดค่าจ้างให้เท่ากันทั่วประเทศ จะช่วยลดปัญหาแรงงานกระจุกตัวในเมืองได้

ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยืนยันจะนำข้อเสนอดังกล่าวให้คณะกรรมการค่าจ้างที่มีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธานไปพิจารณา โดยคำนึงถึงการสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำ

ก่อนหน้านี้ มีกระแสข่าวการปรับขึ้นค่าจ้างกว่า 30 จังหวัด และปรับขึ้นไม่เท่ากันในอัตรา 2-15 บาท ทำให้บอร์ดค่าจ้างต้องเลื่อนการประชุมออกไปอย่างไม่มีกำหนด เพื่อทบทวนข้อมูลการปรับขึ้นค่าจ้างทั้ง 77 จังหวัด จากเดิมเสนอปรับขึ้น 8 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี ยะลา ระนอง และสิงห์บุรี เนื่องจากปี 2560 ไม่ได้ปรับขึ้นค่าจ้างวันละ 300 บาท